ข้อความต้นฉบับในหน้า
หน้าที่มาเสร็จบริบูรณ์ ให้สีหเสนาบดี
ได้ซาบซึ้งเห็นแจ้งในศาสนธรรมของ
พระองค์
“ดูก่อนสุรเสนะ! ในวันนี้พ่อยัง
จะไม่พูดกับเจ้าถึงธรรมะสูง ๆ แต่จะ
ให้เจ้าย้อนไปพิจารณาถึงค่ากล่าวหา
ซึ่งสีหเสนาบดีฟังมาจากอาจารย์ของ
คนที่ว่า พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงเป็น
อริยวาทะ ผู้กล่าวหรือสอนเรื่องไม่ทำ
คำนี้มีความหมายรุนแรงอยู่เพราะเท่ากับ
หาว่า สอนให้งอมืองอเท้า หยุดก้าว
ไปสู่คุณเบื้องหน้า นั่งนอนรอวัน
ตายไป ถ้าสอนเช่นนี้จริงก็เท่ากับ
เป็นคำสอนที่ทำให้คนเกียจคร้าน
ไม่มีความเจริญ แทนที่สมเด็จพระบรม
ศาสดาจะทรงแสดงพระอาการเคียดซึ่ง
ต่อค่ากล่าวหาเช่นนั้น กลับทรงรับว่า
จะหาว่าสอนเรื่องไม่ทำก็ได้เพราะ
เราสอนไม่ให้ทำชั่ว จะว่าสอนให้ทำก็ได้
เพราะสอนให้ทำดี หรือจะมีคำกล่าวหา
ใด ๆ อีก เช่นหาว่าทรงสั่งสอนให้ขาด
สูญ ก็ตรัสตอบว่าถูกเหมือนกัน เพราะ
สอนให้ทำลายกิเลสให้ขาดสูญ เป็นการ
รู้จักดัดแปลงคำกล่าวหาให้กลายเป็น
เครื่องสนับสนุนพระศาสนาของพระองค์
ไปในทางที่ดียิ่งขึ้น ซึ่งนับว่าทรงเป็น
ผู้สมเป็นพระบรมศาสดา
“ดูก่อนสุรเสนะ! อาจมีบาง
คนที่ไม่รู้จริง ๆ หรือบางคนรู้ แต่
พยายามปิดตาปิดหูของตนต่อ
ค่าสอนเรื่องการตั้งตัว เรื่องความ
ขยันหมั่นเพียรของสมเด็จพระผู้มี
พระภาคเจ้า แล้วใส่ความว่าสอน
ให้ไม่ทําอะไร ดีแต่เกียจคร้าน
พ่อจะบอกให้ พระบรมศาสดา
องเราทั้งหลาย ทรงเป็นตัวอย่าง
พระผู้มีพระภาคเจ้า
ทรงเป็นอริยวาทะ
ผู้กล่าวหรือสอนเรื่องไม่ทำ
คำนี้มีความหมายรุนแรงอยู่เพราะ
เท่ากับหาว่า
สอนให้งอมือ งอเท้า
หยุดก้าวไปสู่คุณเบื้องหน้า
นั่งนอนรอวันตายไป
ที่ดียิ่งของผู้มีความขยันหมั่นเพียร
ต่อสู้อุปสรรคต่าง ๆ ตลอดเวลา
5 ปีในการแสวงหาพระโพธิญาณ
มิได้พรั่นพรึงต่อความยากลำบาก
ใด ๆ แม้เมื่อตรัสรู้แล้วก็ยังทรง
อุตสาหะเสด็จจาริกไปในที่ต่าง ๆ
เพื่อแสดงธรรมโปรดเวไนยสัตว์
มิได้เห็นแก่ความเหนื่อยยาก
“ดูก่อนสุรเสนะ ! ผู้ใดเกียจคร้าน
งอมืองอเท้าไม่คิดตั้งตัวให้ได้ ผู้นั้นหา
ชื่อว่าเป็นพุทธศาสนิกชนที่ดีไม่ เพราะ
มิได้ทำตามคำสั่งสอนของสมเด็จพระ
บรมศาสดาที่ให้รู้จักตั้งตัวได้ด้วยทรัพย์
อันเป็นต้นทุน แม้น้อย
“ดูก่อนสุรเสนะ! ผู้ศึกษาพระ
พุทธศาสนาดีแล้ว จะเป็นคนมีความ
อุ่นใจเสมอในการครองชีพ เขาอาจ
เริ่มต้นด้วยไม่มีอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน
เลย แม้เพียงแต่อาหารจะยังท้องให้เต็ม
มื้อหนึ่งก็หาได้โดยยากนี้แหละ แต่
อาจกลายเป็นมหาเศรษฐีขึ้นมาได้
เพราะความพากเพียรความอดทน
ไม่ยอมตกเป็นทาสของความเกียจคร้าน
ความท้อแท้หมดหวัง หรือความคิด
อย่างโง่ ๆ ที่จะก้าวทีเดียวให้ขึ้นบันได
ขั้นสุดยอด คือหวังจะเป็นเศรษฐีให้ได้
ในวันเดียวโดยไม่ต้องทำอะไรให้เหนื่อย
ยากอันเป็นการได้ดีอย่างลอย ๆ
“ดูก่อนสุรเสนะ ภาษิตโบราณ
ก็มีกล่าวไว้ว่า ผู้ละความพากเพียร
เสีย คอยคิดพึ่งแต่โชคนั้น ย่อมไม่ผิด
อะไรกับราชสีห์ที่ทำด้วยหิน ซึ่งเขา
ตั้งไว้ที่หน้าปราสาท แม้กาก็จับที่ศีรษะ
ได้
“ดูก่อนสุรเสนะ ! พ่อคนหนึ่ง
ละที่มั่นใจว่าถ้าปฏิบัติตามที่สมเด็จ
พระบรมศาสดาทรงสั่งสอนแล้ว แม้เบื้อง
ต้นเราจะเป็นเพียงขอทานคนหนึ่ง
ก็อาจตั้งตัวได้เป็นอย่างดี ถ้าเรามี
๙๔
Kalyanamitra.org