นิสัยการกินของผู้สูงอายุ วารสารกัลยาณมิตร ปี 2529 ฉบับที่ 10 เดือนตุลาคม หน้า 66
หน้าที่ 66 / 142

สรุปเนื้อหา

ถึงรสอร่อยถูกใจ เช็กฉ่าย ปลาร้า ปลาเค็ม น้ำพริก อย่างนี้ท่านผู้เฒ่าชอบ นัก กินซ้ำ ๆ อยู่อย่างนั้น ไปเช้า ให้ท่านกินเนื้อหมู เนื้อปลา เนื้อไก่บ้าง ท่านก็ไม่เอา บอกว่าไม่แซ่บ สู้ของพวก นั้นไม่ได้ ท่านว่าทำให้กินข้าวได้หลาย จาน แต่จริง ๆ แล้วไม่พอเพราะของที่ ท่านชอบไม่ค่อยมีคุณค่าทางอาหาร ในที่สุดท่านก็เลยต้องเป็นโรคขาดอาหาร ผู้เฒ่าบางคนโชคไม่ดี ได้ลูกหลาน ที่ไม่รู้ใจ ทำกับข้าวไม่ถูกปาก ท่าน เกรงใจเขาไม่บอกไม่บ่น แล้วในที่สุด ก็เป็นโรคขาดอาหารเพราะได้อาหาร ไม่ถูกใจ กินไม่ลง ระวังๆ หน่อยนะ พ่อแม่มิได้ครั้ง เดียว คือมีพ่อคนเดียว มีแม่คนเดียว ท่านตายแล้วไปหาคนอื่นมาแทนไม่ได้ เราอุตส่าห์ทำงานหาเงินหาทอง ก็ หวังจะตอบแทนบุญคุณท่านให้เต็มที่ แต่ว่าถ้าเราส่งแต่เงินไปให้ ไม่ได้ตาม ไปดูรายละเอียดว่าท่านน

หัวข้อประเด็น

- นิสัยการกินของผู้สูงอายุ

ข้อความต้นฉบับในหน้า

ถึงรสอร่อยถูกใจ เช็กฉ่าย ปลาร้า ปลาเค็ม น้ำพริก อย่างนี้ท่านผู้เฒ่าชอบ นัก กินซ้ำ ๆ อยู่อย่างนั้น ไปเช้า ให้ท่านกินเนื้อหมู เนื้อปลา เนื้อไก่บ้าง ท่านก็ไม่เอา บอกว่าไม่แซ่บ สู้ของพวก นั้นไม่ได้ ท่านว่าทำให้กินข้าวได้หลาย จาน แต่จริง ๆ แล้วไม่พอเพราะของที่ ท่านชอบไม่ค่อยมีคุณค่าทางอาหาร ในที่สุดท่านก็เลยต้องเป็นโรคขาดอาหาร ผู้เฒ่าบางคนโชคไม่ดี ได้ลูกหลาน ที่ไม่รู้ใจ ทำกับข้าวไม่ถูกปาก ท่าน เกรงใจเขาไม่บอกไม่บ่น แล้วในที่สุด ก็เป็นโรคขาดอาหารเพราะได้อาหาร ไม่ถูกใจ กินไม่ลง ระวังๆ หน่อยนะ พ่อแม่มิได้ครั้ง เดียว คือมีพ่อคนเดียว มีแม่คนเดียว ท่านตายแล้วไปหาคนอื่นมาแทนไม่ได้ เราอุตส่าห์ทำงานหาเงินหาทอง ก็ หวังจะตอบแทนบุญคุณท่านให้เต็มที่ แต่ว่าถ้าเราส่งแต่เงินไปให้ ไม่ได้ตาม ไปดูรายละเอียดว่าท่านนำไปกินไปใช้ อย่างไร เดี๋ยวท่านก็เป็นโรคขาดอาหาร ปุบปับเป็นลมเป็นแล้งไป เรานั่นแหละ จะต้องเสียใจไปจนตลอดชีวิต ฉะนั้น การที่ใครคนใดคนหนึ่ง มีฐานะดี ส่งเงินไปให้พ่อแม่ใช้แล้ว ไม่ตามไปดู ถือว่าเสี่ยงมาก วันดีคืนดี กลับบ้าน พาลูกพาเมียไปกราบท่าน อาจพบว่าท่านนั่งเข้าท่วมหัว ผอม โกรก ใส่เสื้อผ้าเก่าขาดกะร่องกะแร่ง คล้ายขอทาน เงินทองที่ลูกส่งไปให้ ยังอยู่ครบถ้วนในก๋าปั่น เรื่องเสื้อผ้าเครื่องนุ่งห่มนี้ ผู้เฒ่า ราย ๆ เป็นเหมือนกันหมด เพราะท่าน ไม่ห่วงแล้วว่าจะสวยหรือไม่สวย ใช้ จนเก่าเป็นผ้าขี้ริ้วก็ยังไม่อยากเปลี่ยน โยมพ่อของอาตมาก็เป็นอย่างนี้เหมือน กัน กลับไปเยี่ยมท่านทีไรต้องแอบเอา เสื้อผ้าชุดเก่า ๆ ไปทิ้งเสียบ้าง ไม่อย่าง นั้นไม่ยอมใช้ชุดใหม่ แต่คนในบ้านเห็น บางทีกลับไปเจอท่านอ่อนเพลีย เบื่ออาหาร ใคร ๆ ก็หาสาเหตุไม่พบ เคราะห์ดีที่อาตมาพอจะรู้ใจท่าน ว่า ชอบอาหารรสจัด ว่าท่านสูงอายุแล้ว ไม่ควรกินอาหาร รสจัด เลยทําอาหารแบบจืด ๆ ให้ ท่าน เป็นคนอดทน ไม่บ่นเลย ไม่ชอบก็กิน น้อยเลยเป็นโรคขาดอาหาร ต้องสั่งให้ น้ำเกลือ พอแข็งแรงขึ้นมาหน่อย ท่าน กลับไม่ยอมรับน้ำเกลือเสียแล้ว เพราะ เสียดายสตางค์ ลูก ๆ ต้องชี้แจงเหตุผล ว่าจีนไม่ยอมรับน้ำเกลือจะเป็นไอ้โน่น ไอ้นี่ ท่านจึงยอม นิสัยตระหนี่ถี่เหนียวที่เกิด กับผู้สูงอายุ ฟ้องว่าตั้งแต่หนุ่ม แต่สาวท่านไม่ค่อยจะทำบุญทำ ทาน พอแก่ตัวผลกรรมจึงตามมา ให้ท่านไม่อยากใช้ไม่อยากจ่าย อะไรทั้งสิ้น มีเงินก็ยังพอใจอยู่ อย่างอด ๆ อยาก ๆ พวกเราดูแลผู้เฒ่าต้องช่างสังเกต หน่อยนะ บั้นปลายชีวิตคนแก่มักจะ จะกลับเป็นเด็กอีกครั้งหนึ่ง เพราะลูก ๆ ต่างคนต่างออกไปทำงาน เหลือเด็ก ๆ ไว้ให้ท่านเลี้ยง ตกลงวันหนึ่ง ๆ ท่านไป ไหนไม่ได้ก็คุยกับหลานกับเหลน ผล สุดท้ายทั้งหลานทั้งเหลนก็เลยกลาย เป็นเพื่อนเล่นของท่านไป ผลที่ตามมาไม่ค่อยจะดีนัก เพราะ เด็กที่คนแก่เลี้ยงมักจะดื้อ พูดปดเก่ง เจ้ามารยาสารพัด เพราะรู้อยู่ว่าย่าก็ดี ยายก็ดี กำลังเหงาจะอ้อนเอาอะไรก็ ได้ทั้งนั้น ถ้าไปอ้อนกับแม่เดี๋ยวโดนตี ต้องใช้วิธีไปอ้อนกับย่ากับยาย เดี๋ยว ย่ายายก็ไปบังคับให้แม่ไปซื้อของมา ให้จนได้ เพราะฉะนั้นถ้าไม่อยากได้ลูก หลานดื้อ ๆ ต้องไม่ปล่อยให้ปู่ย่าตา ยายเอาไปผูกขาดเลี้ยงเสียเอง ผู้ฆ่า ทั้งหลายก็อย่าไปวุ่นวายเลี้ยงหลาน อยู่ทั้งวัน ช่วยดูบ้างบางครั้งบางคราว เอาเวลาส่วนใหญ่ไปถือศีล เจริญภาวนา ดีกว่า ส่วนพวกลูก ๆ ทั้งหลาย ก็อย่า ละเลยพ่อแม่ ท่านอยากกินอะไรก็ช่วย จัดมาให้ อย่าไปนึกว่าท่านรู้จี้ เพราะเมื่อ เราเด็ก ๆ เราสารพัดจะอ้อนท่าน ท่าน ก็อุตส่าห์ไปซื้อหามาให้ เพราะฉะนั้น ตอนนี้รีบตอบแทนท่านเสีย เวลาจัดให้ก็ต้องทำด้วย ความเต็มใจนะ ถ้าทำด้วยความไม่ เต็มใจ ผู้เฒ่าสังเกตออกแล้วจะ น้อยใจ ถ้าคนแก่น้อยใจแล้วอายุ จะสั้น จำเอาไว้ ถ้าอยากให้พ่อแม่ ปู่ย่าตายายอายุยืน อย่าไปทำให้ ท่านน้อยใจ ข้อ ๑๒. “ภิกษุพึงทำความศึกษา ว่า เราจักไม่บาตรของผู้อื่นด้วยคิด จะยกโทษ” เวลาฉันอาหาร พระสัมมาสัม พุทธเจ้าไม่ให้พระภิกษุบาตรของ คนอื่น คือไม่ให้ดูว่าคนโน้นได้กับข้าว ดีกว่าของเราหรือเปล่า ได้มากหรือได้ น้อย เพราะดูแล้วอดเอามาเปรียบเทียบ ไม่ได้ บางทีเผลอพูดกระทบใจกันเข้า อีก เรื่องแบบนี้ถ้าครอบครัวใดไม่ ฝึกอบรมลูกหลานให้ดี จะเกิดปัญหา คือ ลูก ๆ ไปบ้านคนอื่นแล้วไปเที่ยวดู กับข้าวกับปลาของเขา ครั้นเห็นเขาอยู่ ดีกินดีกว่าตัวก็อิจฉาตาร้อน ไปว่าเขา Kalyanamitra.org
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More