หน้าที่ของสามีและภรรยา วารสารกัลยาณมิตร ปี 2529 ฉบับที่ 10 เดือนตุลาคม หน้า 49
หน้าที่ 49 / 142

สรุปเนื้อหา

เมื่อฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดมีความทุกข์ มี ปัญหา ก็ควรนำมาปรึกษากัน 6. ปิยวาจา พูดกันด้วยวาจา ไพเราะ แม้การตักเตือนกัน ก็ต้อง ระมัดระวังคำพูด ถ้าถือเป็นกันเอง มากเกินไป อาจจะเกิดทิฐิ ทำให้ครอบ ครัวไม่สงบสุข โดยถือหลักว่า ก่อนแต่ง งานเคยพูดไพเราะอย่างไร หลังแต่งงาน ก็พูดให้เพราะ ๆ อย่างนั้น ๑. อัตถจริยา ประพฤติตนเป็น ประโยชน์ต่อกัน เมื่อรู้ว่าอะไรดีหรือ ไม่ดี ควรหรือไม่ควร ก็นำมาเล่าสู่กันฟัง พยายามศึกษาหาความรู้ทางธรรม เอาใจ มาเกาะกับธรรมให้มาก สามีภรรยานั้น เมื่อทะเลาะกันมักจะโยนความผิดให้ อีกฝ่ายหนึ่ง ซึ่งแท้จริงแล้ว ย่อมมี ความผิดด้วยกันทั้งคู่ อย่างน้อยก็ผิด ที่ไม่หาวิธีที่เหมา เหมาะสม สั่งสอนตักเตือน กัน ปล่อยให้อีกฝ่ายหนึ่งทำความผิด ๔. สมานัตตตา วางตัวให้ เหมาะสมกับที่ตัวเป็น เป็นพ่อบ้าน หากทํ

หัวข้อประเด็น

- หน้าที่ของสามีและภรรยา

ข้อความต้นฉบับในหน้า

เมื่อฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดมีความทุกข์ มี ปัญหา ก็ควรนำมาปรึกษากัน 6. ปิยวาจา พูดกันด้วยวาจา ไพเราะ แม้การตักเตือนกัน ก็ต้อง ระมัดระวังคำพูด ถ้าถือเป็นกันเอง มากเกินไป อาจจะเกิดทิฐิ ทำให้ครอบ ครัวไม่สงบสุข โดยถือหลักว่า ก่อนแต่ง งานเคยพูดไพเราะอย่างไร หลังแต่งงาน ก็พูดให้เพราะ ๆ อย่างนั้น ๑. อัตถจริยา ประพฤติตนเป็น ประโยชน์ต่อกัน เมื่อรู้ว่าอะไรดีหรือ ไม่ดี ควรหรือไม่ควร ก็นำมาเล่าสู่กันฟัง พยายามศึกษาหาความรู้ทางธรรม เอาใจ มาเกาะกับธรรมให้มาก สามีภรรยานั้น เมื่อทะเลาะกันมักจะโยนความผิดให้ อีกฝ่ายหนึ่ง ซึ่งแท้จริงแล้ว ย่อมมี ความผิดด้วยกันทั้งคู่ อย่างน้อยก็ผิด ที่ไม่หาวิธีที่เหมา เหมาะสม สั่งสอนตักเตือน กัน ปล่อยให้อีกฝ่ายหนึ่งทำความผิด ๔. สมานัตตตา วางตัวให้ เหมาะสมกับที่ตัวเป็น เป็นพ่อบ้าน หากทําผิด ก็เตือน แต่ไม่ตำหนิ ต่อสาธารณชน หรือคนในบ้าน เพราะจะเสีย การปกครอง หน้าที่ของสามีต่อภรรยา ๑. ยกย่องให้เกียรติ คือยกว่า เป็นภรรยา ไม่ปิด ๆ บัง ๆ หากทำดีก็ ชมเชยด้วยใจจริง หากทำผิดก็เตือน แต่ไม่ตำหนิต่อหน้าสาธารณชนหรือ ก็ทำตัวให้สมกับเป็นพ่อบ้าน เป็นแม่ คนในบ้าน เพราะ จะเสียการ บ้านก็ทำตัวให้สมกับเป็นแม่บ้าน ต่าง ปกครอง สิ่งใดเป็นเรื่องส่วนตัว เช่น กวางตัวให้เหมาะสมกับหน้าที่ที่ได้รับ มอบหมายทั้งในบ้านและนอกบ้าน ซึ่ง ข้อนี้จะประพฤติปฏิบัติได้ดี ต้องฝึก สมาธิให้ใจผ่องใสเป็นปกติ เพราะคนที่ ใจผ่องใสจะรู้ว่าในภาวะเช่นนั้น ควรจะ วางตนอย่างไร ไม่ระเริงโลก จนวาง ตนไม่เหมาะสม โดยสรุป คือปฏิบัติตนตามหลัก ทาน (กายให้เนยของ) รักษาศีล (เพื่อ ให้มีคำพูดที่ไพเราะ และเพื่ออุดข้อ บกพร่องของตน จะได้เป็นคนมีประ โยชน์) เจริญภาวนา (คือ การฟังธรรม และท่าสมาธิ เพื่อให้ใจผ่องใส เกิด ปัญญาจะได้วางตัวให้เหมาะสมกับที่ตัว เงิน) การเลี้ยงเพื่อน พบปะญาติมิตร ควรให้ อิสระ 6. ไม่ดูหมิ่น ไม่เหยียบย่ำว่า ต่ำกว่าตน ไม่ดูถูกเรื่องตระกูล ทรัพย์ ความรู้ การแสดงความคิดเห็น ไม่กระทำ เรื่องเกี่ยวกับครอบครัวโดยไม่ปรึกษา ห้ามทุบตีด่าทอเด็ดขาด ๓. ไม่นอกใจ ไม่ไปสมสู่กับหญิง อื่นในฐานะเป็นภรรยาเหมือนกัน เพราะเป็นการดูหมิ่นความเป็นหญิง ของภรรยา ให้เอาใจเขามาใส่ใจเรา ภรรยาทุกคนจะปลื้มใจที่สุด ถ้าสามีรัก และซื่อตรงต่อตนเพียงคนเดียว ๔. มอบให้เป็นใหญ่ คือ มอบให้เป็นผู้จัดการภาระทางบ้าน ไม่เข้าไปก้าวก่ายในเรื่องการครัว การ ปกครองภายใน นอกจากเรื่องใหญ่ ๆ ซึ่งภรรยาไม่อาจแก้ปัญหาได้ 4. ให้เครื่องแต่งตัว ขึ้นชื่อว่า ผู้หญิงล้วนชอบแต่งตัว สนใจเรื่อง ถ้าได้เสื้อผ้าเครื่องแต่งตัว สวย ๆ งาม ๆ สวย ๆ งาม ๆ แล้วชื่นใจ ถึงจะโกรธเท่า โกรธ ถ้าได้เครื่องแต่งตัวถูกใจ ประเดี๋ยว ก็หาย สามีก็ต้องตามใจบ้าง หน้าที่ของภรรยาต่อสามี ๑. จัดการงาน จัดบ้านให้ สบายน่าอยู่ จัดอาหารให้ถูกปากและ ทันตามความต้องการ จัดเสื้อผ้าเครื่องใช้ ให้สะอาดอยู่เสมอ ๒. สงเคราะห์ญาติข้างมี ด้วย การเอื้อเฟื้อ กล่าววาจาไพเราะ ให้ ความช่วยเหลือตามฐานะที่จะทำได้ - ไม่นอกใจ จงรักภักดี รักสนิท แน่นต่อสามีเพียงผู้เดียว ๔. รักษาทรัพย์ให้ดี ไม่ฟุ่มเฟือย แต่ก็ไม่ตระหนี่ รู้จักใช้ทรัพย์ให้เป็น ๕. ขยันหางาน ขยันขันแข็ง ทำงานบ้าน ไม่เอาแต่กิน นอน เที่ยว หรือเล่นการพนัน ประเพณีแต่งงานของไทยเรา เวลาเจ้าบ่าวเจ้าสาวรับน้ำพุทธมนต์ มักจะสวมมงคลแฝดไว้บนศีรษะดูคล้าย ๆ กับยึดคนสองคนไว้ด้วยกัน ความมุ่ง หมายนั้นคือ จะยึดคนทั้งสองไว้ไม่ให้ แยกจากกัน นั่นเป็นการยึดผูกเพียง ภายนอกผิวเผิน ซึ่งช่วยอะไรไม่ได้ จริง พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงสอน ให้ยึดเหมือนกัน แต่แทนที่จะสอนให้ ยึดด้วยด้าย ทรงสอนให้ยึดด้วยคุณ ธรรมที่เรียกว่า “สังคหะ” แทน การ Kalyanamitra.org P3
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More