ข้อความต้นฉบับในหน้า
ในระยะนั้น
เป็นที่ทราบกันว่า
พระองค์ไม่ทรงต้อนรับผู้ใด
ทรงหลีกเร้นอยู่
เพื่อแสวงหาความสุข
| ที่เรียกว่า
ทิฏฐธรรมสุขวิหาร
มีนาน ๆ ครั้งที่พระศาสดาทรงปลีก
พระองค์ไปประทับแต่ลำพัง ในระยะ
นั้นเป็นที่ทราบกันว่าพระองค์ไม่ทรง
ต้อนรับผู้ใด ทรงหลีกเร้นอยู่เพื่อแสวง
หาความสุขในปัจจุบัน ที่เรียกว่า “ทิฏ
ขนมสุขทาง
ด้วยประการดังกล่าวมานี้ จึงคราว
หนึ่ง เมื่อพระองค์ประทับอยู่ ณ เชตวัน
มหาวิหาร ใกล้กรุงสาวัตถี ราชธานีแห่ง
แคว้นโกศล พระเถระชั้นผู้ใหญ่เป็น
จำนวนมาก มีพระสารีบุตร พระมหา
โมคคัลลานะ เป็นต้น มาประชุมกัน
พร้อม พระผู้มีพระภาคทรงปรารภใน
ท่ามกลางสงฆ์ว่า บัดนี้พระองค์ทรง
พระชราแล้ว ภิกษุผู้อุปัฏฐากพระองค์
บางรูปก็ทอดทิ้งพระองค์ไปเสียเฉย ๆ
บางรูปวางบาตรและจีวรของพระองค์
ไว้บนพื้นดิน แล้วเดินจากไป จึงขอ
ให้สงฆ์เลือกภิกษุรูปใดรูปหนึ่งขึ้นรับ
ตำแหน่งอุปฏฐากพระองค์เป็นประจำ
ภิกษุทั้งหลายได้ฟังพระดำรัสนี้
แล้ว มีความสังเวชสลดจิตอย่างยิ่ง
พระสารีบุตรกราบบังคมทูลขึ้นก่อน
ว่า
“ข้าแต่พระองค์ผู้เป็นดวงตาของ
โลก! ข้าพระพุทธเจ้าขออาสา รับ
เป็นอุปัฏฐากปฏิบัติพระองค์เป็นประจำ
ขอพระผู้มีพระภาคอาศัยความอนุเคราะห์
รับข้าพระองค์เป็นอุปฏฐากเถิด”
พระผู้มีพระภาคตรัสตอบขอบใจ
พระสารีบุตร แล้วตรัสว่า “สารีบุตร !
อย่าเลย เธออย่าทำหน้าที่อุปัฏฐากเรา
เลย เธออยู่ ณ ที่ใดที่นั้นก็มีประโยชน์
มาก โอวาทคำสั่งสอนของเธอเป็นเหมือน
โอวาทของพระพุทธเจ้า เธอสามารถ
หมุนธรรมจักรให้เป็นประโยชน์
สุขแก่ปวงชนเช่นกับด้วยเรา ผู้
ได้เข้าใกล้เธอเหมือนได้เข้าใกล้
เรา ผู้ที่สนทนากับเธอเหมือนได้
สนทนากับเรา”
ต่อจากนั้นพระมหาเถระรูปอื่น ๆ
ต่างก็แสดงความจำนงจะเป็นอุปัฏฐาก
ปฏิบัติพระพุทธองค์เป็นประจำ แต่
พระองค์ทรงห้ามเสียทั้งสิ้น เหลือแต่
พระอานนท์เท่านั้นที่ยังคงนั่งเฉยอยู่
พระสารีบุตรจึงกล่าวเตือนพระอานนท์
ขึ้นว่า
“อานนท์ ! เธอไม่เสนอเพื่อรับ
เป็นอุปัฏฐากพระผู้มีพระภาคหรือ ทำ
ไมจึงนั่งเฉยอยู่
“ข้าแต่ท่านธรรมเสนาบดี” พระ
อานนท์ตอบ “ฉันตำแหน่งที่ขอได้
มานั้นจะประเสริฐอะไร อีกประการ
หนึ่งเล่า พระผู้มีพระภาคทรง
ทราบอัธยาศัยของข้าพเจ้าอยู่
ถ้าพระองค์ทรงประสงค์ ก็คงจะ
ตรัสให้ข้าพเจ้าเป็นอุปัฏฐากของ
พระองค์เอง ความรู้สึกของข้าพเจ้า
ที่มีต่อพระผู้มีพระภาคเป็นอย่าง
ไรพระองค์ก็ทรงทราบอยู่แล้ว”
ที่ประชุมเงียบไปครู่หนึ่ง ไม่มีผู้ใด
ไหวกาบหรือวาจาเลย เงียบสงบเหมือน
ไม่มีพระภิกษุอาศัยอยู่ ณ ที่นั้นเลย
ภิกษุทุกรูปนั่งสงบไม่มีแม้แต่เสียงไอ
หรือจาม หรืออาการกระดุกกระดิก
พระผู้มีพระภาคตรัสขึ้นท่ามกลาง
ความเงียบนั้นว่า
“ภิกษุทั้งหลาย! อานนท์มี
ความประสงค์ที่จะอุปัฏฐากเราอยู่
แล้ว เป็นเพียงขอให้สงฆ์รับทราบ
เท่านั้น เพราะฉะนั้นตั้งแต่บัดนี้
เป็นต้นไป อานนท์จักอุปัฏฐากเรา
เป็นความรอบคอบสุขุมของ
พระผู้มีพระภาค ที่ตรัสเช่นนั้น ความ
จริงหากพระองค์จะไม่ตรัสในที่ประชุม
สงฆ์ แต่ตรัสเฉพาะพระอานนท์เอง
พระอานนท์ก็พอใจที่จะอุปัฏฐากอยู่
ใกล้ชิดพระองค์ตลอดเวลา แต่เพื่อ
Kalyanamitra.org
to