ข้อความต้นฉบับในหน้า
พระพุทธเจ้าทรงเป็นบุคคลเอก เกิดขึ้นเพื่อ
ความสุขของมหาชน ทรงอุทิศพระองค์ทั้งกลางวัน
และกลางคืนเพื่อให้ทุกคนได้เดินบนเส้นทางที่ถูกต้อง
ด้วยพละกำลังทั้งหมดที่ทรงอุทิศไปนั้น ได้กลายมา
เป็นประทีปแห่งโลก จนถึงทุกวันนี้
แสงสว่างจากประทีป คือ แสงสว่างอันเกิดจาก
เพลิงปัญญาอันรุ่งโรจน์ของพระพุทธเจ้า ที่ส่องทางให้
หมู่มนุษย์ได้มองเห็นเป้าหมายของชีวิตอย่างชัดแจ้ง
หนทางอันประเสริฐนี้เห็นได้ยากนัก แม้ดวงอาทิตย์จะขึ้น
พร้อมกันสักพันล้านดวง หรือแม้ภัยใหญ่หลวงของสัตวโลกมี
เกิด แก่ เจ็บ ตาย เป็นต้น ก็มิอาจบดบังหรือสะกัดกั้นรัศมี
พระปัญญาอันรุ่งโรจน์ของพระองค์ กลับต้องพ่ายแพ้และ
ยอมเปิดโอกาสให้หมู่มนุษย์ได้หลุดพ้นไปจากทะเลภัยที่ต้อง
ว่ายวนอยู่นานนับอสงไขยไม่ถ้วนนี้
การเกิดขึ้นของพระพุทธเจ้า คือ การเกิดขึ้นของ
ประทีปแห่งโลก ที่พร้อมจะขจัดความมืดแห่งอวิชชา
ให้หมดสิ้นไป แล้วจุดประกายสว่างช่วงโชติด้วยธรรม
รังสี นำมาซึ่งปัญญารัตนะแก่มวลมนุษย์สุดที่จะประ
มาณได้
พระพุทธองค์ทรงเป็นต้นเพลิงรัตนะอันสว่างไสว
ไม่มีที่สิ้นสุด แล้วพระสาวกก็ได้จุดส่งต่อ ๆ กันไปอย่าง
มีพลังและมีระบบ เพื่อให้มนุษย์ที่ยังหลงอยู่ในทางแห่งความ
ตาย ได้มาสู่ทางแห่งความไม่ตาย และให้มนุษย์ได้รู้จัก
ใช้ความรู้สึกอันเต็มไปด้วยสติปัญญานี้ สร้างบารมีได้ตลอด
รอดฝั่ง สามารถนำตนให้พ้นจากภัยมืดแห่งวัฏสงสาร มา
สู่แสงสว่างอันนิรันดรของพระนิพพาน
โลกยังไม่มืดมน ตราบใดที่ยังมีผู้จุดประทีปนี้ส่งต่อ ๆ
กันไปอย่างไม่หยุดยั้ง จนกระทั่งโลกสว่างไสวทั้งกลางวัน
และกลางคืนด้วยอำนาจธรรมะของพระพุทธเจ้า “ดวงตา”
ของเราทุกคนจะสว่าง สามารถนำมา “มองตน” ได้ตาม
พุทธวิธี เพื่อปรับปรุงแก้ไขข้อบกพร่องต่าง ๆ และปรับระดับ
ใจของตนให้พอเหมาะพอดีกับทุกคน นับเป็นการวางรากฐาน
สันติสุขให้เกิดขึ้นโดยแท้ ความสว่างที่ “ดวงตา” จะนำพา
ให้เกิดความสว่างที่ “ดวงใจ” เราจะตื่นจากความเขลา
เกี่ยวกับชีวิต และได้รู้จักว่าตนเกิดมาทำไม มีอะไรเป็น
เป้าหมายของชีวิต อีกทั้งมีหน้าที่ที่สำคัญยิ่งคือ จะต้อง
เป็นผู้จุดประทีปส่งต่อ ๆ ไปจนกว่าทุกคนจะบรรลุเป้า
หมายของชีวิตเช่นเดียวกับตน
ถึงแม้กายเนื้อของพระพุทธเจ้าล่วงลับดับสูญไปนาน
แล้ว แต่กายธรรมของพระองค์ยังคงปรากฏอยู่ แสงพระ
ปัญญาของธรรมกายเท่านั้นที่จะส่องสว่างดับภัยมืดของ
วัฏสงสารให้พินาศ และทำให้เกิดความรู้อันยิ่งใหญ่ เป็น
ความรู้ที่เป็นเหตุให้ตนสามารถเป็นที่พึ่งแห่งตนได้ เป็น
ประโยชน์ต่อส่วนรวมและเป็นหนทางสู่พระนิพพาน การ
ปฏิบัติธรรมอันมี ทาน ศีล ภาวนา จนเข้าถึงกายธรรม
คือ การจุดประทีปแห่งโลกต่อจากพระสาวก และการ
ชักชวนผู้อื่นให้รู้จักหนทางของธรรมกาย คือการส่ง
ประทีปต่อ ๆ ไปให้ชาวโลก เราจะเป็นผู้หนึ่งที่รักษาดวง
ประทีปแก้วให้ส่องสว่างประจำโลกตลอดไป นำทุกคนให้
พ้นจากการว่ายวนอยู่ในแหล่งความทุกข์ทรมาน มาว่าย
วนอยู่ในแหล่งแสงสว่างอันนิรันดรแห่งนี้
ผู้จุดประทีปได้ชื่อว่า เป็นผู้ที่รู้และเห็นเป้าหมายของ
การเกิดเป็นมนุษย์ เป็นผู้มีสติสัมปชัญญะบริบูรณ์ รู้เท่าทัน
ตามความเป็นจริงว่า ทุกสิ่งไม่เที่ยง และเห็นว่าสิ่งที่เที่ยงนั้น
มีอยู่ในตน เป็นผู้ขจัดความมืดของมหาชน ดุจดวงอาทิตย์
ที่ผุดขึ้นมาในยามเช้า ขจัดความมืดในยามราตรีให้หมด
ไปฉันนั้น เป็นผู้รู้คุณของพระรัตนตรัย และได้ตอบแทนคุณ
นั้นด้วยการปฏิบัติบูชา
ขอเชิญสาธุชนทุกท่านจุดประทีป ๑๕,๐๐๐ ดวงถวาย
เป็นพุทธบูชา ในวันอันศักดิ์สิทธิ์ของโลก คือวันชุมนุมยอด
กัลยาณมิตร จาตุรงคสันนิบาต อันตรงกับวันเพ็ญ
มาฆฤกษ์ พฤหัสบดีที่ ๑๒ กุมภาพันธ์ พุทธศักราช
๒๕๓๐ ณ ธุดงคสถาน วัดพระธรรมกาย เพื่อพลังอัน
เกรียงไกรจะได้ทำลายมวลความมืดที่บดบังเป้าหมายอัน
แท้จริงของชีวิต และได้รักษาอุดมการณ์ หลักการ และวิธี
การเผยแพร่ของพุทธศาสนาให้ส่องสว่างเป็นประทีป
ประจำโลกตลอดไป กุศลนี้จะส่งผลให้เรามีปัญญารุ่งเรือง
ไปทุกภพทุกชาติจนกว่าจะเข้าสู่พระนิพพาน และเราจะ
ปฏิบัติธรรมถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จ
พระเจ้าอยู่หัว ผู้ทรงอุทิศพระองค์ทั้งกลางวันและกลาง
คืนเพื่อประโยชน์สุขของพสกนิกร ในวโรกาสที่ทรง
มีพระชนมพรรษาครบ ๕ รอบในปีนี้ เพื่อพระองค์จะ
ได้เป็นประทีปให้ความสว่างแก่ประเทศไทยสืบไป
Kalyanamitra.org