การสร้างโอกาสให้เยาวชนในพุทธศาสนา วารสารกัลยาณมิตร ปี 2544 ฉบับที่ 4 หน้า 63
หน้าที่ 63 / 108

สรุปเนื้อหา

ท่านได้เดินทางไปศึกษาต่อที่ประเทศอินเดียในระดับ ปริญญาโท “เมื่อมาเรียนปริญญาโท แรกๆ ตั้งใจว่าเรียนจบ แล้วจะลาสิกขาออกไปรับราชการ ให้เป็นเกียรติแก่วงศ์ ตระกูลสักคนหนึ่งและจะได้เบิกค่ารักษาพยาบาลให้พ่อแม่ ได้ด้วย แต่วันหนึ่งก็เกิดสะดุ้งขึ้นในอก อาตมาถามตัวเองว่า เป็นไปได้อย่างไร เด็กที่หมดโอกาสในการเรียนไปแล้ว ทำไมวันนี้จึงได้มาเรียนถึงระดับปริญญาโท และมาเรียนใน ต่างประเทศเสียด้วย แล้วคำตอบที่ให้กับตัวเองก็คือ เพราะ บุญคุณพระศาสนาแท้ๆ ที่ทำให้เรามีวันนี้ ถามตัวเองต่อไป ว่า จะมีเด็กคนอื่นๆ ที่อยากเรียนแล้วไม่ได้เรียนอย่างเรา อีกหรือเปล่า ถ้ามีเด็กพวกนั้นจะทำอย่างไร” หลังจากสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาโท และ กลับมาเมืองไทยแล้ว ท่านพระครูได้รับข้อมูลจากครู อาจารย์เกือบทุกโรงเรียนว่า มีเด็กนักเรียนที

หัวข้อประเด็น

- การสร้างโอกาสให้เยาวชนในพุทธศาสนา

ข้อความต้นฉบับในหน้า

ท่านได้เดินทางไปศึกษาต่อที่ประเทศอินเดียในระดับ ปริญญาโท “เมื่อมาเรียนปริญญาโท แรกๆ ตั้งใจว่าเรียนจบ แล้วจะลาสิกขาออกไปรับราชการ ให้เป็นเกียรติแก่วงศ์ ตระกูลสักคนหนึ่งและจะได้เบิกค่ารักษาพยาบาลให้พ่อแม่ ได้ด้วย แต่วันหนึ่งก็เกิดสะดุ้งขึ้นในอก อาตมาถามตัวเองว่า เป็นไปได้อย่างไร เด็กที่หมดโอกาสในการเรียนไปแล้ว ทำไมวันนี้จึงได้มาเรียนถึงระดับปริญญาโท และมาเรียนใน ต่างประเทศเสียด้วย แล้วคำตอบที่ให้กับตัวเองก็คือ เพราะ บุญคุณพระศาสนาแท้ๆ ที่ทำให้เรามีวันนี้ ถามตัวเองต่อไป ว่า จะมีเด็กคนอื่นๆ ที่อยากเรียนแล้วไม่ได้เรียนอย่างเรา อีกหรือเปล่า ถ้ามีเด็กพวกนั้นจะทำอย่างไร” หลังจากสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาโท และ กลับมาเมืองไทยแล้ว ท่านพระครูได้รับข้อมูลจากครู อาจารย์เกือบทุกโรงเรียนว่า มีเด็กนักเรียนที่อยากเรียนแต่ ขาดโอกาสเป็นจำนวนมากเนื่องจากความยากจน ข้อมูลที่ ได้รับทำให้ท่านตัดสินใจหันหลังให้กับอาชีพรับราชการที่ เคยตั้งใจไว้ ครองเพศสมณะต่อมาและศึกษาต่อในระดับ ปริญญาเอก “เกิดความคิดว่า ถ้าครั้งนั้นพระศาสนาไม่ให้โอกาส อาตมาคงไม่มีวันนี้ แล้วเด็กที่ขาดโอกาสในวันนี้ คงกำลัง รอคอยใครลักคนที่จะให้โอกาสเขาเช่นกัน” ในปี พ.ศ. ๒๕๓๔ หลังจากที่พระครูโฆสิต ปริยัตยาภรณ์ สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาเอก จาก มหาวิทยาลัยเดลฮี ประเทศอินเดียแล้ว ท่านได้เริ่มงาน ด้านการศึกษาสร้างโอกาสให้กับเยาวชนที่ขาดแคลนทันที ด้วยการจัดตั้งโรงเรียนพระปริยัติสามัญ วัดสระเรียงขึ้น ปัจจุบันโรงเรียนปริยัติธรรม b แผนกสามัญ วัดสระเรียง มีสามเณร นักเรียนที่เรียนจบการศึกษาภาคบังคับ ชั้นประถมปีที่ 5 แล้วมาเข้าเรียนต่อในชั้น ม.6 จำนวนกว่า ๔๐๐ รูป ซึ่งอยู่ใน ความดูแลของท่านพระครู ในจำนวนนี้ กระจายกันพักอยู่ที่วัดต่างๆ ตามใน a สถิตินักเรียน พระครูโฆสิตปริยัตยาภรณ์ (ดร.พระมหาสังคม โฆสโก) อำเภอต่างๆ มีประมาณ ๘๐ รูป ที่พักอยู่ที่วัดเสมาเมือง อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช ซึ่งเป็นวัดเดียวกับที่ท่านพระครู พักอยู่ นั้นหมายความว่าทั้ง ๘๐ กว่าชีวิต ฝากภาระความ รับผิดชอบในเรื่องความเป็นอยู่ การขบฉัน ค่าใช้จ่ายใน เรื่องการเล่าเรียน เครื่องนุ่งห่ม และการอบรมสั่งสอนไว้กับ ท่านพระครูแต่เพียงผู้เดียว ส่วนสามเณรนักเรียนที่ไป-กลับ แม้ว่าหลังเลิกเรียน แล้วจะกลับไปพักที่วัดของตนก็ตาม แต่เรื่องอาหารมื้อเพล อุปกรณ์การเรียนการสอน และรถรับลง ก็ยังอยู่ในความดูแล ของท่านพระครูทั้งหมด โดยสามเณรไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย ใดๆ ทั้งสิ้น ผู้ปกครองที่มีรายได้น้อยก็พอใจ สบายใจที่ ลูกหลานได้เล่าเรียน และอยู่ในร่มเงาพระพุทธศาสนา มี พระภิกษุอบรมสั่งสอนอย่างใกล้ชิด “เราจะส่งเสียให้สามเณรเรียนให้สูงที่สุดเท่าที่เขา จะมีสติปัญญาเรียนได้ เคยลงเรียนถึงระดับปริญญาโทก็มี ถ้าเรียนในเมืองไทยก็ให้ปัจจัยค่าใช้จ่ายไม่มาก แต่ก็อยู่ได้ อย่างสบาย เพราะถือว่าสามารถบิณฑบาตได้ แต่หากไปเรียน ระหว่าง ปี พ.ศ. ๒๕๓๘-๒๕๔๓ มัธยมศึกษาตอนต้น มัธยมศึกษาตอนปลาย ต่อต่างประเทศก็จะให้ค่าใช้จ่ายครอบคลุม ทั้งหมดเพราะบิณฑบาตไม่ได้" ท่านพระครูให้ค่า ตอบเมื่อเรียน ถามถึงสามเณรที่เรียนจบชั้นมัธยมศึกษา ปีที่ 5 แล้ว ได้เรียนถามท่านต่อถึงเรื่อง อาหารการขบฉันของสามเณรกว่า ๔๐๐ รูป “มื้อเช้าสามเณรจะบิณฑบาตเอง ส่วนมื้อเพลทางวัดจะเอาปืนโตไปมอบให้ ญาติโยมบ้านที่มีศรัทธาจะถวายอาหารเพล กัลยาณมิตร เมษายน พ.ศ. ๒๕๕๒ ๖๑
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More