ข้อความต้นฉบับในหน้า
ท่าตามให้เหมือนเขา เข้าทำนอง “เข้า
เมืองตาหลิ่ว ต้องหลิ่วตาตาม
ในเวลาอาหารเช้า นักศึกษา
ส่วนใหญ่แต่งสูท ผูกเนคไทอย่าง
เรียบร้อย เข้ามานั่งที่โต๊ะ ก่อนลงนั่ง
ประจำโต๊ะอาหาร ก็จะส่งเสียงทักทาย
เพื่อนฝูงข้างตัวเสียก่อนด้วยสำเนียง
ผู้ดีอังกฤษเต็มตัว หลังจากกล่าวสวัสดี
ตามมรรยาทแล้ว ก็จะเริ่มรับประทาน
อาหารอย่างสำรวม ถึงพูดคุยก็เบาและ
ไม่คุยมากนัก แต่ถ้ามองไปรอบ ๆ ตัว
ก็จะนึกขำว่า ไม่ว่าที่ใดในโลก ก็ยังมี
เสรีชนอยู่พวกหนึ่งจนได้ มีนักศึกษา
บางคนไม่ค่อยเคร่งครัดในพิธีรีตองนัก
โดยแต่งตัวง่าย ๆ ตามสบาย การจับมีด
ส้อม ก็ไม่ระมัดระวัง ทำตามสบาย
เผลอ ๆ ก็เอามีดตักอาหารใส่ปากแล้ว
อมมีดเล่นอยู่นาน ๆ ก็มี (ทราบมาว่า
เป็นคนชาติอื่น ที่ชอบทำตามใจตัวเอง)
ซึ่งกิริยาแบบนี้ ผู้ดีอังกฤษทั้งหลาย
จะไม่ยอมกระทำเป็นอันขาด ถือว่าเป็น
มรรยาทที่ใช้ไม่ได้ แต่เสรีชนบางคน
ก็ไม่แคร์ คงคิดว่า “โลกนี้ก็เป็นของฉัน
เหมือนกัน จะมาประดิษฐ์ประดอย
อะไรกันนัก
ถ้ามองดูการรับประทานอาหาร
ของฝรั่งในทัศนะของคนไทย ก็จะเห็น
เป็นเรื่องพิสดาร น่าเช่นเดียวกัน
เพราะวัฒนธรรมของงานกับการ
ใช้มือและช้อนมากที่สุด ส่วนฝรั่ง
เขาใช้มีดและส้อมมากที่สุด จะใช้ช้อน
ก็ต่อเมื่อตักซุป (Soup) และรักของ
หวานเท่านั้น และที่เห็นว่าแปลกเอามาก ๆ
ก็คือ การใช้มีดเขี่ยถั่วเม็ดกลม ๆ เล็ก ๆ
ลงบนส้อม ก่อนจะใส่เข้าปาก ดูไม่น่าจะ
อร่อยและมีพิธีการอย่างไรพิกล ของไทย
หนึ่งคือ “ทำได้ตามใจคือไทยแท้
เวลาอาหารกลางวัน จะมีนักศึกษา
มารับประทานอาหารมากกว่ามื้ออื่น ๆ
และเวลาให้บริการเขามีจำกัดคือตั้งแต่
เวลา ๑๒.๔๕-๑๓.๓๐ น. หลังจากเวลา
นี้แล้ว เขาไม่มีอาหารให้ นักศึกษาจึงต้อง
เข้าแถวยาวมาก การรับประทานอาหาร
ก็ไม่มีพิธีรีตองเช่นตอนอาหารค่ำ เพราะ
ทุกคนต้องรีบหาอาหารใส่ปากใส่ท้อง
แล้วต้องรีบกลับไปเรียนต่อหรือไปทำงาน
ของตนต่อ ที่วิทยาลัย Oriel นี้มีประเพณี
แปลกอยู่อย่างหนึ่ง ซึ่งคงไม่เหมือน
วิทยาลัยอื่น ๆ ใน Oxford ทั้งนี้อาจจะ
เนื่องจากเป็นวิทยาลัยชายล้วนมาตลอด
ประกอบกับมีนักกีฬาอยู่เป็น
จํานวนมากกว่าแห่งอื่น จึงมีความ
โลดโผนโจนทะยานมากกว่าที่อื่น เวลา
กลางวันที่มีคนมาก ๆ การรับถาด
อาหารโดยเดินอ้อมโต๊ะอาหารมาหา
เวลา
ที่นั่งจึงดูไม่ค่อยจะนิยมทำกันนัก เขาใช้
วิธี ดคือเหยียบขึ้นบนโต๊ะรับประ
ทานอาหาร ชามโต๊ะไปยังมานั่งที่
ว่างเพื่อเป็นการประหยัดเวลา แต่
ก็สร้างบรรยากาศ และภาพพจน์
แปลก ๆ ไปอีกอย่างหนึ่ง และไม่
ทราบว่า “มาด สุภาพบุรุษเมื่อตอนเช้า
หายไปไหนหมด หรืออาจจะเป็นนักศึกษา
กลุ่มวัยรุ่นที่ไม่เคยพบกับตอนเวลาอาหาร
เช้าก็ได้ มีหลายครั้งที่อาตมาต้องทำเป็น
ไม่เห็น ขณะที่มีรองเท้าขนาดใหญ่วาง
ประกบอยู่ข้าง ๆ จานอาหารที่อาตมา
กำลังฉันอยู่ เพราะเพื่อนร่วมโต๊ะใจร้อน
ขี้เกียจเดินอ้อมโต๊ะไปหาที่นั่ง ได้ลอง
สอบถามเพื่อน ๆ จาก Collegeอื่น ๆ
ได้ความว่า ประเพณีโลดโผนเช่นนี้ไม่
มีในวิทยาลัยอื่น นับว่าเป็นแบบฉบับของ
เราจึงมีคำขวัญที่น่าประทับใจอยู่ประโยค : Oriel College โดยเฉพาะ เวลาผ่าน
พ้นไปประมาณหนึ่งสัปดาห์ อาตมาก
พอจะปรับตัวปรับใจให้คุ้นกับชีวิตแบบ
นี้ในวิทยาลัยได้ คิด ๆ ดูก็น่าจะพอใจ
แล้วที่ใน
ในชีวิตของอาตมาได้เคยพบชีวิต
มาหลายรูปแบบ นับตั้งแต่เป็นเด็กไทย
ธรรมดาๆ ตลอดจนได้มาเป็นพระภิกษุ
ได้รับการอบรมมรรยาทอันงดงามของ
ภิกษุสงฆ์ ตามที่พระพุทธองค์ได้ทรง
บัญญัติไว้ให้สงฆ์ประพฤติปฏิบัติ ตลอด
จนได้มาคลุกคลีอยู่กับวัฒนธรรมตะวัน
ตก ได้พบเห็นทั้งมรรยาทแบบผู้ดีอังกฤษ
และมรรยาทแบบ “ลูกทุ่ง” ดังกล่าวแล้ว
เมื่อพูดถึงการสอนด้านวิชาการ
Oriel College ได้ถูกจัดลำดับเป็นวิท
ยาลัยที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งในอังกฤษเมื่อ
ร้อยกว่าปีมาแล้ว มีบุคคลมีชื่อเสียง
มากมายที่จบจากวิทยาลัยแห่งนี้ ใน
ปัจจุบันวิทยาลัยนี้มีชื่อเสียงมากใน
ด้านการสอนวิชาปรัชญา (Philosophy)
และเทววิทยา (Theology) อันที่จริง
วิชาหลังนี้ นักวิชาการในเมืองไทยเรียก
ว่า เทววิทยา ซึ่งตามคำแปลศัพท์ภาษา
อังกฤษยังไม่ถูกต้องนัก ฝรั่งเขาถือว่า
คำว่า “เทวะ” นี้หมายถึงพระผู้เป็นเจ้า
ทางศาสนาคริสต์ โดยเฉพาะวิชาที่
เขา าหนดเป็นการศึกษาเกี่ยวกับ
คริสต์ศาสนาล้วน ๆ ไม่เกี่ยวกับเทพเจ้า
องค์อื่น ๆ เช่น พระนารายณ์ พระศิวะ
พระพรหม หรือเทพเจ้าอื่น ๆ ของกรีก
แต่อย่างใด วิชานี้ถือว่า เป็นวิชาหลัก
สำคัญที่สุดของนักศึกษาที่จะบวชเป็น
บาทหลวงในคริสต์ศาสนาต่อไป ถ้า
เทียบกับการศึกษาวิชาเทววิทยากับ
หลักสูตรทางพุทธศาสนาของเรา ก็เทียบ
ได้กับการศึกษาพระปริยัติธรรมนั่นเอง
บีชซ้อม (Bishop) ของอังกฤษหลาย
ต่อหลายองค์ในปัจจุบัน ได้สำเร็จการ
Kalyanamitra.org
oe