การอุปัฏฐากพระพุทธองค์ วารสารกัลยาณมิตร ปี 2529 ฉบับที่ 10 เดือนตุลาคม หน้า 53
หน้าที่ 53 / 142

สรุปเนื้อหา

ในระยะนั้น เป็นที่ทราบกันว่า พระองค์ไม่ทรงต้อนรับผู้ใด ทรงหลีกเร้นอยู่ เพื่อแสวงหาความสุข | ที่เรียกว่า ทิฏฐธรรมสุขวิหาร มีนาน ๆ ครั้งที่พระศาสดาทรงปลีก พระองค์ไปประทับแต่ลำพัง ในระยะ นั้นเป็นที่ทราบกันว่าพระองค์ไม่ทรง ต้อนรับผู้ใด ทรงหลีกเร้นอยู่เพื่อแสวง หาความสุขในปัจจุบัน ที่เรียกว่า “ทิฏ ขนมสุขทาง ด้วยประการดังกล่าวมานี้ จึงคราว หนึ่ง เมื่อพระองค์ประทับอยู่ ณ เชตวัน มหาวิหาร ใกล้กรุงสาวัตถี ราชธานีแห่ง แคว้นโกศล พระเถระชั้นผู้ใหญ่เป็น จำนวนมาก มีพระสารีบุตร พระมหา โมคคัลลานะ เป็นต้น มาประชุมกัน พร้อม พระผู้มีพระภาคทรงปรารภใน ท่ามกลางสงฆ์ว่า บัดนี้พระองค์ทรง พระชราแล้ว ภิกษุผู้อุปัฏฐากพระองค์ บางรูปก็ทอดทิ้งพระองค์ไปเสียเฉย ๆ บางรูปวางบาตรและจีวรของพระองค์ ไว้บนพื้นดิน แล้วเดินจากไป จึงข

หัวข้อประเด็น

- การอุปัฏฐากพระพุทธองค์

ข้อความต้นฉบับในหน้า

ในระยะนั้น เป็นที่ทราบกันว่า พระองค์ไม่ทรงต้อนรับผู้ใด ทรงหลีกเร้นอยู่ เพื่อแสวงหาความสุข | ที่เรียกว่า ทิฏฐธรรมสุขวิหาร มีนาน ๆ ครั้งที่พระศาสดาทรงปลีก พระองค์ไปประทับแต่ลำพัง ในระยะ นั้นเป็นที่ทราบกันว่าพระองค์ไม่ทรง ต้อนรับผู้ใด ทรงหลีกเร้นอยู่เพื่อแสวง หาความสุขในปัจจุบัน ที่เรียกว่า “ทิฏ ขนมสุขทาง ด้วยประการดังกล่าวมานี้ จึงคราว หนึ่ง เมื่อพระองค์ประทับอยู่ ณ เชตวัน มหาวิหาร ใกล้กรุงสาวัตถี ราชธานีแห่ง แคว้นโกศล พระเถระชั้นผู้ใหญ่เป็น จำนวนมาก มีพระสารีบุตร พระมหา โมคคัลลานะ เป็นต้น มาประชุมกัน พร้อม พระผู้มีพระภาคทรงปรารภใน ท่ามกลางสงฆ์ว่า บัดนี้พระองค์ทรง พระชราแล้ว ภิกษุผู้อุปัฏฐากพระองค์ บางรูปก็ทอดทิ้งพระองค์ไปเสียเฉย ๆ บางรูปวางบาตรและจีวรของพระองค์ ไว้บนพื้นดิน แล้วเดินจากไป จึงขอ ให้สงฆ์เลือกภิกษุรูปใดรูปหนึ่งขึ้นรับ ตำแหน่งอุปฏฐากพระองค์เป็นประจำ ภิกษุทั้งหลายได้ฟังพระดำรัสนี้ แล้ว มีความสังเวชสลดจิตอย่างยิ่ง พระสารีบุตรกราบบังคมทูลขึ้นก่อน ว่า “ข้าแต่พระองค์ผู้เป็นดวงตาของ โลก! ข้าพระพุทธเจ้าขออาสา รับ เป็นอุปัฏฐากปฏิบัติพระองค์เป็นประจำ ขอพระผู้มีพระภาคอาศัยความอนุเคราะห์ รับข้าพระองค์เป็นอุปฏฐากเถิด” พระผู้มีพระภาคตรัสตอบขอบใจ พระสารีบุตร แล้วตรัสว่า “สารีบุตร ! อย่าเลย เธออย่าทำหน้าที่อุปัฏฐากเรา เลย เธออยู่ ณ ที่ใดที่นั้นก็มีประโยชน์ มาก โอวาทคำสั่งสอนของเธอเป็นเหมือน โอวาทของพระพุทธเจ้า เธอสามารถ หมุนธรรมจักรให้เป็นประโยชน์ สุขแก่ปวงชนเช่นกับด้วยเรา ผู้ ได้เข้าใกล้เธอเหมือนได้เข้าใกล้ เรา ผู้ที่สนทนากับเธอเหมือนได้ สนทนากับเรา” ต่อจากนั้นพระมหาเถระรูปอื่น ๆ ต่างก็แสดงความจำนงจะเป็นอุปัฏฐาก ปฏิบัติพระพุทธองค์เป็นประจำ แต่ พระองค์ทรงห้ามเสียทั้งสิ้น เหลือแต่ พระอานนท์เท่านั้นที่ยังคงนั่งเฉยอยู่ พระสารีบุตรจึงกล่าวเตือนพระอานนท์ ขึ้นว่า “อานนท์ ! เธอไม่เสนอเพื่อรับ เป็นอุปัฏฐากพระผู้มีพระภาคหรือ ทำ ไมจึงนั่งเฉยอยู่ “ข้าแต่ท่านธรรมเสนาบดี” พระ อานนท์ตอบ “ฉันตำแหน่งที่ขอได้ มานั้นจะประเสริฐอะไร อีกประการ หนึ่งเล่า พระผู้มีพระภาคทรง ทราบอัธยาศัยของข้าพเจ้าอยู่ ถ้าพระองค์ทรงประสงค์ ก็คงจะ ตรัสให้ข้าพเจ้าเป็นอุปัฏฐากของ พระองค์เอง ความรู้สึกของข้าพเจ้า ที่มีต่อพระผู้มีพระภาคเป็นอย่าง ไรพระองค์ก็ทรงทราบอยู่แล้ว” ที่ประชุมเงียบไปครู่หนึ่ง ไม่มีผู้ใด ไหวกาบหรือวาจาเลย เงียบสงบเหมือน ไม่มีพระภิกษุอาศัยอยู่ ณ ที่นั้นเลย ภิกษุทุกรูปนั่งสงบไม่มีแม้แต่เสียงไอ หรือจาม หรืออาการกระดุกกระดิก พระผู้มีพระภาคตรัสขึ้นท่ามกลาง ความเงียบนั้นว่า “ภิกษุทั้งหลาย! อานนท์มี ความประสงค์ที่จะอุปัฏฐากเราอยู่ แล้ว เป็นเพียงขอให้สงฆ์รับทราบ เท่านั้น เพราะฉะนั้นตั้งแต่บัดนี้ เป็นต้นไป อานนท์จักอุปัฏฐากเรา เป็นความรอบคอบสุขุมของ พระผู้มีพระภาค ที่ตรัสเช่นนั้น ความ จริงหากพระองค์จะไม่ตรัสในที่ประชุม สงฆ์ แต่ตรัสเฉพาะพระอานนท์เอง พระอานนท์ก็พอใจที่จะอุปัฏฐากอยู่ ใกล้ชิดพระองค์ตลอดเวลา แต่เพื่อ Kalyanamitra.org to
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More