การใช้คำเปรียบเทียบในการสอน วารสารกัลยาณมิตร ปี 2529 ฉบับที่ 10 เดือนตุลาคม หน้า 105
หน้าที่ 105 / 142

สรุปเนื้อหา

คือการใช้ค่าอุปมา-อุปไมยก็ได้ เขาจะเดินได้ แต่เมื่อเขาโตพอที่จะเดินได้ ฉะนั้น ผู้ที่จะถ่ายทอดเรื่องราวต่าง ๆ เองแล้ว เขาย่อมเดินได้ไกลโดยไม่ ได้ดีจึงควรหาคำอุปมาอุปไมยไว้เยอะ ๆ ซึ่งจะทำให้เข้าใจได้ชัดเจนยิ่งขึ้น ซึ่ง ผมเองก็ได้ใช้คำเปรียบเทียบในหนังสือที่ เขียนอยู่หลาย ๆ เล่ม และในการใช้ คำเปรียบเทียบของผมนั้น ก็เป็นสิ่งที่ เกิดขึ้นในขณะที่เขียนนั่นเอง มันโผล่ ขึ้นมาโดยไม่ได้เตรียมการไว้ก่อน ที่เป็น เช่นนี้ก็อาจจะเป็นเพราะอ่านหนังสือ มามาก บวกกับประสบการณ์ในเรื่อง ต่าง ๆ ทำให้คำเปรียบเทียบเกิดขึ้นใน ขณะถ่ายทอดสิ่งที่ยาก ๆ ตัวอย่างเช่น หากเราจะพูดถึงเรื่องศรัทธากับปัญญา ว่า....ศรัทธาเป็นสิ่งเบื้องต้นที่จะต้อง ปลูกให้เกิดขึ้น ปัญญาเป็นสิ่งที่จะต้อง เพิ่มพูน เราพูดเช่นนี้บางทีคนฟัง อาจจะยังไม่เ

หัวข้อประเด็น

- การใช้คำเปรียบเทียบในการสอน

ข้อความต้นฉบับในหน้า

คือการใช้ค่าอุปมา-อุปไมยก็ได้ เขาจะเดินได้ แต่เมื่อเขาโตพอที่จะเดินได้ ฉะนั้น ผู้ที่จะถ่ายทอดเรื่องราวต่าง ๆ เองแล้ว เขาย่อมเดินได้ไกลโดยไม่ ได้ดีจึงควรหาคำอุปมาอุปไมยไว้เยอะ ๆ ซึ่งจะทำให้เข้าใจได้ชัดเจนยิ่งขึ้น ซึ่ง ผมเองก็ได้ใช้คำเปรียบเทียบในหนังสือที่ เขียนอยู่หลาย ๆ เล่ม และในการใช้ คำเปรียบเทียบของผมนั้น ก็เป็นสิ่งที่ เกิดขึ้นในขณะที่เขียนนั่นเอง มันโผล่ ขึ้นมาโดยไม่ได้เตรียมการไว้ก่อน ที่เป็น เช่นนี้ก็อาจจะเป็นเพราะอ่านหนังสือ มามาก บวกกับประสบการณ์ในเรื่อง ต่าง ๆ ทำให้คำเปรียบเทียบเกิดขึ้นใน ขณะถ่ายทอดสิ่งที่ยาก ๆ ตัวอย่างเช่น หากเราจะพูดถึงเรื่องศรัทธากับปัญญา ว่า....ศรัทธาเป็นสิ่งเบื้องต้นที่จะต้อง ปลูกให้เกิดขึ้น ปัญญาเป็นสิ่งที่จะต้อง เพิ่มพูน เราพูดเช่นนี้บางทีคนฟัง อาจจะยังไม่เห็น เราก็อาจจะยกข้อ เปรียบเทียบมาให้เห็นได้ง่ายขึ้น เช่นว่า หากเราจะหลอมอะไรสักอย่างหนึ่ง ก็ต้องมีเบ้าหลอมเพราะวัตถุเหลวเมื่อ จะหลอมต้องอาศัยเบ้า หากไม่มีเบ้า มันก็จะไหลไปหมด เหลวแล้วมันก็ไหล เอาไว้ไม่อยู่เป็นรูปร่าง หรือเปรียบถึง เด็กที่ฝึกเดินก็ต้องอาศัยราวไปก่อน อย่างนี้เป็นต้น ฉะนั้น ถ้าเราจะฝึกคน ให้อยู่ในกรอบ อยู่ในระเบียบวินัย ก็ ต้องให้เขามีศีลมีศรัทธาไว้ก่อน เป็นการ เอาเข้าเบ้าไว้ระยะหนึ่ง อันนี้เป็นอุปมา อุปไมย คือเปรียบเทียบให้เห็นชัดเจนขึ้น ทีนี้ เมื่อวัตถุนั้นแห้งดีแล้ว จะเอา เบ้าครอบไว้อีกก็จะใช้ประโยชน์อันใด มิได้ จำเป็นต้องอาเบ้าหลอมออก นั่น คือ ถึงเวลาที่เขาจะต้องใช้ปัญญาของ ตนเองแล้ว ไม่ต้องอาศัยบ้า ไม่ต้องอาศัย ราวเพราะราวนั้นมีจำกัด เราไม่สามารถ ทำราวให้ยาวไกลตลอดระยะทางที่ ต้องอาศัยราวอีกเลย ประการที่สอง สมาทปนา การชักชวนให้ปฏิบัติ ตาม โดยชี้ให้เห็นว่า เมื่อปฏิบัติตาม แล้วจะได้รับผลดีจริง ยิ่งถ้าเรา สามารถยกตัวอย่างมาประกอบให้เห็น ได้ชัดเจน จนกระทั่งใจยอมรับที่จะนำ ไปปฏิบัติ ก็จะดียิ่งขึ้น เช่น เราอาจจะ ยกตัวอย่างบุคคลในประวัติศาสตร์หรือ พระในศาสนาที่ประสบผลดีในเรื่อง นั้น ๆ น่ามาแสดงให้เขาเห็นเพื่อให้ เขาได้ปฏิบัติตาม แล้วก็ขอเรียนไว้อย่าง หนึ่งว่า การอธิบายธรรมะหรือการ สอนธรรมะนั้น จะต้องเอามาประ ยุกต์กับชีวิตให้ได้ ไม่ใช่เพียงแต่ว่า ให้เขาเพียง...เข้าใจเพียงเข้าใจ แต่ต้อง และเข้าใจเพื่อจะน่ามา ใช้ประโยชน์ในชีวิตประจำวันให้ได้ ประการที่สามคือ สมุดเลยนา แปลว่า เร้าใจให้ อาจหาญในการปฏิบัติ มีความรู้สึกที่ แกล้วกล้า เกิดความกระตือรือร้น มี กำลังใจที่เข้มแข็งและมั่นใจว่า สามารถ ที่จะทำให้สำเร็จได้โดยที่ไม่กลัวความ เหน็ดเหนื่อยหรือความยากลำบาก ไม่ ท้อถอยง่าย ๆ สร้างความมั่นใจว่า เมื่อ เราเดินทางถูกแล้วเป็นไรก็เป็นกัน จะ ต้องดำเนินไปตามนี้ให้ได้ ตระหนักแน่ว่า สิ่งที่มีผลมาก จะต้อง ทำให้มาก อบรมให้มาก จึงจะมีผล เพราะ มากได้ ซึ่งก็มีบางคนเคยพูดกับผมว่า มัวสอนธรรมะ ทำงานเกี่ยวกับธรรมะ อย่างนี้ เมื่อไหร่จะรวยสักที ผมก็นึก กับตัวเองว่า จนเป็นจนไม่กลัว ทำใจ ให้เกิดความกล้าหาญขึ้นมาในการที่ การอธิบาย ธรรมะหรือการ สอนธรรมะนั้น จะต้องเอามาประยุกต์ กับชีวิตให้ได้ ไม่ใช่ เพียงแต่ว่า ให้เขา รู้เพียงรู้ เข้าใจ เพียงเข้าใจ จะปฏิบัติ ซึ่งข้อนี้ค่อนข้างลำบาก เพราะ...คนส่วนใหญ่ยังกลัวอยู่ว่า เมื่อตั้งใจปฏิบัติธรรมแล้วจะเอา ตัวให้รอดได้หรือไม่ อย่างนี้เรา ต้องตอบตัวเองได้ว่า คนที่มีศรัทธา มิส มีปัญญา และมีความรู้ความ สามาร อย่าพยา ถ้าอาตัวไม่รอด ก็ให้มันรู้ไป ต้องให้มีความมั่นใจ อย่างนั้น...เมื่อเราคิดได้เช่นนี้ เราก็สามารถที่จะหางานในด้านนี้ สามารถประพฤติปฏิบัติธรรม เผย Kalyanamitra.org ๑om
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More