ข้อความต้นฉบับในหน้า
คือจังหวัดลำพูน) ได้ทูลเชิญพระนางจากลพบุรีมาเสวย
ราชย์ที่ลำพูน พระนางใช้เวลาเดินทางถึง ๓ ปี (พ.ศ. ๑๓๑๑-
๑๓๑๒) และระหว่างการเดินทางนั้นทรงตั้งเมืองต่างๆ ตาม
รายทาง ระหว่างลพบุรี-ลำพูน พร้อมทั้งทรงเป็นผู้นำใน
การเผยแผ่พระพุทธศาสนา วัฒนธรรม ความรู้ทาง
แพทยศาสตร์ และเทคโนโลยีมอญทวารวดีในล้านนาด้วย
คุณความดีของพระนางจามเทวีนี้ได้ถูก จารึกและเล่าขาน
สิบต่อกันมาจนถึงรุ่นลูกหลานในปัจจุบัน เช่นเดียวกับพระ
ไตรปิฎก ที่ได้บันทึกซึ่งคุณความดีของพุทธบริษัทสี่ไว้
มากมายหลายท่าน ที่ทรงคุณในบวรพระพุทธศาสนา และ
ในครั้งนี้ผู้เขียนได้คัดย่อเอาเรื่อง พระปิติ
มัลลเถระ ซึ่งพระพรหมโมลี (วีลาศ ฌาณ-
วโร ป.ธ.๙) ท่านได้รจนาไว้ในหนังสือ
วิปัสสนาทีปนี้ โดยคงรูปแบบของภาษา
ไทยดั้งเดิมไว้ มีความดังนี้
ยังมีกุมาร หนึ่ง ซึ่งเป็นบุตร
แห่งตระกูลสูงศักดิ์ กุมารนั้น
รักไคร่ในการมวยปล้ำเป็น
ชีวิตจิตใจ จำเดิมแต่ยังเล็ก
อยู่ ดังนั้นผู้เป็นบิดาจึง
ให้ชื่อว่า “ปิติมัลลกุมาร”
กุมารผู้นี้เป็นผู้มีกําลัง
วังชามาก พอใจที่จะ
ปล้ำนั้นยิ่งนัก ถ้า
ได้ยินว่าจะมีงาน
นักขัตฤกษ์ที่ไหน เป็น
อดใจไว้ไม่ได้ ต้องไป
เที่ยวงานนั้นจนได้
แม้ว่าจะไกลเพียงใด
ก็ตาม เพราะความนิยมของ
คนในสมัยนั้นมีว่า นิคมชนบท
ราชธานีใด เมื่อจัดงานแล้วถึงแม้จะมีมหรสพการละเล่น
อย่างอื่นมากมายหากขาดการเล่นมวยปล้ำกันกลางสนามแล้ว
งานนั้นย่อมจะกร่อยไป ไม่ครึกครื้น ฉะนั้น ทุกๆ งานจึงมี
การเล่นมวยปล้ำกันเสมอ
เจ้าปีติมัลลกุมารทีแรกเมื่อไปเที่ยวงานก็ตกแต่ง
กายนุ่งห่มผ้าย้อมด้วยสีต่างๆ ทัดทรงดอกไม้ลูบไล้ของหอม
เป็นอย่างดี ตามธรรมดาของผู้ที่เกิดในตระกูลมีศักดิ์ และ
ไปยืนกอดอกลูที่ขอบสนามปะปนกับชนทั้งหลาย เพื่อจะดู
นักมวยเขาปล้ำกัน ขณะเมื่อนักมวยปล้ำทั้งหลาย ซึ่งล้วน
แต่งกายสำหรับนักมวยปล้ำย่างเข้าสู่สนามแล้ว
ชน
ทั้งหลายที่ตั้งใจเชียร์พวกตน ต่างก็ตบมือโห่ร้องกันให้อึงคะนึง
แล้วนักมวยปล้ำทั้งหลายต่างก็ออกท่าปล้ำกันในกลางสนามนั้น
เจ้าปีติมัลลกุมารเห็นเช่นนั้น เพราะค่าที่ตนมีสันดานชอบ
อยู่นักหนา เลยลืมตัวไปว่าตนอยู่ในสภาพอย่างไร อดใจมิได้
ก็วิ่งแล่นเข้าไปในกลางสนาม โถมเข้าไปด้วยกำลัง ต่อสู้กับ
นักมวยปล้ำทั้งปวง นักมวยปล้ำทั้งหลายนั้นก็มิอาจจะทาน
กําลังเจ้าปีติมัลลกุมารได้ ถูกจับเข้าที่ตรงไหนก็ให้รู้สึกเจ็บปวด
ปานดังว่ากระดูกจะแตกทำลาย มิอาจ
ต่อสู้ด้วยกลยุทธ์มวยปล้ำาไหน
ได้ ถูกเจ้าปีติมัลลกุมาร
จับตัวฟาดลงกับพื้นปฐพี
100
DA
เช่นตนเป็นทารกน้อยๆ
ฉะนั้น แล้วก็พลันถึง
ความพ่ายแพ้ไปตามๆ
กันจนหามีผู้จะต่อสู้ได้ไม่
แต่กุมารนั้นเที่ยวปล้า
ถึงสามเมืองแล้ว จะ
หาใครเป็นผู้ชนะเขาได้
เป็นไม่มีเลย
ครั้นเจ้าปิติมัลละ
เดินทางไปยังลังกาทวีป
เข้าถวายตัวเป็นทหาร
ของสมเด็จพระมหา
กษัตริย์ด้วยใจภักดี
พระองค์ก็ประทาน
ยศศักดิ์ และทรงพระกรุณา
ชุบเลี้ยงให้ได้รับความสุขสบาย เป็นที่ทรงโปรดปรานและ
ไว้วางพระราชหฤทัยเป็นอันมาก คราหนึ่งสมเด็จพระมหา
กษัตริย์ในลังกาทวีปเดินทางไปยังประตูศาลาพร้อมด้วยชน
ผู้เป็นบริวารเพื่อเที่ยวเล่น เดินเรื่อยมาถึงวิหารอาวาสแห่ง
หนึ่งซึ่งอยู่ใกล้ป่า ครานั้นมีพระภิกษุหนุ่มองค์หนึ่ง ซึ่ง
กัลยาณมิตร เมษายน พ.ศ. เอ®® ๕๑