การแสดงปาฏิหาริย์บนสวรรค์ วารสารกัลยาณมิตร ปี 2529 ฉบับที่ 10 เดือนตุลาคม หน้า 24
หน้าที่ 24 / 142

สรุปเนื้อหา

พระพุทธองค์ ซึ่งเป็นสวรรค์ชั้นที่ ๔ แต่ได้เสด็จลงมา ฟังธรรมที่สวรรค์ชั้นดาวดึงส์ เพื่อเปิด โอกาสให้เทพยดาทั้งหลายในชั้นนี้ได้ มีโอกาสฟังด้วย พระพุทธองค์ทรงแสดงธรรมอยู่ บนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ 1 เดือน (6 เดือน ทรงแสดงปาฏิหาริย์ ของโลกมนุษย์) จึงได้เสด็จกลับลงมา โปรดชาวเมือง ทั้งหลายที่มาชม บารมีกันอย่าง มืดฟ้ามัวดิน โดยทรงเหาะขึ้นไป กลางอากาศ ส่งประกายเจิดจ้าสว่างไสว ทุกคนต่าง จ้องมองแทบไม่กะพริบตา ในขณะเดียว กัน พระองค์ยังทรงเนรมิต พระพุทธ นิมิตขึ้นมาอีกองค์หนึ่งเพื่อให้ประชาชน ถามปัญหาข้อข้องใจได้อีกด้วย ปรากฏ ว่าในการชมปาฏิหาริย์ครั้งนี้ ทำให้มี ผู้บรรลุธรรมชั้นต่าง ๆ มากมาย เมื่อแสดงปาฏิหาริย์เสร็จแล้ว พระพุทธองค์ได้เสด็จหายไปกลางอากาศ ชาวเมืองทั้งหลายต่างตกใจจึงพากัน ไปถามพระอนุรุทธผู้เป็นเ

หัวข้อประเด็น

- การแสดงปาฏิหาริย์บนสวรรค์

ข้อความต้นฉบับในหน้า

พระพุทธองค์ ซึ่งเป็นสวรรค์ชั้นที่ ๔ แต่ได้เสด็จลงมา ฟังธรรมที่สวรรค์ชั้นดาวดึงส์ เพื่อเปิด โอกาสให้เทพยดาทั้งหลายในชั้นนี้ได้ มีโอกาสฟังด้วย พระพุทธองค์ทรงแสดงธรรมอยู่ บนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ 1 เดือน (6 เดือน ทรงแสดงปาฏิหาริย์ ของโลกมนุษย์) จึงได้เสด็จกลับลงมา โปรดชาวเมือง ทั้งหลายที่มาชม บารมีกันอย่าง มืดฟ้ามัวดิน โดยทรงเหาะขึ้นไป กลางอากาศ ส่งประกายเจิดจ้าสว่างไสว ทุกคนต่าง จ้องมองแทบไม่กะพริบตา ในขณะเดียว กัน พระองค์ยังทรงเนรมิต พระพุทธ นิมิตขึ้นมาอีกองค์หนึ่งเพื่อให้ประชาชน ถามปัญหาข้อข้องใจได้อีกด้วย ปรากฏ ว่าในการชมปาฏิหาริย์ครั้งนี้ ทำให้มี ผู้บรรลุธรรมชั้นต่าง ๆ มากมาย เมื่อแสดงปาฏิหาริย์เสร็จแล้ว พระพุทธองค์ได้เสด็จหายไปกลางอากาศ ชาวเมืองทั้งหลายต่างตกใจจึงพากัน ไปถามพระอนุรุทธผู้เป็นเลิศทางทิพย จักษุคือ มีตาทิพย์ ก็ทราบว่าพระพุทธ องค์เสด็จขึ้นไปบนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ ซึ่งเป็นสวรรค์ชั้นที่ ๒ เพื่อแสดงพระธรรม เทศนาโปรดพระมารดา พระนางสิริมหามายา พระ พุทธมารดา เมื่อเสด็จสวรรคตแล้ว ได้ ไปเกิดเป็นเทพบุตรบนสวรรค์ชั้นดุสิต bbb วันที่เสด็จกลับลงมานั้น เราเรียกว่า วัน มหาปวารณา คือวันก่อนวันออก พรรษาหนึ่งวัน ในวันนี้ ชาวบ้านชาว เมืองทั้งหลายต่างพากันมาเฝ้า พระพุทธองค์ แต่ไม่ว่าใครจะอยู่ ที่ไหน ก็จะมองเห็นพระองค์ได้ อย่างชัดเจนเหมือนกับเห็นดวง อาทิตย์ และดวงจันทร์ลอยเด่น อยู่ท่ามกลางท้องฟ้าอย่างนั้น พระพุทธองค์แสดงปาฏิหาริย์ เปิดโลก” ขึ้น ทำให้ทั้งเทวดา มนุษย์ และสัตว์นรกทั้งหลายต่างมองเห็นซึ่ง กันและกัน ทำให้หมดสิ้นความสงสัยใน เรื่อง นรก สวรรค์ และการเวียนว่าย ตายเกิด บังเกิดสัมมาทิฐิโดยทั่วหน้ากัน การแสดงปาฏิหาริย์ของพระสัม มาสัมพุทธเจ้า เป็นที่ตื่นตาตื่นใจของ ทุก ๆ คน แทบจะเรียกได้ว่า ชาวเมือง ทั้งหลายเมื่อจะพูดคุยกันก็จะคุยกัน แต่เรื่องนี้ แม้ในหมู่พระภิกษุสงฆ์เอง ก็ตามต่างพากันสรรเสริญในพระพุทธา นุภาพว่าไม่มีใครเสมอเหมือน พระสัม มาสัมพุทธเจ้าทรงทราบเช่นนี้ จึงตรัส แก่พระภิกษุสงฆ์ว่า มิใช่แต่บัดนี้เท่า นั้น ที่พระองค์สามารถทำในสิ่งที่ ไม่มีผู้ใดทำได้ แม้สมัยเมื่อพระองค์ มีกำเนิดเป็นเพียงสัตว์เดรัจฉาน ก็ยังสามารถทําสิ่งที่บุคคลอื่นท่า ไม่ได้เช่นกัน จากนั้นพระพุทธองค์ Kalyanamitra.org จึงทรงระลึกชาติ น่าเรื่องราวในอดีต มาตรัสเล่า ดังนี้ คือ ในอดีตกาล ครั้งพระเจ้าพรหมทัต ครองราชสมบัติกรุงพาราณสี มีหญิง ชรายากจนคนหนึ่งได้แบ่งบ้านของนาง ให้เป็นที่พักแก่คนเดินทางผู้หนึ่ง เมื่อ บุคคลผู้นั้นจะจากไป เขาได้มอบลูกโต ตัวหนึ่งให้แก่นางเพื่อตอบแทนเรื่องที่ พัก นางจึงรับไว้ด้วยความยินดียิ่ง นาง เลี้ยงลูกโตอย่างดีราวกับมันเป็นลูก ของนางเอง และเรียกลูกโคว่า “เจ้า โดดของยาย” ทุกครั้ง เนื่องจาก โดตัว มีขน อ่าสนิทนั่นเอง เมื่อ "เจ้าโคตาของยาย” โตเป็น หนุ่ม มีรูปร่างบึกบึน แข็งแรงกว่าโค ทั่วไป ทั้งยังฉลาด และแสนรู้อีกด้วย นอกจากนี้ “เจ้าโคตของยาย” ยังมีความ กตัญญูกตเวที คิดจะตอบแทนบุญคุณ ของยายที่เลี้ยงตนมา มันจึงออกรับ จ้างบรรทุกของหนักต่าง ๆ หรือฉุดลาก เกวียนที่ตกหล่มอยู่เสมอ จนเป็นที่รู้ กันว่า ถ้าที่ไหนมีงานหนักเกินกว่าที่ โคทั่วไปจะทำได้ เขาก็มักจะมาจ้าง โคดไปทำแทน และโคก็จะทำงานนั้น สําเร็จอย่างดีทุกครั้ง 7 วันหนึ่ง มีพ่อค้าหนุ่มคนหนึ่งคุม เกวียนจำนวน ๕๐๐ เล่มข้ามท่านมา แต่เนื่องจากเขาไม่ชำนาญเส้นทางจึง นำเกวียนทั้งหมดมาตกหล่มลึก จะฉุด ลากอย่างไร ๆ ก็ไม่ขึ้น มีแต่จะยิ่งจม ลึกลงไปทุกที เขารู้สึกกังวลมาก กลัว ว่าสินค้าที่บรรทุกมาจะเสียหายล่มจม เขาได้แต่เดินคิดหาวิธีว่าจะทำอย่างไร ดี ทันใดนั้นเองเขาก็มองเห็น “เจ้าโค ของยาย” กำลังยืนเล็มหญ้าอยู่รวมกับ โคอื่น ๆ เนื่องจากเรามีความรู้ในเรื่อง
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More