ข้อความต้นฉบับในหน้า
จะรีบบำเพ็ญสมณกิจ
แล้วพระองค์ก็ถามต่อ มีพระภิกษุรูปที่ ๓ บอกว่า มากๆ อย่างคุณยาย ก็ยังละสังขารไป แต่ความดี บุญบารมี
ตัวท่านคิดว่าเวลาของชีวิตมีเพียงฉันข้าวมื้อเดียวเสร็จเท่านั้น
เพราะฉะนั้นควรจะต้องรีบบำเพ็ญสมณกิจ
พระภิกษุรูปที่ ๔ ตอบว่า ตัวท่านคิดว่าจะมีชีวิต
ยืนยาวเพียงแค่เคี้ยวข้าว ๔ คำกลืนเท่านั้น
พระภิกษุรูปที่ ๕ ได้ตอบว่า ตัวท่านคิดว่าตัวเองจะมี
ชีวิตอยู่เพียงแค่เคี้ยวข้าว ๑ คำกลืนเท่านั้น
พระภิกษุรูปสุดท้าย กราบทูลว่า ตัวท่านคิดว่ามีชีวิต
อยู่เพียงแค่ลมหายใจเข้าออกเท่านั้น เพราะฉะนั้นจะต้องรีบ
ระลึกถึงคำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า แล้วรีบบำเพ็ญ
สมณกิจ
พระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ตรัสว่า “ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย
ภิกษุที่คิดว่าตัวเองมีชีวิตอยู่วันหนึ่งกับคืนหนึ่ง ถือว่ายัง
ประมาทอยู่ ยังประพฤติทำให้การหมดกิเลสล่าช้าลง แล้ว
ภิกษุที่คิดว่าตัวเองมีชีวิตอยู่ช่วงวันหนึ่ง ช่วงเวลากลางวัน
เท่านั้น ก็ยังประมาทอยู่ ภิกษุที่คิดว่าตัวเองมีชีวิตอยู่ชั่วฉัน
ข้าวมื้อหนึ่ง ก็ยังประมาทอยู่ ภิกษุที่คิดว่าตนเองมีชีวิตอยู่
ช่วงเวลาเคี้ยวข้าว ๔ ค่ากลืน ก็ยังประมาทอยู่ ส่วนพระภิกษุ
ที่พระศาสดาสรรเสริญคือ พระภิกษุที่คิดว่าตนเองมีชีวิตอยู่
ชั่วเคี้ยวข้าว ๑ คำกลืน และพระภิกษุที่คิดว่าตัวเองมีชีวิต
อยู่เพียงแค่ลมหายใจเข้าออกเท่านั้น ถึงจะเป็นพระภิกษุที่
ไม่ประมาท
๓๐ กัลยาณมิตร เมษายน พ.ศ. ๒๕ซะซะ
ณ ชั้นสี่
ชีวิตเป็นของน้อย ไม่ได้ยืนยาวเลย ผู้ที่มีบุญมีบารมี
ที่คุณยายทำไว้เป็นภูเขานั้น ทำให้อยู่บนโลกก็มีความ
บันเทิงเบิกบานละสังขารแล้วก็มีความบันเทิงเบิกบาน นี่แหละ
ผู้ประกอบ กรรมดี
เมื่อมีชีวิต
ครั้นคับจิด จักได้
ไปสวรรค์
เป็นที่
บำเพ็ญธรรม
เจ้าสวรรค์
สันดุสิด
สถิตครอง
วิมานแมน แดนฟ้า
สง่าศรี
ธรรมเทพ สุภาวดี
เป็นที่สอง
ที่รวมเทพ เพียรภูชิต
ดั้งจิตปอง
ปราชญ์ทั้งผอง ของโลกา
รัตนาจารย์ ชาญสันทัด
ตัคขาด
ไม่ปรารถนา
ดามรอยบาท
พระศาสดา
พระคาสนา
ให้ถาวร
ครั้นยามโลก ยุคเข็ญ
เห็นริบด
เพราะหมู่สัตว์ โลกลืม
ซึ่งคำสอน
เทพผู้ทรง คุณธรรม
อันบวร
มาดับร้อน
ให้ร่มเย็น
เป็นโพธิสัตว์
มรรคา
สรรพสมบัติ
มุ่งเจริญ
เพื่อกอบกู้
จึงจุติ