ข้อความต้นฉบับในหน้า
หลวงพ่อทั้ง ๒ องค์ ก็เป็นร้อยเป็นพันปัญหา แต่คุณยาย
สามารถจะตอบได้อย่างถูกต้อง และนำไปใช้ประพฤติปฏิบัติได้
ในตอนหลังเวลาที่ไอน์สไตน์รู้ว่า เออ ทฤษฎีของเขา
นำไปสร้างเป็นระเบิดปรมาณู ไปปล่อยลงที่ฮิโรชิมากับ
นางาซากิ เขาถึงกับขนาดกุมขมับเลย เสียใจมาก บอกว่า
ถ้ารู้ว่าคนเอาทฤษฎีของเขาไปทำลายล้างกันขนาดนี้ เขาจะ
ไม่คิดทฤษฎีนี้ออกมา ยอมไปเป็นอาจารย์ตามวิทยาลัยต่างๆ
ยังดีกว่าที่จะทำร้ายคนมากมายขนาดนี้
ความรู้ทางโลกเป็นเหมือนกับเป็นเปลือก เป็นกระพี้
เป็นเนื้อ ถ้าขาดความรู้ธรรมะที่เป็นแก่นแล้ว คนก็จะนำไป
ใช้ผิดๆ ได้ ปัจจุบันนี้ระเบิดปรมาณูที่สะสมกันอยู่ในโลก
ถ้าระเบิดพร้อมๆ กัน โลกใบนี้ก็ไม่พอ ความรู้ของเขาเป็น
ความรู้ที่ไม่บริสุทธิ์ เพราะฉะนั้นจะเกิด
ปัญหาในภายหลัง แต่ความรู้ คุณยาย
สอนเป็นความรู้ที่สะอาด เป็นความรู้
บริสุทธิ์ เป็นความรู้ที่เกิดจากแก่นกลาง
เพราะฉะนั้นจึงก่อให้เกิดประโยชน์สุข
ให้กัปคนเป็นหมื่นเป็นแสนคน
หลวงพี่เจอคุณยายเมื่อตอน
ตอนนั้น
ประมาณกลางปี พ.ศ. ๒๕๓๘ ตอนนํ
คุณยายยังพักอยู่ที่อาคารดาวดึงส์ อยู่
ด้านในวัด หลวงพี่ชอบไปนั้งสมาธิ
วันอาทิตย์ที่ข้างๆ อาคารดาวดึงส์ มี
อยู่วันหนึ่ง คุณยายรับญาติโยมเสร็จ
จะกลับมาพักที่อาคารดาวดึงส์หลวงพี่เดินออกมาสวนกันพอดี
ก็เลยยกมือไหว้สวัสดีคุณยาย คุณยายท่านบอกว่า บวชนะ
บวชแล้วไม่ต้องสึก หลวงพี่รับคำคุณยาย เพราะรู้ว่าคำของ
คุณยายศักดิ์สิทธิ์ แล้วถ้าปฏิบัติตามมีแต่ผลดีอย่างเดียว
พอรับปากเสร็จแล้วก็งงเลยเพราะว่าหลวงพี่ยังไม่รู้จะทำยังไง
คือที่บ้านเป็นครอบครัวคนจีน หลวงพี่เองเป็นลูกชายคนโต
เป็นลูกชายคนเดียว มีน้องสาวอยู่อีก ๔ คน เพิ่งเรียน
ปริญญาโทจบมาไม่กี่เดือนเอง คุณยายก็ชวนบวชแล้ว แต่ว่า
นึกถึงคำของคุณยายแล้วเป็นกำลังใจ เป็นความสำเร็จ
หลวงพี่ก็เลยเริ่มลาบวชก่อน ลาบวชอยู่ ๓-๔ เดือน พอ
ลาบวชเสร็จแล้วถึงจะลาออก แล้วก็อยู่มา ๕ พรรษาแล้ว
พรรษาแรกจำได้ว่า เวลาที่คุณยายแข็งแรง แล้ว
อากาศดีๆ คุณยายจะออกมาใส่บาตร หลวงพี่มีอยู่วันหนึ่ง
เดินออกบิณฑบาตกับพระเพื่อน ผ่านไปพอดี คุณยายกำลัง
ใส่บาตร พอรับบาตรจากคุณยายเสร็จ ปีติเบิกบาน ปกติผู้ให้
จะปิติเบิกบาน แต่รู้สึกว่าพระทุกรูปที่เป็นผู้รับ ปีติเบิกบาน
แทน มีอยู่รูปหนึ่งถึงขนาดเก็บผลไม้ไว้เลย ที่คุณยายใส่บาตร
ไม่ยอมฉัน เก็บไว้จนกระทั้งกลับไปที่บ้าน ยังเอาไปเก็บไว้
จนกระทั้งบัดนี้ คุณยายเป้นผู้ที่มีบุญมีบารมี ไม่ว่าจะหาสิ่งใด
คนที่อยู่รอบข้างมีความสุข ปีติเบิกบานไปด้วย
แต่ว่าสังขารทั้งหลายไม่เที่ยง มีความเกิดขึ้นและ
เลื่อมไปเป็นธรรมดา ย่อมเกิดขึ้นแล้วดับไป ความเข้าไป
สงบสังขารได้ เป็นสุข บุคคลทั้งหลายทั้งปวงจะต้องทอดทิ้ง
ร่างกายไว้ในโลก ลูแด่คุณยายมหารัตนอุบาสิกาจันทร์ ขน
นกยูง ก็ยังละสังขารไป พระสัมมาสัมพุทธเจ้าจึงตรัสสรรเสริญ
ความไม่ประมาท พระองค์สอนเกี่ยวกับความไม่ประมาทไว้ว่า
ดูก่อน ภิกษุทั้งหลาย การเจริญมรณสติที่พวกเธอ
ทำให้มาก จะมีผลมาก มีอานิสงส์มาก แล้วพระองค์ก็ตรัส
ถามว่า เธอทั้งหลายเจริญมรณสติกันอยู่หรือไม่ พระภิกษุ
รูปหนึ่งกราบทูลว่า ข้าพระองค์เจริญมรณสติ โดยคิดว่า
เราจะมีชีวิตเพียงวันหนึ่งกับคืนหนึ่งมีชีวิตอยู่เพียงเวลาเท่านี้
เพราะฉะนั้นต้องรีบระลึกถึงคำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
แล้วก็รีบบำเพ็ญสมณกิจ
พระองค์ถามว่า มีพระภิกษุรูปใดอีกบ้างที่เจริญมรณสติ
ก็มีอีกรูปหนึ่งบอกว่า ตัวท่านคิดว่า โอ้หนอ ชีวิตของเราจะ
มีเพียงแค่วันเดียวเท่านั้น ช่วงเวลากลางวันเท่านั้น เราควร
กัลยาณมิตร เมษายน พ.ศ. ๒*®® ๒๙