ข้อความต้นฉบับในหน้า
หัวหน้าพนักงานรับโทรศัพท์อายุประมาณ ๔๐ ปี
ป่วยเป็นโรคมะเร็ง รู้ว่าชีวิตจะต้องสิ้นลงในเวลาอีกไม่กี่เดือน
ข้างหน้าก็ตาม เธอก็ยังปฏิบัติหน้าที่ของเธอด้วยอารมณ์
อันสงบเยือกเย็น ทั้งต่อลูกน้องและเพื่อนร่วมงานทุกคน
ขณะที่มีเสียงพูดจากบุคคลข้างเคียงว่า “ทำไมเธอถึงทำ
หยุดคิด ๑ นาที
เพื่อชีวิตมีคุณค่า
เนื้อความตายมาถึง
หงิด แล้วเธอยังมาทำงานอีกทำไม...ทั้งที่รู้ว่าเธอจะ แม้นาทีเดียวก็รอไม่ได้
ต้องตายอย่างแน่นอน” เมื่อคำพูดนี้ไปถึงเธอ เธอจึงตอบ
ให้ทุกคนสิ้นสงสัยว่า “จะมีประโยชน์อะไร ที่จะหงุด
หงิด” เหนือสิ่งอื่นใด เธอจะทำหน้าที่ของแม่ที่มีต่อลูก เพื่อ
ให้ได้เงินสงเคราะห์ที่มีไว้สำหรับผู้ปฏิบัติหน้าที่ที่เสีย
ชีวิตลง เงินก้อนนี้จะเป็นสิ่งที่เธอจะมอบให้กับลูก เพื่อสร้าง
อนาคต ถ้าเธออดทนทำงานไปจนกระทั่งตาย จะได้ชื่อว่า
ตายขณะปฏิบัติหน้าที่ แต่ถ้าเธอยอมแพ้ต่อโรคร้าย เธอก็จะ
ไม่ได้สิ่งใดต่อความตายที่เกิดขึ้นเลย ดังนั้น แม้รู้ว่าจะต้อง
ตายในไม่ช้า เธอก็ทำหน้าที่อย่างดีที่สุดเท่าที่จะทำได้
หลังจากนั้น ก็ได้ทราบข่าวว่าเธอได้จากโลกนี้ไป
แล้ว แต่ก่อนการจากไปในชีวิตนี้ เธอได้พยายามเซ็นเช็ค
ทำบุญ ด้วยกำลังใจอันสำนึกด้วยความศรัทธา ในขณะที่
สังขารที่ขอยืมมาจากความตายกำลังจะถูกทวงคืนไปในไม่กี่
วันข้างหน้า...เธอได้พยายามพูดกับเจ้าหน้าที่เพื่อเสนอผลงาน
ให้ลูกน้อง ทั้งที่เธอกำลังจะไม่ได้พูดอีกก่อนหน้าวันตาย
๒ ๓ วัน เธอจึงเป็นผู้ที่พยายามรักษาหน้าที่ของเธอ จนแทบ
ลมหายใจสุดท้ายของเธอ....
เมื่อความตายมาถึง แม้นาทีเดียวก็คอยใคร
ไม่ได้ จะขอทำอะไรสักนิดก็ไม่ได้ทั้งสิ้น จึงต้องรีบทำ
ความดีไว้ในวินาทีที่ยังเป็นของเราอยู่ ฉะนั้น หน้าที่
ของกัลยาณมิตร จึงจะต้องไม่เพียงแต่ทำงานแข่ง
กับเวลาในความตายของตนเองเท่านั้น แต่ยังจะต้อง
แข่งกับความตายของทุก ๆ ชีวิตที่ไม่อาจรอได้
เพราะนิมิตหมายแห่งความตายของทุกชีวิต...ย่อม
ไม่มี
(จากบทบันทึก “เสี้ยวหนึ่งของการเป็นกัลยาณ
มิตรของข้าพเจ้า” ของ ตกกสรโณ ภิกขุ)
Kalyanamitra.org
๑๑๙