ข้อความต้นฉบับในหน้า
ท่านได้เดินทางไปศึกษาต่อที่ประเทศอินเดียในระดับ
ปริญญาโท
“เมื่อมาเรียนปริญญาโท แรกๆ ตั้งใจว่าเรียนจบ
แล้วจะลาสิกขาออกไปรับราชการ ให้เป็นเกียรติแก่วงศ์
ตระกูลสักคนหนึ่งและจะได้เบิกค่ารักษาพยาบาลให้พ่อแม่
ได้ด้วย แต่วันหนึ่งก็เกิดสะดุ้งขึ้นในอก อาตมาถามตัวเองว่า
เป็นไปได้อย่างไร เด็กที่หมดโอกาสในการเรียนไปแล้ว
ทำไมวันนี้จึงได้มาเรียนถึงระดับปริญญาโท และมาเรียนใน
ต่างประเทศเสียด้วย แล้วคำตอบที่ให้กับตัวเองก็คือ เพราะ
บุญคุณพระศาสนาแท้ๆ ที่ทำให้เรามีวันนี้ ถามตัวเองต่อไป
ว่า จะมีเด็กคนอื่นๆ ที่อยากเรียนแล้วไม่ได้เรียนอย่างเรา
อีกหรือเปล่า ถ้ามีเด็กพวกนั้นจะทำอย่างไร”
หลังจากสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาโท และ
กลับมาเมืองไทยแล้ว ท่านพระครูได้รับข้อมูลจากครู
อาจารย์เกือบทุกโรงเรียนว่า มีเด็กนักเรียนที่อยากเรียนแต่
ขาดโอกาสเป็นจำนวนมากเนื่องจากความยากจน ข้อมูลที่
ได้รับทำให้ท่านตัดสินใจหันหลังให้กับอาชีพรับราชการที่
เคยตั้งใจไว้ ครองเพศสมณะต่อมาและศึกษาต่อในระดับ
ปริญญาเอก
“เกิดความคิดว่า ถ้าครั้งนั้นพระศาสนาไม่ให้โอกาส
อาตมาคงไม่มีวันนี้ แล้วเด็กที่ขาดโอกาสในวันนี้ คงกำลัง
รอคอยใครลักคนที่จะให้โอกาสเขาเช่นกัน”
ในปี พ.ศ. ๒๕๓๔ หลังจากที่พระครูโฆสิต
ปริยัตยาภรณ์ สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาเอก จาก
มหาวิทยาลัยเดลฮี ประเทศอินเดียแล้ว ท่านได้เริ่มงาน
ด้านการศึกษาสร้างโอกาสให้กับเยาวชนที่ขาดแคลนทันที
ด้วยการจัดตั้งโรงเรียนพระปริยัติสามัญ
วัดสระเรียงขึ้น
ปัจจุบันโรงเรียนปริยัติธรรม
b
แผนกสามัญ วัดสระเรียง มีสามเณร
นักเรียนที่เรียนจบการศึกษาภาคบังคับ
ชั้นประถมปีที่ 5 แล้วมาเข้าเรียนต่อในชั้น
ม.6 จำนวนกว่า ๔๐๐ รูป ซึ่งอยู่ใน
ความดูแลของท่านพระครู ในจำนวนนี้
กระจายกันพักอยู่ที่วัดต่างๆ ตามใน
a
สถิตินักเรียน
พระครูโฆสิตปริยัตยาภรณ์ (ดร.พระมหาสังคม โฆสโก)
อำเภอต่างๆ มีประมาณ ๘๐ รูป ที่พักอยู่ที่วัดเสมาเมือง
อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช ซึ่งเป็นวัดเดียวกับที่ท่านพระครู
พักอยู่ นั้นหมายความว่าทั้ง ๘๐ กว่าชีวิต ฝากภาระความ
รับผิดชอบในเรื่องความเป็นอยู่ การขบฉัน ค่าใช้จ่ายใน
เรื่องการเล่าเรียน เครื่องนุ่งห่ม และการอบรมสั่งสอนไว้กับ
ท่านพระครูแต่เพียงผู้เดียว
ส่วนสามเณรนักเรียนที่ไป-กลับ แม้ว่าหลังเลิกเรียน
แล้วจะกลับไปพักที่วัดของตนก็ตาม แต่เรื่องอาหารมื้อเพล
อุปกรณ์การเรียนการสอน และรถรับลง ก็ยังอยู่ในความดูแล
ของท่านพระครูทั้งหมด โดยสามเณรไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย
ใดๆ ทั้งสิ้น ผู้ปกครองที่มีรายได้น้อยก็พอใจ สบายใจที่
ลูกหลานได้เล่าเรียน และอยู่ในร่มเงาพระพุทธศาสนา มี
พระภิกษุอบรมสั่งสอนอย่างใกล้ชิด
“เราจะส่งเสียให้สามเณรเรียนให้สูงที่สุดเท่าที่เขา
จะมีสติปัญญาเรียนได้ เคยลงเรียนถึงระดับปริญญาโทก็มี
ถ้าเรียนในเมืองไทยก็ให้ปัจจัยค่าใช้จ่ายไม่มาก แต่ก็อยู่ได้
อย่างสบาย เพราะถือว่าสามารถบิณฑบาตได้ แต่หากไปเรียน
ระหว่าง ปี พ.ศ. ๒๕๓๘-๒๕๔๓
มัธยมศึกษาตอนต้น
มัธยมศึกษาตอนปลาย
ต่อต่างประเทศก็จะให้ค่าใช้จ่ายครอบคลุม
ทั้งหมดเพราะบิณฑบาตไม่ได้"
ท่านพระครูให้ค่า ตอบเมื่อเรียน
ถามถึงสามเณรที่เรียนจบชั้นมัธยมศึกษา
ปีที่ 5 แล้ว ได้เรียนถามท่านต่อถึงเรื่อง
อาหารการขบฉันของสามเณรกว่า ๔๐๐ รูป
“มื้อเช้าสามเณรจะบิณฑบาตเอง
ส่วนมื้อเพลทางวัดจะเอาปืนโตไปมอบให้
ญาติโยมบ้านที่มีศรัทธาจะถวายอาหารเพล
กัลยาณมิตร เมษายน พ.ศ. ๒๕๕๒ ๖๑