ข้อความต้นฉบับในหน้า
พรมเยอะ ๆ ชอบแย่งกันกับเพื่อนไป
นั่งใกล้ทางที่พระผ่านมา....สนุกดีจริง ๆ
แววชอบที่จะเรียนรู้ศึกษาทุก
อย่าง กะว่าถึงอย่างไร เรียนเยอะ ๆ กัน
เหนียวไว้ก่อน....ตอนเรียนมัธยมไปฝึก
ศิลปะป้องกันตัวไทยุทธ์ ยังจำคำพร่ำ
สอนของอาจารย์ได้เสมอว่า “วิชา
ความรู้มีเอาไว้ใช้ ไม่ใช่ไปรังแก
ซ่าอย่างนี้
ยังมาฝึกนั่ง
สมาธิกับ
ชมรมพุทธฯ
จนอาจารย์ที่สอน
ตั้งฉายา
“นางสาววิปัสสนา”
ใครหรืออวดเบ่งใคร” เมื่อเผชิญโลก
มากเข้า เริ่มรู้ถึงคำสอนของครูบาอาจารย์
แรกจบมาคิดว่าแน่ ไป ๆ มา ๆ มีคน
แน่กว่า เลยหายซ่าไปเยอะ
สาวสองหน้า
ตอนที่เรียนมหาวิทยาลัย เป็น
นักกิจกรรมจอมซ่ากับเขาเหมือนกัน
ตั้งแต่นักวิชาการประจำคณะ นักแสดง
นักโต้วาที โต้โผเชียร์ งานชมรมฯ แต่
ทำกิจกรรมอะไรก็ไม่รู้สึกประหลาดใจ
ใคร ๆ เท่ากับ ซ่าอย่างนี้ยังมาฝึกนั่ง
สมาธิกับชมรมพุทธฯ จนอาจารย์ที่
สอนตั้งฉายา “นางสาววิปัสสนา
แต่เพราะอุปนิสัยชอบลอง ชอบซ่า
เลยเกือบจะทำให้เสียสถาบันชมรมพุทธฯ
ซะแล้ว...เสี้ยวหนึ่งของอดีต มาเสียความ
เป็นเด็กดีตอนเรียนปี คือดื่มเหล้า
สูบบุหรี่ เที่ยวกลางคืน (มารู้ภายหลัง
“นั่นน่ะนรกรอท่าอยู่ทั้งบ้าน”) ยิ่งได้
ออกเรียนสำรวจพื้นที่นอกสถานที่ ยิ่ง
ถลุงเงินสนุกไปเลย...แต่ไม่สนุกเงิน
พ่อเงินแม่แน่ ๆ ...แววใช้ชีวิตชาวหอฯ
อยู่ ๔ ปี ทราบซึ้งจริง ๆ มันเหงา ว้าเหว่
มาก เห็นนักศึกษาที่ไกลหูไกลตาพ่อแม่
เสียการเรียนไปเพราะเลือกคบเพื่อนที่
ไม่ค่อยดี เพียงเพื่อแก้เหงาแก้เซ็งอยู่
บ่อย ๆ
m
ขอบเงินและ
อยากเป็นนักธุรกิจ
มากที่สุด
แววชอบค้าขาย ชอบเงินเยอะ ๆ
อยากเป็นนักธุรกิจ พอเรียนจบ เลย
มักจะพบลู่ทางของความอยากอยู่เสมอ
อุตส่าห์วิ่งวนไปหาประสบการณ์ชีวิต
แปลก ๆ เป็นพนักงานต้อนรับในห้อง
อาหาร พนักงานขายเครื่องสำอาง
ไม่ค่อยชอบงานราชการ เลยลาออกมา
เป็นผู้ช่วยผู้จัดการบริษัทขายเครื่องทำ
ความสะอาด เปลี่ยนงานมาเป็นผู้จัด
การขายเครื่องสำอาง ควบกันกับเป็น
พนักงานขายของเครื่องใช้ในสำนักงาน
ตอนแรก ๆ ก็คิดว่า นี่เราจะทำได้เหรอ
เนี่ย! แต่ก็เชื่อมันว่าถ้าได้ทำ ต้องทำได้
เมื่อพบสังคมพวกนี้กลับมีแต่ความ
หม่นหมอง การหลอกลวง ความ
ไม่จริงใจ วุ่นวาย แก่งแย่งกันอยู่
ตลอดเวลา
๕๘
Kalyanamitra.org