คุณธรรมในการเจรจา วารสารกัลยาณมิตร ปี 2529 ฉบับที่ 10 เดือนตุลาคม หน้า 45
หน้าที่ 45 / 142

สรุปเนื้อหา

กฎบัตรสหประชาชาติและกฎหมาย ระหว่างประเทศเป็นหลัก ในการเจรจาความเมืองระหว่าง ประเทศนั้น ผมก็ได้มีคุณธรรมในการ เจรจาว่า เราจะใช้ความจริงใจ ความ ใจเย็นที่จะรับฟังข้อคิดเห็นของเขา และแสดงให้เขาเห็นโดยบริสุทธิ์ใจ ว่า สิ่งใดที่พูด เราจะรักษาคำพูด ด้วยการกระทำ ทั้งนี้ โดยยึดผล ประโยชน์ของชาติเราเป็นที่ตั้ง ซึ่งจากคุณธรรมดังกล่าวผมเชื่อตลอด มาว่า มิตรที่ดีก็จะสนิทแน่นแฟ้นมาก ขึ้น และมิตรที่ไม่ดีหรือมิตรเทียม ก็จะ เข้าใจและทำตัวเป็นมิตรประเทศที่ดีกับเรา ได้ต่อไป ซึ่งที่สุดก็จะนำสันติสุขมาสู่ ประเทศและภูมิภาค.... มิตรประเทศอาเซียนจะต้องมี คุณธรรมที่พิเศษ คือ ซื่อสัตย์ จริงใจ ต่อกันอันนี้สำคัญมาก มีความมุ่งมั่น ในจุดหมายร่วมกัน มีการรับฟังความ คิดเห็น ความต้องการของกันและกัน ระลึกถึงกันอยู่ร่วมกันเป็นห

หัวข้อประเด็น

- คุณธรรมในการเจรจา

ข้อความต้นฉบับในหน้า

กฎบัตรสหประชาชาติและกฎหมาย ระหว่างประเทศเป็นหลัก ในการเจรจาความเมืองระหว่าง ประเทศนั้น ผมก็ได้มีคุณธรรมในการ เจรจาว่า เราจะใช้ความจริงใจ ความ ใจเย็นที่จะรับฟังข้อคิดเห็นของเขา และแสดงให้เขาเห็นโดยบริสุทธิ์ใจ ว่า สิ่งใดที่พูด เราจะรักษาคำพูด ด้วยการกระทำ ทั้งนี้ โดยยึดผล ประโยชน์ของชาติเราเป็นที่ตั้ง ซึ่งจากคุณธรรมดังกล่าวผมเชื่อตลอด มาว่า มิตรที่ดีก็จะสนิทแน่นแฟ้นมาก ขึ้น และมิตรที่ไม่ดีหรือมิตรเทียม ก็จะ เข้าใจและทำตัวเป็นมิตรประเทศที่ดีกับเรา ได้ต่อไป ซึ่งที่สุดก็จะนำสันติสุขมาสู่ ประเทศและภูมิภาค.... มิตรประเทศอาเซียนจะต้องมี คุณธรรมที่พิเศษ คือ ซื่อสัตย์ จริงใจ ต่อกันอันนี้สำคัญมาก มีความมุ่งมั่น ในจุดหมายร่วมกัน มีการรับฟังความ คิดเห็น ความต้องการของกันและกัน ระลึกถึงกันอยู่ร่วมกันเป็นหมู่คณะหรือ เรียกให้ชัดคือ กลุ่มประเทศอาเซียน ด้วยความเต็มใจ เคารพนับถือกันทั้ง ต่อหน้าและลับหลัง ในเรื่องของผล ประโยชน์ก็คอยเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่กัน มีก็ นำมาแบ่งปันเฉลี่ยเจือจานกัน โดยให้ ทุกประเทศมีส่วนร่วมใช้สอยบริโภค ทั่วกัน ไม่ทำตนให้เป็นที่น่ารังเกียจ ของหมู่คณะ และร่วมกันขจัดปัญหา อุปสรรคที่ทั้งทางผลประโยชน์ทาง เศรษฐกิจและความมั่นคง ซึ่งทั้งหมด จะเกิดสิ่งที่เรียกว่า เอกภาพ พร้อม พรั่งด้วยความสามัคคีในการเผชิญ ปัญหา และถ้ามีสิ่งนี้แล้ว สันติสุขก็ จะเกิดขึ้นทั้งกับประเทศเราเองและ ประเทศเพื่อนบ้านอาเซียนทั้งมวล..... ท่านคิดว่า ในการปกครอง ประเทศควรพัฒนาสิ่งใดก่อน ระ หว่างคุณธรรมในจิตใจของพลเมือง กับการพัฒนาทางด้านเศรษฐกิจ และเทคโนโลยี หรือ ควรพัฒนา พื้นฐานคุณธรรมในหัวใจพลเมือง ทุกเพศ ทุกวัย ทุกสาขาอาชีพควบ คู่กับการพัฒนาชาติบ้านเมือง “ผมเห็นว่า การพัฒนาทาง เศรษฐกิจและเทคโนโลยีกับการพัฒนา พื้นฐานคุณธรรมเป็นสิ่งที่ต้องดำเนิน การควบคู่กันไป มองจากแง่ของเศรษฐ กิจและเทคโนโลยีจะเห็นว่า เมื่อเกิด ความเจริญทางเศรษฐกิจและเทคโนโลยี แล้ว ประชาชนก็จะมีโอกาสดีขึ้น มี เครื่องอุปโภคบริโภคดีขึ้น มีความสะดวก สบายมากขึ้น ทุกอย่างก้าวหน้า ทันสมัย พาไปสู่คุณภาพของชีวิตที่ดีขึ้น ปัญญาดีขึ้น ทำให้เข้าใจอะไรต่อมิอะไร สติ ได้รวดเร็ว มองเห็นว่า อะไรควรทำไม่ ควรทำ อะไรถูกอะไรไม่ถูก อะไรเป็น ผมไม่อยากให้ ทหารออกไป รบพุ่ง เพราะนั่น ไม่ใช่วิถีทางของ สันติภาพ บาปและอะไรเป็นบุญ ซึ่งจะเสริม คุณธรรมของคนในชาติ ขณะเดียวกัน เร่งพัฒนาสร้างพื้นฐานด้านคุณธรรม ที่ผมเห็นด้วยว่าควรพัฒนาในหัวใจ ของพลเมืองทุกเพศ ทุกวัย ทุกสาขา อาชีพ เมื่อเกิดคุณธรรมในหัวใจของ พลเมือง เราก็ได้คุณธรรมของคนที่ พรั่งพร้อมด้วยคุณธรรมที่มุ่งสร้างแต่ สิ่งที่ดี ขจัดความชั่ว คอรัปชั่นโกงกิน อาชญากรรม และความเดือดร้อนเป็น ภัยต่อประเทศ อันจะช่วยให้เราลด ภาระการขจัดผู้ที่ไม่ดี และได้กำลังมา สร้างความดีให้กับชาติบ้านเมืองและ จะเป็นส่วนเสริมการพัฒนาประเทศ ซึ่งในที่สุด ก็จะนำมาซึ่งการกินดีอยู่ดี ของประชาชนอันเป็นจุดมุ่งหมายสำคัญ ของรัฐบาล แต่การจะให้บรรลุถึงซึ่ง สิ่งที่กล่าวมาแล้วข้างต้น เราทุกคนจะ ต้องช่วยกันอย่างจริงจัง...” ครอบครัวของท่านที่ร่มเย็น เป็นสุขนั้น ได้อาศัยคุณธรรมข้อใด Kalyanamitra.org P3
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More