ข้อความต้นฉบับในหน้า
Ao
เมมิยะเอย!
จิตนี้เป็นสิ่งที่ดิ้นรน
กวัดแกว่งรักษายาก
ห้ามได้ยาก
เมมิยะเลย! จิตนี้คอยแต่จะกลิ้ง
เกลือกลงไปคลุกเคล้ากับกามคุณ
เหมือนปลาซึ่งเกิดในน้ำถูกนาย
พรานเบ็ดยกขึ้นจากน้ำแล้ว คอย
แต่จะดิ้นลงไปในน้ำอยู่เสมอ ผู้
มีปัญญาจึงพยายามยกจิตขึ้นจาก
อาลัยในกามคุณ ให้ละบ่วงมาร
ผู้มีปัญญาจึงพยายาม
ทำจิตนี้ให้หายดิ้นรน
เลย
และเป็นจิตตรง
เหมือนช่างศร
ดัดลูกศรให้ตรง
อีกครั้งหนึ่ง พระเมฆิยะเป็นพระ
อุปัฏฐากพระผู้มีพระภาค พระองค์
เสด็จไปยังชั้นตามเขตปาจีนวังสะ
มีพระเมฆยะตามเสด็จ เวลาเข้าพระ
เมฆยะไปบิณฑบาตในวันตคาม กลับ
จากบิณฑบาตแล้วท่านเดินผ่านสวน
มะม่วงอันน่ารื่นรมย์แห่งหนึ่ง ปรารถนา
จะไปบำเพ็ญสมณธรรมที่นั่น จึงกราบ
ทูลขออนุญาตพระพุทธองค์ พระพุทธ
องค์ทรงห้ามถึงสามครั้งว่า
“อย่าเพิ่งไปเลย เมมิยะ เวลา
นี้เราอยู่คนเดียว ขอให้ภิกษุอื่น
มาแทนเสียก่อนแล้วเธอจึงค่อย
ไป”
ความจริงพระพุทธองค์ทรงเห็น
อุปนิสัยของพระเมมิยะว่ายังไม่สมควรที่
จะไป จึงไม่ทรงอนุญาต หาใช่เพราะ
ทรงคำนึงถึงความลำบากไม่ และไม่ใช่
พระองค์จะไม่ทรงเห็นความจำเป็นใน
การบำเพ็ญสมณธรรม เกี่ยวกับเรื่อง
สมณธรรมนั้น พระพุทธองค์ทรงส่งเสริม
ให้ภิกษุกระทำอยู่เสมอ
พระเมฆยะไม่ยอมฟังคำท้วงติง
ของพระพุทธองค์ ละทิ้งพระองค์ไว้
แล้วไปสู่สวนมะม่วงอันร่มรื่น บำเพ็ญ
สมณธรรมทำจิตใจให้สงบ แต่ก็หา
สงบไม่ ถูกวิตกทั้งสามรบกวนจนไม่
อาจให้จิตสงบได้เลย วิลกทั้งสามนั้น
คือ กามวิตก-ความคลิกเรื่องกาม พยา
มาหวิด -ความตกในทางปองร้าย
และ3 -สา-ตก-ความตกในทาง
เบียดเบียน ในที่สุดจึงกลับมาเฝ้าพระผู้มี
พระภาค พระพุทธองค์ทรงเตือนว่า
“เมมิยะเลย! จิตนี้เป็นสิ่งที่
ดิ้นรนกวัดแกว่งรักษายาก ห้ามได้
ยาก ผู้มีปัญญาจึงพยายามทำจิต
นี้ให้หายดิ้นรน และเป็นจิตตรง
เหมือนช่างครดิดลูกศรให้ตรง
ภายใน ๒๐ ปีแรก จำเดิมแต่
การตรัสรู้ของพระผู้มีพระภาค คือ
ระหว่างพระชนมายุ ๓๕ ถึง ๒๔
พรรษา พระพุทธองค์ไม่มีพระสาวก
อยู่อุปัฏฐากประจำ บางคราวก็เป็น
พระอุปวาณะ บางคราวพระนาคิตะ
บางคราวพระ นักชัด บางคราว
พระสาคระ บางคราวพระยาละ บางคราว
พระนาค มาละ และบางคราวพระ-
เมริยะที่กล่าวแล้ว บางคราวก็เป็น
สามเณรจุนทะ น้องชายพระสารีบุตร
พระผู้มีพระภาค ได้รับความ
ลำาบากด้วยการที่ภิกษุผู้อุปัฏฐากไม่รู้
พระทัยของพระองค์ ต้องเปลี่ยนอยู่
บ่อย ๆ ถ้าจะมีผู้สงสัยว่า เหตุไฉน
พระพุทธเจ้าจึงต้องมีพระอุปัฏฐากประ
จำด้วย ดูๆ จะมีเป็นการยังถือยศศักดิ์
ถือฐานะอยู่หรือ ? เรื่องนี้ถ้าพิจารณา
ด้วยดีก็จะเห็นความจำเป็นที่พระองค์
จะต้องมีพระอุปัฏฐากประจำ หรือผู้
รับใช้ใกล้ชิด เพราะพระองค์ต้องทำ
หน้าที่ของพระพุทธเจ้า ต้องมีการประชุม
สงฆ์เป็นคราว ๆ และต้องต้อนรับคฤหัสถ์
บรรพชิตมากหลายที่มาเฝ้า
ถวายปัจจัยบ้าง เพื่อทูลถามปัญหา
ข้อข้องใจบ้าง ในบรรดาผู้มาเฝ้าเหล่า
นั้น ที่เป็นมาตุคามก็มีมาก จะเห็นว่า
พระองค์ไม่ควรประทับอยู่แต่ลำพัง แต่ก็
เพื่อ
Kalyanamitra.org