ข้อความต้นฉบับในหน้า
ข้อ ๒๔. “ภิกษุพึงทำความศึกษา
ว่า เราจักไม่ฉันดังจับ ๆ”
หลาย ๆ คนยังเคี้ยวข้าว เคี้ยวกับ
ไม่เป็น ได้ยินอยู่บ่อย ๆ เช่น พวกหนึ่ง
เคี้ยวข้าวแล้วอ้าปากจึงมีเสียงดังจับ ๆ
เหมือนหมู ถ้าหุบปากเคี้ยวก็จะหาย
อีกพวกหนึ่งเคี้ยวอาหารกรอบ ๆ เช่น
เคี้ยวแคบหมูเสียงดังกร๊อบ ๆ หรือกัด
แตงกวาก็ดังกร๊อบ ๆ ต้องแก้ไขด้วยการ
ไม่กัดให้ขาดทีเดียว กัดครั้งแรกเพียงแค่
บุบ ๆ เสียก่อน แล้วกัดซ้ำเป็นครั้ง
ที่สอง ถ้าอย่างนี้ไม่ดังเพราะน้ำลาย
ในปากเราซึมเข้าไปในรอยกัดครั้งแรก
ทำให้อ่อนตัวลงแล้ว
เวลากินข้าวผัดมักมีต้นหอม
หลายคนกัดแล้วเคี้ยวกร้วม ๆ เสียงดัง
เหมือนควายกินหญ้า ก็ถ้าเด็ดเสียก่อน
ให้เป็นชิ้นสั้น ๆ แล้วใส่ปากเคี้ยว
ไปครั้งหนึ่งพอให้ซ้ำ ๆ แล้วเดี๋ยวอีก
ที่ให้ขาด อย่างนี้ก็จะไม่ดัง ลูกเอ๊ย
หัดเสียนะ เป็นผู้ชายยังพอว่าถ้าเป็น
ผู้หญิงหมดสวย เดี๋ยวใครเขาจะว่า เอ๊ะ....
แม่คนนี้ก็สวยดีนะ แต่พอกินข้าวเคี้ยว
เสียงดังอย่างกับหมู ฉันไม่ดูหน้าเธอ
แล้วไปดีกว่า ค่าตัวหมดกันคราวนี้เอง
ข้อ ๒๕. “ภิกษุพึงทำความศึกษา
ว่า เราจักไม่ฉันดังชัด ๆ”
ดังชุด ๆ เป็นอย่างไร รู้จักต้มยำ
โฮกลือไหม เขาเรียกชื่อตามเสียงชุดละ
บางคนแทนที่จะตักน้ำแกงซดเงียบ ๆ
ไม่เอา เขาบอกว่าไม่แซบ ต้องออก
เสียงชุดโฮก หรือชัดด้วย คือสูดเอา
ลมปนเข้าไปด้วย ขึ้นอยู่ว่าลมปนเข้าไป
มากหรือน้อย ถ้าน้อยก็พูด ถ้ามากก็
โฮก
เสียงพวกนี้ไม่น่าฟังหรอก บ่งบอก
อาการมูมมาม ไปแก้ไขเสียอย่าให้มัน
มีเสียง โดยเฉพาะเวลากินของที่เป็น
เส้น ๆ ถ้าเผอิญคนที่ทำกับข้าวไม่ได้
ตัดให้สั้น ๆ เราก็ใช้ช้อนใช้ส้อมของเรา
ตัดเอง ถ้าตัดไม่ขาดก็ม้วน ๆ พัน ๆ
ป้อนเข้าปาก อย่ายกใส่ปากแล้วสูดดึง
ปลายเส้นจะสะบัด ถูกแก้ม ถูกคาง
เลอะเทอะดีไม่ดีสะบัดเอาน้ำแกงไป
ถูกคนข้าง ๆ เข้าอีกหมดท่าเลย อย่างไร
ก็ตามเป็นประเพณีของญี่ปุ่นทั้งประเทศ
เวลากินอาหารเส้น ๆ เขานิยมสุดดัง
ชุด ๆ ถ้าไม่ดังแสดงว่าอาหารไม่อร่อย
แม่ครัวถ้าไม่ได้ยินเสียงชัด ๆ จะเสียใจ
มาก ก็ให้ถือหลักเข้าเมืองตาหลิ่วก็
หลิ่วตาตามก็แล้วกัน หรือไม่อย่างนั้น
ก็ปรับให้พอสมควร
ข้อ ๒๖. “ภิกษุพึงทำความศึกษา
ว่า เราจักไม่ฉันเลียมือ”
เวลาข้าวติดมือติดซ้อน อย่าไป
เลียนะ ทำอย่างหลวงพ่อว่า เอาน้ำแกง
กลัวสักนิดก็หมดปัญหา
(อ่านต่อฉบับหน้า)
Kalyanamitra.org
๖๗