ข้อความต้นฉบับในหน้า
หนังสือดังกล่าวเป็นแรงสนับสนุนในการ
เผยแพร่ธรรมะอันเป็นทางสายกลางของ
หลวงพ่อ เพื่อทำความสุขที่แท้จริงให้กับ
ผู้ต้องขังผู้หลงผิด ได้กลับตัวกลับใจ
ประพฤติปฏิบัติอยู่ในศีลธรรม เจริญ
ภาวนาเพื่อให้ได้มาซึ่งมรรคผล ให้หลุด
พ้นจากเวรกรรม ขณะนี้จากที่ผมได้
แนะนำ ได้เอาหนังสือให้บุคคลอื่น ๆ
ได้ศึกษา ก็ปรากฏว่า จากผู้ต้องขัง
ที่สนใจจํานวนเล็กน้อยแต่แรก บัดนี้
นับวันเจริญเติบโตขึ้น มีผู้สนใจเพิ่ม
ขึ้นและเพิ่มขึ้น นับเป็นความดีใจที่ผม
ได้สู้บากบั่นมา ถึงไม่มากนักแต่นับว่า
มีผลพอควร ดังที่ผมได้ตั้งจิตอธิษฐานไว้
กุศลอันนี้นับเป็นกุศลทานอันยิ่งใหญ่
ที่ทางกองบรรณาธิการและคุณจินดา
ได้ให้แก่ผู้ที่ตกอยู่ในความทุกข์ ได้
ให้กับผู้ที่ตกนรกทั้งเป็น ได้พบกับ
แสงสว่างอันสดใส เพื่อนำไปสู่ความ
สุขที่แท้จริง ผมกราบอนุโมทนากับ
คุณจินดาและชาวคณะกองบรรณาธิการ
มา ณ โอกาสนี้ด้วย
ผมได้ทำหน้าที่ของผมไปตาม
กำลังใจและแรงศรัทธาที่มีอยู่ เท่าที่
สติปัญญาจะอำนวย ถึงจะยากลำบาก
พบอุปสรรคนานัปการ ผมจะสู้อดทน
แก้ไขจนไปสู่ความมุ่งหวัง แต่จะไปได้
แค่ไหนก็อยู่ที่กำลังใจและบุญบารมี
ทั้งน้องพี่กัลยาณมิตรช่วยสนับสนุน ส่วน
ผลการปฏิบัติธรรมของผมเองก็คืบ
หน้าไปบ้าง ถึงไม่มากแต่ก็มิได้มุ่ง
หวังสิ่งใด ขอพระธรรมนำให้รู้แจ้ง
ในธรรมก็พอใจ สุดท้ายฝากไว้ที่เวร
และกรรมจะนำพา หากมีบุญวาสนาก็คง
พาให้สำเร็จสมดังเจตนาที่คุณจินดา
และชาวคณะกองบรรณาธิการฝากไว้
จะคบหน้าหรือถอยหลังผมก็ขอฝากความ
หวังที่แรงสนับสนุนของทุกคนด้วย ผู้
ต้องขังส่วนใหญ่ กำลังใจ ก น้อยนัก
ที่จะมีศีลมีธรรม มีแต่เรื่องจะทำกรรม
ต่อไป หากหยุดยั้งไว้ไม่ได้ก็จะได้แต่
เวรกรรม นี่แหละสิ่งที่ผมทำคือน้อม
นำคำสอน ด้วยหวังว่าให้เขาได้คิด
กลับตัวจากหลงผิด เห็นคุณค่าของ
ชีวิต คิดไปในทางธรรม เพื่อทำทาง
สุดท้ายให้พวกเขาได้เข้าสู่ธรรมกาย
ผมจึงกราบขอขอบพระคุณคุณจินดา
และชาวกัลยาณมิตร กองบรรณาธิการ
ที่ช่วยสนับสนุนในโอกาสนี้อีกครั้งหนึ่ง
ขอทุกท่านได้พบธรรม และทำสู่มรรคผล
จนสุดท้ายสู่นิพพาน เทอญ.
ขอแสดงความนับถือ
คณะพล ประคำ ทอง
เรียน คุณคณะพล ประคำทอง
วันเวลาที่ผ่านไป กระแสน้ำที่
ไหลไป มนุษย์ไม่อาจเรียกคืนมาได้ แต่
สิ่งที่เกิดขึ้นในระหว่างเวลานั้น คือความ
รู้สึกว่า เราได้สร้างสิ่งที่มีคุณคำให้
คุ้มกับวัยที่ผ่านไปเพียงไร?
แต่กว่ามนุษย์จะได้ตระหนักถึง
“หน้าที่ของการเกิดมาเป็นคน” นี้
จะมีใครรู้สักกี่คน มีคนเป็นจำนวนมาก
ที่ตลอดทั้งชีวิตของเขาไม่อาจรู้ว่า ตน
เกิดมาเพื่ออะไร เขาต้องประสบเคราะห์
กรรมแสนสาหัสจากภัยในวัฏสงสาร
เกิดมาเปล่าแล้วก็ตายไปเปล่า
สําหรับเราชาวไทยได้มีโชคอย่าง
มหาศาล ที่ได้พบพระพุทธศาสนา ที่
พระบรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้าทรง
ค้นพบความจริงของชีวิตว่า “มนุษย์
ทุกคนเกิดมาเพื่อสร้างความดี สะสม
บุญกุศลเป็นเสบียงติดตัวข้ามภพข้าม
ชาติเพื่อไว้ต่อสู้กับภัยในสังสารวัฏ
สะสมบารมีและปรับปรุงแก้ไขกาย
วาจา ใจ ของตนเองให้ใสสะอาด
บริสุทธิ์ เพื่อมล้างกิเลสมารและอวิชชา
ให้สิ้นไป
หน้าที่ดังกล่าวจะสำเร็จลุล่วง
ไปได้ ต้องอาศัยความอดทนอดกลั้น
ความสามัคคีมีน้ำใจเป็นหนึ่งเดียว รวม
เป็นพลังอันยิ่งใหญ่จากใจของมนุษย์
ทุกคน โดยทุกคนต้องตั้งใจปฏิบัติตาม
แนวทางการสร้างบารมีที่พระพุทธองค์
ทรงให้ไว้ ๓ ประการคือ หมั่นให้ทาน
รักษาศีล และเจริญภาวนา เพื่อให้
จิตใจผ่องใสยิ่ง ๆ ขึ้นไป และที่สำคัญ
ทุกคนจะต้องทำหน้าที่ของกัลยาณ
มิตรให้แก่กันและกัน เพียงเท่านี้กิเลส
มารที่เคยบงการให้เรากระทำแต่สิ่งที่ผิด
ต่อไป
พลาดมาในอดีต ก็ไม่อาจกระทําได้อีก
แม้เรายังต้องเวียนว่ายอยู่ใน
วัฏสงสารนี้เราจะมีแต่สุคติเป็นที่ไป
และมีจุดหมายคือ นิพพาน
วันเวลายังผ่านไป กระแสน้ำยัง
ไหลไป วัยของเราไม่อาจเรียกคืนมาได้
ฉะนั้นจะมีประโยชน์อะไรที่เราจะเสีย
เวลาคิดถึงความผิดพลาดในอดีต ให้
มันทอนกำลังใจของเรา วันนี้ชีวิตยังเป็น
ของเราอยู่ จึงชักชวนหมู่คณะให้ทำ
ประโยชน์โลกนี้และประโยชน์โลก
หน้าให้กับชีวิตในวันนี้ให้มากที่สุด ให้
วันเวลาที่เหลือก่อนลมหายใจจะหยุดลง
กระทำาแต่ให้ทาน รักษาศีล เจริญ
ภาวนา ให้มากที่สุด
แต่ถ้าเราไม่ลงมือเสียตั้งแต่
วินาทีนี้ ในวันที่ลมหายใจสุดท้าย
ของเราหยุดลง ใครเล่าจะช่วยเราได้
กองบรรณาธิการ
Kalyanamitra.org
ODK