การบวชภิกษุณีในพระพุทธศาสนา วารสารกัลยาณมิตร ปี 2530 ฉบับที่ 2 หน้า 94
หน้าที่ 94 / 136

สรุปเนื้อหา

อานนท์! ถ้าเปรียบสังฆมณฑลของเราเป็นนาข้าว การที่ยอมให้สตรีมาบวชในธรรมวินัยนี้ ก็เหมือน ปล่อยตัวเพลี้ยตัวแมลงลงในนาข้าวนั้น แต่ก็หาคำนึงถึงความลำบากเรื่องนี้ไม่ มุ่งพระทัยแต่ในเรื่องบรรพชาอุปสมบท พระนางเป็นผู้มีอุปการะมากต่อพระองค์ เป็นผู้ประทานชิรธารา” แทนพระมารดา ขอพระองค์ได้ทรงอนุเคราะห์พระนางเกิด พระประสงค์เถิด พระผู้มีพระภาคประทับนั่งอยู่ ขอให้พระนางได้อุปสมบทเป็นภิกษุณีตาม ครู่หนึ่ง แล้วตรัสว่า “อานนท์ เรื่องที่พระนางมีอุปการะ มากต่อเรานั้น เราสำนึกอยู่ แต่เธอต้อง ไม่ลืมว่า เราเป็นธรรมราชาต้องรับผิดชอบ ในสังฆมณฑล จะเอาเรื่องส่วนตัวมา ปะปนกับเรื่องความเสื่อมความเจริญของ ส่วนรวม ก็ต้องตรองให้ดีก่อน อานนท์ ถ้าเปรียบสังฆมณฑลของเราเป็นนา ข้าว การที่ยอมให้สตรีมาบวชใน ธรรมวินัยนี้ ก็เหมือนปล่อ

หัวข้อประเด็น

- การบวชภิกษุณีในพระพุทธศาสนา

ข้อความต้นฉบับในหน้า

๔๒ อานนท์! ถ้าเปรียบสังฆมณฑลของเราเป็นนาข้าว การที่ยอมให้สตรีมาบวชในธรรมวินัยนี้ ก็เหมือน ปล่อยตัวเพลี้ยตัวแมลงลงในนาข้าวนั้น แต่ก็หาคำนึงถึงความลำบากเรื่องนี้ไม่ มุ่งพระทัยแต่ในเรื่องบรรพชาอุปสมบท พระนางเป็นผู้มีอุปการะมากต่อพระองค์ เป็นผู้ประทานชิรธารา” แทนพระมารดา ขอพระองค์ได้ทรงอนุเคราะห์พระนางเกิด พระประสงค์เถิด พระผู้มีพระภาคประทับนั่งอยู่ ขอให้พระนางได้อุปสมบทเป็นภิกษุณีตาม ครู่หนึ่ง แล้วตรัสว่า “อานนท์ เรื่องที่พระนางมีอุปการะ มากต่อเรานั้น เราสำนึกอยู่ แต่เธอต้อง ไม่ลืมว่า เราเป็นธรรมราชาต้องรับผิดชอบ ในสังฆมณฑล จะเอาเรื่องส่วนตัวมา ปะปนกับเรื่องความเสื่อมความเจริญของ ส่วนรวม ก็ต้องตรองให้ดีก่อน อานนท์ ถ้าเปรียบสังฆมณฑลของเราเป็นนา ข้าว การที่ยอมให้สตรีมาบวชใน ธรรมวินัยนี้ ก็เหมือนปล่อยตัวเพลี้ย ตัวแมลงลงในนาข้าวนั้น รังแต่จะทำ ความพินาศ ควายให้แก่นาข้าวอย่าง ไม่ต้องสงสัย อานนท์ เราเคยพูดเสมอ มิใช่หรือว่า สตรีที่บุรุษเอาใจเข้าไป ของนั้น เป็นมลทินอย่างยิ่งของพรหม จรรย์ อานนท์เอย! ถ้าศาสนาของเราจะ ฟังอยู่ได้ ๑,๐๐๐ ปี แต่หากมีสตรีมาบวช ด้วยจะอยู่ได้ ๕๐๐ ปีเท่านั้น หรือสมมติ ว่า ศาสนาของเราจะพึงดำรงอยู่ได้ ๕๐๐ ปี เมื่อมีสตรีมาบวชในธรรมวินัยด้วยก็จะ ทอนลงเหลือเพียงครึ่งเดียว คือ ๒๕๐ ปี อย่าเลย อานนท์ เธออย่าพอใจชวนขวาย ให้มีภิกษุณีขึ้นในศาสนาเลย จะเป็นเรื่อง ปวารณา คือเปิดโอกาสให้ตักเตือนสั่งสอน ลำาบากในภายหลัง พระอานนท์ ผู้อัน เมตตา กรุณา เดือนอยู่เสมอกระทำความพยายามต่อ ได้ทูลพระผู้มีพระภาคว่า "พระองค์ผู้เจริญ ถ้าสตรีได้บวช ในธรรมวินัยของพระองค์ นางจะสามารถ หรือไม่ ที่จะบรรลุคุณวิเศษมีโสดาปัตติผล เป็นต้น "อาจทีเดียว พระอานนท์ นาง สามารถจะทำให้แจ้งซึ่งคุณวิเศษ มี โสดาปัตติผลเป็นต้น” “ข้าแต่พระผู้มีพระภาค ถ้าอย่างนั้น ขอพระองค์โปรดประทานอนุญาตให้ พระนางโดด บวชเถิด พระเจ้าข้าฯ” พระพุทธองค์ ประทับนิ่งอยู่อีก ครู่หนึ่ง แล้วตรัสว่า "อานนท์ ถ้าพระนางโดด สามารถรับครุธรรม ๕ ประการได้ ก็เป็น อันว่าพระนางได้บรรพชาอุปสมบทสม ปรารถนา ครุธรรม ๔ ประการนั้นดังนี้ ภิกษุณีแม้บวชแล้วตั้ง ๑๐๐ ปี ก็ต้องทำการอภิวาท การลุกขึ้นต้อนรับ อัญชลีกรรม และสามีจิกรรม” แก่ภิกษุ แม้ผู้บวชแล้วในวันนั้น .. ๒. ภิกษุณีต้องไม่จำพรรษาใน อาวาสที่ไม่มีภิกษุ ๓. ภิกษุณีต้องถามวันอุโบสถและ เข้าไปรับโอวาทจากภิกษุทุกกึ่งเดือน ๔. ภิกษุณีจําพรรษาแล้วต้อง จากสำนักทั้งสอง คือทั้งจากภิกษุณีสงฆ์ และภิกษุสงฆ์ ๔. ภิกษุณีต้องอาบัติหนัก เช่น สังฆาทิเสส" แล้ว ต้องประพฤติมานัตต์ ตลอด ๑๕ วันในสงฆ์ทั้งสองฝ่าย คือทั้ง ในภิกษุสงฆ์และภิกษุณีสงฆ์ 5. นางสิกขมานา คือสตรีที่เตรียม จะบวชเป็นภิกษุณี จะต้องประพฤติปฏิบัติ ศีล 5 ข้อ คือตั้งแต่ข้อ ๑ ถึงข้อ 5 ให้ครบ บริบูรณ์ตลอดเวลา ๒ ปีขาดไม่ได้ ถ้าขาด ลงจะต้องตั้งต้นใหม่ เมื่อทำได้ครบแล้ว ต้องอุปสมบทในสงฆ์ ๒ ฝ่าย ๓. ภิกษุณีต้องไม่ด่าว่าเปรียบ เปรย หรือบริภาษภิกษุไม่ว่ากรณีใด ๆ 6. ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป ห้าม ภิกษุณีว่ากล่าวสั่งสอนภิกษุ ให้ภิกษุ ว่ากล่าวสั่งสอนภิกษุณีได้ฝ่ายเดียว 1 “ดูก่อนอานนท์ นี่แลครุธรรมทั้ง ๔ ประการซึ่งภิกษุณีจะต้องสักการะ เคารพนับถือ บูชาตลอดชีวิต จะล่วง ละเมิดมิได้ พระอานนท์ ครุธรรม ๕ ประการ ได้แล้ว ทูลลาพระผู้มีพระภาคไปเฝ้า พระนางโคตมี เล่าบอกถึงเงื่อนไข ๙ นํ้านม ๕ การประนมมือ b การแสดงความเคารพ หมวดอาบัติหนัก รองจากปาราชิก (ปาราชิก เป็นอาบัติหนักที่สุด) มี ๑๓ ข้อ Kalyanamitra.org
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More