ความสุขที่แท้จริงอยู่ในตัวเรา วารสารกัลยาณมิตร ปี 2544 ฉบับที่ 4 หน้า 91
หน้าที่ 91 / 108

สรุปเนื้อหา

มนุษย์ยิ่งเดินทางแสวงหาความสุขมากเท่าไร ก็จะห่างไกลความสุขมากเพียงนั้น เพราะ ความสุขที่แท้จริงกลับซ่อนอยู่ในตัวของเราเอง ความสุขที่แท้จริงเป็นสุขจากการเข้าถึง อรรมของพระทู้มีพระภาคเจ้า เป็นความสุขจากโจหลุดนิ่งที่ศูนย์กลางกายฐานที่ ๗ มนุษย์ยิ่งเดินทางแสวงหาความสุขมากเท่าไร ก็จะ ห่างไกลความสุขมากเพียงนั้น เพราะความสุขที่แท้จริงกลับ บ่อนอยู่ในตัวของเราเอง ความสุขที่แท้จริงเป็นสุขจากการ เข้าถึงธรรมของพระผู้มีพระภาคเจ้า เป็นความสุขจากใจ หยุดนิ่งที่ศูนย์กลางกายฐานที่ ๗ (อยู่กึ่งกลางตัวเหนือ สะดือขึ้นมา ๒ นิ้วมือ) เมื่อฟักสมาธิใหม่ๆ ใจเราจะฟุ้งซ่านมาก กระสับกระ ส่ายมากด้วยความคุ้นเคยที่ปล่อยใจให้ออกนอกตัวจนเคยชิน ครั้นจะตะล่อมใจให้อยู่ในกลางกาย (ศูนย์กลางกายฐานที่ ๗) ใจจึงยังไม่คุ้น โบราณาจารย์ผู้ช

หัวข้อประเด็น

- ความสุขที่แท้จริงอยู่ในตัวเรา

ข้อความต้นฉบับในหน้า

66 มนุษย์ยิ่งเดินทางแสวงหาความสุขมากเท่าไร ก็จะห่างไกลความสุขมากเพียงนั้น เพราะ ความสุขที่แท้จริงกลับซ่อนอยู่ในตัวของเราเอง ความสุขที่แท้จริงเป็นสุขจากการเข้าถึง อรรมของพระทู้มีพระภาคเจ้า เป็นความสุขจากโจหลุดนิ่งที่ศูนย์กลางกายฐานที่ ๗ มนุษย์ยิ่งเดินทางแสวงหาความสุขมากเท่าไร ก็จะ ห่างไกลความสุขมากเพียงนั้น เพราะความสุขที่แท้จริงกลับ บ่อนอยู่ในตัวของเราเอง ความสุขที่แท้จริงเป็นสุขจากการ เข้าถึงธรรมของพระผู้มีพระภาคเจ้า เป็นความสุขจากใจ หยุดนิ่งที่ศูนย์กลางกายฐานที่ ๗ (อยู่กึ่งกลางตัวเหนือ สะดือขึ้นมา ๒ นิ้วมือ) เมื่อฟักสมาธิใหม่ๆ ใจเราจะฟุ้งซ่านมาก กระสับกระ ส่ายมากด้วยความคุ้นเคยที่ปล่อยใจให้ออกนอกตัวจนเคยชิน ครั้นจะตะล่อมใจให้อยู่ในกลางกาย (ศูนย์กลางกายฐานที่ ๗) ใจจึงยังไม่คุ้น โบราณาจารย์ผู้ชำนาญในการฝึกจิต จึงมัก สอนให้กำหนดบริกรรมนิมิต และบริกรรมภาวนา (บริกรรม นี้มิด เช่น นึกถึงภาพองค์พระ ภาพดวงแก้ว บริกรรม ภาวนาเช่น คำว่า สัมมา อะระหัง เป็นต้น) เพื่อเป็นการ น้อมใจให้กลับเข้ามาสู่ภายในซึ่งผู้ฝึกใหม่ควรรับทราบ แล้ว ค่อยๆ ฟักไปด้วยใจเยือกเย็น แม้เมื่อฟักแล้ว เกิดความ ฟุ้งซ่าน เกิดความปวดเมื่อย เราจะได้ไม่กังวล เพราะทราบ ที่มาที่ไปแล้ว และเมื่อเราประกอบความเพียร เจริญสมาธิ ภาวนาทุกอิริยาบถ ทั้ง นั่ง นอน เดิน ยืน ใจก็จะยิ่งสงบ จนกระทั่งประสบความสำเร็จในการเข้าถึงธรรมภายใน ดัง โอวาทตอนหนึ่งของพระราชภาวนาวิสุทธิ์ (พระเดชพระคุณ หลวงพ่อธัมมชโย) ว่า “..เพราะใจเรามันออกนอกตัวมาซะยาวนาน ตอน เป็นเด็กๆ ที่เรายังไร้เดียงสาอยู่มันก็ออกนอกตัวน้อยอยู่ใน ตัวผาก ช่วงนั้นเราก็จะรู้สึกว่าเรามีชีวิตที่ผาสุกกว่าปัจจุบันนี้ พอเติบโตขึ้นภารกิจมันมาก เราต้องเรียนหนังสือ ใจก็ต้องไปอยู่ที่หนังสือ ต้องคบเพื่อนมีกิจกรรมมีความ สนุกสนานเพลิดเพลิน ใจก็กระเจิดกระเจิงออกจากตัวไป ความสุขที่เคยมีตั้งแต่ตอนเล็กๆ ก็ค่อยๆ จางออกไป พอเราเป็นหนุ่มเป็นสาวก็มีสิ่งที่พิเศษเพิ่มมาอีก เพราะฮอร์โมนในร่างกายเราเปลี่ยนก็อยากจะมีคู่ครองกัน เพราะฉะนั้นใจมันก็ไปกระจัดกระจายออกไปสู่สิ่งนั้น " พอเรามีครอบครัวแล้วต้องทามาหากิน ใจก็มาอยู่ที่ ครอบครัว มาอยู่เรื่องท่ามาหากิน การทำมาหากินไม่ใช่ว่า จะราบรื่น ก็ต้องมีอุปสรรค ใจก็ต้องไปอยู่ที่การแก้ปัญหาที่ จะเอาชนะปัญหาเหล่านั้น มันกระเจิงกันไปอย่างนี้แหละ จนกระทั้งเราถึงวัยกลางคนมีลูกมีหลาน เป็นห่วงลูก ห่วงหลานอีกแล้ว เพราะฉะนั้นใจก็กระเจิดกระเจิงออกไปอีก ความผาสุกก็ลดลงไปเรื่อยๆ พอปลดเกษียณขึ้นมาเป็นตาแก่ยายแก่คนหนึ่ง เรี่ยวแรงก็หมดแล้ว นั่งนานๆ ไม่ได้ มันปวดมันเมื่อยและง่วง ความทรงจำก็เริ่มเสื่อมลงไป จะนึกองค์พระ ดวงแก้วต่างๆ อะไรก็นึกไม่ค่อยออก แต่ถ้านึกถึงลูกถึงหลานและเรื่องใน อดีตก็พอนึกได้ มันก็กระเจิดกระเจิงออกไปนอกตัว เพราะฉะนั้น การฝึกเพื่อให้ใจกลับเข้ามาในตัวมัน ยากตอนต้น ดังนั้นเราต้องหาเครื่องผูกใจเอาไว้ด้วยบริกรรม นิมิต บริกรรมภาวนาดังกล่าวนี้แหละ เพราะฉะนั้น ใหม่ๆ เราต้องยอมอนุญาตให้การนึก ถึงภาพเหล่านี้ไม่ชัดเจนบ้าง บางครั้งฟังบ้าง บางครั้งเมื่อย บ้าง ง่วงบ้าง ท้อบ้าง อะไรต่างๆ เหล่านั้นนะจ๊ะ แต่ขอให้ ทำอย่างสม่ำเสมอ ท่าไปเรื่อยๆ ใจก็จะคุ้นเคยกับศูนย์ กลางกาย มันจะคลอเคลีย มันจะนัวเนีย โดยมีจุดเชื่อมโยง ศูนย์กลางกายคือองค์พระ ดวงแก้ว หลวงพ่อวัดปากน้ำ พระมหาสิริราชธาตุ อะไรเหล่านี้เป็นต้น แล้วก็มีคำภาวนา สัมมา อะระหัง ประกอบกันไปด้วย ท่าอย่างนี้ไปเรื่อยๆ นั่ง นอน ยืน เดิน ใจก็จะยิ่งสงบ เราก็จะย้อนยุคไปสู่ในวัย ไร้เดียงสา ความผาสุกก็จะเพิ่มขึ้น ยิ่งความคิดน้อยลงไปเรื่อยๆ ความสุขก็ยิ่งเพิ่มขึ้นไป เรื่อยๆ พอเหลือความคิดเพียงสิ่งเดียว คือองค์พระ ตวงแก้ว หรือหลวงพ่อวัดปากน้ำ พอเหลือสิ่งเดียว ความสุขก็ยิ่งเพิ่มพูน พอหยุดสนิทนิ่งไม่มีความคิดใดๆ เลย ตรงนี้เราคงจะไม่ คุ้นเคยกับประสบการณ์ชนิดนี้ ณ จุดที่ปลอดความคิดตรง กลางกายตรงนั้นแหละ ภาพต่างๆ ที่เราได้กำหนดเป็นบริ IN |
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More