การสร้างความมั่นใจในการปฏิบัติธรรม วารสารกัลยาณมิตร ปี 2529 ฉบับที่ 10 เดือนตุลาคม หน้า 107
หน้าที่ 107 / 142

สรุปเนื้อหา

ผมเอง แผ่ธรรมได้ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ ก็เคยมีประสบการณ์โดยตรงมาก่อน ตามที่ได้เล่าให้ฟังแล้วนั้น โดยที่ผมก็ มาคิดว่า เมื่อเราใช้ชีวิตอย่างนี้ จะ สามารถเอาตัวรอดได้หรือไม่ พระพุทธ ศาสนาจะสามารถคุ้มครองเราได้หรือไม่ ธรรมะจะคุ้มครองผู้ประพฤติธรรมได้ จริงหรือไม่ ซึ่งการจะได้รู้เช่นนี้ก็มีความ จำเป็นอยู่ว่า เราจะต้องเอาชีวิตเข้าไป ทดลองดูจนกระทั่งเกิดความมั่นใจขึ้นว่า ธรรมะย่อมคุ้มครองรักษาผู้ประพฤติ ธรรมได้จริง ก็เกิดความกล้าหาญขึ้น คือเกิดสมุดเตชนาขึ้นนั่นเอง ถ้าเราเด็ดเดี่ยว สามารถเดินทาง เปลี่ยวได้ เราก็ไม่ต้องไปเบียดเสียด ยัดเยียดกับบุคคลอื่นซึ่งมีอยู่เป็นจำนวน มาก และเขาก็แย่งชิง ฟาดฟันกัน ใส่ร้าย ป้ายสีกัน อะไรต่อมิอะไรมากมาย ซึ่ง มีแต่ความเดือดร้อน สิ่งเหล่านี้เราไม่ ต้องไปเผชิญหากเรากล้าพอ นั

หัวข้อประเด็น

- การสร้างความมั่นใจในการปฏิบัติธรรม

ข้อความต้นฉบับในหน้า

ผมเอง แผ่ธรรมได้ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ ก็เคยมีประสบการณ์โดยตรงมาก่อน ตามที่ได้เล่าให้ฟังแล้วนั้น โดยที่ผมก็ มาคิดว่า เมื่อเราใช้ชีวิตอย่างนี้ จะ สามารถเอาตัวรอดได้หรือไม่ พระพุทธ ศาสนาจะสามารถคุ้มครองเราได้หรือไม่ ธรรมะจะคุ้มครองผู้ประพฤติธรรมได้ จริงหรือไม่ ซึ่งการจะได้รู้เช่นนี้ก็มีความ จำเป็นอยู่ว่า เราจะต้องเอาชีวิตเข้าไป ทดลองดูจนกระทั่งเกิดความมั่นใจขึ้นว่า ธรรมะย่อมคุ้มครองรักษาผู้ประพฤติ ธรรมได้จริง ก็เกิดความกล้าหาญขึ้น คือเกิดสมุดเตชนาขึ้นนั่นเอง ถ้าเราเด็ดเดี่ยว สามารถเดินทาง เปลี่ยวได้ เราก็ไม่ต้องไปเบียดเสียด ยัดเยียดกับบุคคลอื่นซึ่งมีอยู่เป็นจำนวน มาก และเขาก็แย่งชิง ฟาดฟันกัน ใส่ร้าย ป้ายสีกัน อะไรต่อมิอะไรมากมาย ซึ่ง มีแต่ความเดือดร้อน สิ่งเหล่านี้เราไม่ ต้องไปเผชิญหากเรากล้าพอ นั่นคือ เทพธิดาแห่งความสำเร็จจะเผยโฉม ปรากฏแก่เราเอง เพราะฉะนั้น จึงมี ความจําเป็นว่า...เราจะต้องสร้างความ มั่นใจ ปลุกเร้าให้เกิดความมั่นใจขึ้น ซึ่งหากเราไม่กล้า เราก็ต้องเดินไปบน เส้นทางที่คนเป็นอันมากเดินกันอยู่ เป็นทางที่คับแคบเพราะต้องเบียดเสียด ยัดเยียดกันอยู่อย่างเหลือเกินนั่นเอง ประการที่สี่ สัมปหังสนา การทำใจให้ร่าเริง แจ่มใส มีจิตใจที่เบิกบาน คือทำบรรยา กาศในการศึกษาและปฏิบัติธรรมให้ เกิดความรู้สึกที่เป็นสุข ไม่ใช่ปฏิบัติไป อย่างหดหู่ เศร้าหมอง เหี่ยวแห้งโรยรา หรือหมดความหวัง อะไรทำนองนี้ สัมปหังสนานั้นไม่จำเป็นจะต้อง เฮฮา สนุกสนาน แต่มีความสุข สดชื่นอยู่ภายใน ถ้าเป็นดอกไม้ก็ เหมือนกับว่ามันบานมาจากข้างใน เพราะ เป็นธรรมชาติของดอกไม้ที่มันต้องบาน มาจากข้างใน....ไม่ใช่ฉีกกลีบให้มันบาน จะต้องให้มันบานเอง เพียงแต่เราค่อย ๆ ประคับประคอง ประคบประหงมให้มี ความบานขึ้นมาทีละน้อย หรือถ้าเป็น ผลไม้ก็ให้มันสุกเองให้ผลไม้สุกบน ต้น แต่ถ้าหากจะเก็บมาบ่มก็ให้แก่ เสียก่อน มิใช่เก็บลูกอ่อนมาบ่ม เพราะ แม้สีของมันจะคล้าย ๆ สุก แต่มันไม่สุก คือมันเน่านั่นเอง ฉะนั้น ถ้าจะบ่มต้อง ให้แก่พอสมควรเสียก่อน นั่นคือ... ความค่อยเป็นค่อยไป ทําด้วยจิตใจ ที่สงบเยือกเย็น รู้จักวางรากฐาน ให้มั่นคง แม้ว่ากว่าผลที่จะได้รับ นั้นอาจจะยาวนาน แต่นั่นก็เป็น ความสาเร็จ มีผลยั่งยืน ฉะนั้น ในการศึกษาธรรมะและการปฏิบัติธรรม นั้นเราต้องทำติดต่อกันไปโดยไม่หยุด จะรู้เมื่อไหร่ เห็นผลเมื่อไหร่ก็ช่างเถอะ ถึงอย่างไรเราก็ทำไม่หยุด เราจะต้อง ไม่ใจเร็วด่วนได้ ซึ่งสิ่งนี้เป็นคุณสมบัติ ของผู้ที่เป็นปราชญ์คือ ผู้ที่จะเป็น ปราชญ์ในทางใดนั้น เขาจะต้อง มีความบากบั่นพากเพียร มีความ ใจเย็นในเรื่องนั้น ทำไปด้วยจิตใจ ที่สงบ เยือกเย็น และที่สุดเขาก็ จะได้รับผลดีเอง” อาจารย์ได้สรุปวิธีการเผยแผ่ ธรรมะตามรอยบาทของพระพุทธองค์ ที่ได้ทรงประสบความสำเร็จขั้นสูงอย่าง สมบูรณ์ครบถ้วนว่า “การถ่ายทอดธรรมะนั้นเป็น การถ่ายทอดที่ประเสริฐอย่างยิ่ง ดูแต่ ชาวโลกที่เขาถ่ายทอดหรือแพร่ภาพ ออกทางอากาศทางวิทยุหรือโทรทัศน์ กันอยู่บ่อย ๆ ซึ่งบางทีก็ถ่ายทอดข้าม ทวีปกัน แต่นั่นมิใช่การถ่ายทอดที่ ประเสริฐ เพราะมันเป็นไปเพื่อความ มัวเมา แต่การถ่ายทอดธรรมะนั้น เป็น การถ่ายทอดที่ประเสริฐอย่างยิ่ง ดังนั้น ก็ขอให้พวกเราถ่ายทอด ธรรมะเท่าที่มีความรู้ ความเข้าใจ ทำ เท่าที่จะทำได้ และแม้ว่าเราจะยังไม่ อยู่ในฐานะหรือมีคุณสมบัติที่เป็นครูบา อาจารย์หรืออยู่ในฐานะของพ่อแม่ที่ จะอบรมลูกก็ตาม แต่ก็ขอให้ทำเท่าที่ เราทำได้ ซึ่งความสามารถอันนี้ก็จะ ค่อย ๆ เพิ่มพูนขึ้นมาเรื่อย ๆ และใน ที่สุด เราก็จะสามารถยืนหยัดอยู่ได้ อย่างยั่งยืนตลอดไป” คำสุดท้ายที่อาจารย์วศิน อินทสระ ได้มอบให้แก่ “กัลยาณมิตร” นั้น ช่าง ประทับใจพวกเราอย่างยิ่ง “ในระยะหนึ่ง คนไทยเรา เคยอยากเป็นผู้ดีแบบอังกฤษ ครั้น พอต่อมาพอถึงยุคอเมริกาเฟื่องฟู เราก็อยากเป็นผู้ดีแบบอเมริกัน ใช้ ชีวิตแบบอเมริกัน แต่เมื่อผมได้ มาเห็นกัลยาณมิตรทุกคนที่มีความ อ่อนโยน มีความอ่อนน้อมถ่อมตน ผมก็มีความประทับใจ เกิดความ รู้สึกว่า กัลยาณมิตรเหล่านี้จะเป็น ต้นแบบของ “ผู้ที่ชาวพุทธ” อย่าง แท้จริง” Kalyanamitra.org oot
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More