ข้อความต้นฉบับในหน้า
บทเรียนจากยอดดอย : กัลยาณวาท
ใน
บทที่ ๔ คัมภีร์ กู้ ช า ติ
โลกที่กว้างใหญ่ มนุษย์ทั้งหลายต่างพา
กันคิดว่า ตนยิ่งใหญ่เป็นที่สุด โลกมนุษย์
นี้ยิ่งใหญ่เป็นที่สุด ไม่มีอะไรยิ่งใหญ่กว่านี้อีกแล้ว
คัมภีร์ศาสนาที่มีต้นรากมาจากยิว ถึงกับบัญญัติ
เหตุการณ์ที่พระเจ้าสร้างโลก ว่าเป็นเหตุการณ์ที่เป็นจุดเริ่ม
แห่งเรื่องราวทั้งปวง และการสิ้นสุดของโลกด้วยการ
พิพากษาของพระเจ้า ก็จะเป็นที่สุดแห่งเหตุการณ์ทั้งปวง
อีกเหมือนกัน
และแล้วการค้นพบทางดาราศาสตร์ก็ทำลายจุด
แห่งความสำคัญเช่นนั้นเกือบหมดสิ้น แท้ที่จริง โลกเป็น
คล้ายฝุ่นละอองที่ล่องลอยอยู่ในสกลมหาอนันตจักรวาล
กำเนิดของโลกสัมพันธ์กับการระเบิดครั้งใหญ่ที่เรียกกันว่า 69
ธang โลกเป็นเพียงส่วนหนึ่งของกาแล็กซีทางช้างเผือก
และยังมีกาแล็กซีอีกมากมายนับจำนวนไม่ถ้วนที่อาจมี
มนุษย์อาศัยอยู่ก็ได้
ทำนองว่า เราอาจมีเพื่อนบ้านอีกนับไม่ถ้วนใน
จักรวาลอันกว้างไกลนี้ อันตรงตามพระพุทธพจน์ที่กล่าวถึง
แสนโกฏิจักรวาลและอนันตจักรวาลเมื่อสองพันห้าร้อยกว่า
ปีก่อน
เป็นข้อเท็จจริงซึ่งพวกมิชชันนารีสมัยรัชกาลที่ ๔
โวยวายว่าเป็นเรื่องหลอกลวงพิสูจน์ไม่ได้และคนไทยบางกลุ่ม
ก็พลอยเต้นตามพวกหมอสอนศาสนาว่า “พระพุทธเจ้าแม้
จะทรงชาญฉลาด แต่ก็อาจจะมีข้อผิดพลาด”
ยังเรื่องโลกถูกทำลายด้วยไฟประลัยกัลป์ หรือถูก
ทำลายด้วยน้ำ ถูกทำลายด้วยลม ทั้งหลายทั้งปวงนี้อัน
แสดงให้เห็นถึง “ความไม่เที่ยง" อันไม่ควรยึดมั่นถือมั่น ก็
ล้วนแต่ถูกพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์ของจักรวาลสมัยใหม่แล้ว
ทั้งสิ้น ทั้งหมดนี้ไม่ใช่เรื่องความพิโรธของพระเจ้า แต่เป็น
เรื่องปรากฏการณ์ทางธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องดาวหาง
และดาวพระเคราะห์ที่วิ่งเข้าชนโลก หรือเรื่องความชรา
กัลยาณมิตร เมษายน พ.ศ. ๒๕๕๔ ๖๕