พระอานนท์และพระนางมหาปชาบดี วารสารกัลยาณมิตร ปี 2530 ฉบับที่ 2 หน้า 91
หน้าที่ 91 / 136

สรุปเนื้อหา

พระอานนท์ พุทธอนุชา ประวัติอัจฉริยสาวก วศิน อินทสระ กับพระนางมหาปชาน พระอานนท์เป็นผู้มีจิตเมตตา กรุณา ทนเห็นความทุกข์ความ เดือดร้อนของผู้อื่นไม่ได้ คอย เป็นธุระช่วยเหลือเท่าที่สามารถ ไม่ว่าผู้นั้นจะเป็นใคร ดังเช่น เรื่องเกี่ยวกับพระนางมหาปชาบดี โคตมี เป็นต้น พระนางทรงเลื่อมใส และรักใคร่ ในพระผู้มีพระภาคยิ่งนัก คราวหนึ่ง ทรงปรารภว่า ศากยวงศ์อื่น ๆ ได้ถวาย สิ่งของแด่พระผู้มีพระภาคบ้าง ได้ออก บวชตามบ้าง แต่ส่วนพระนางเองยังมิได้ ทำอะไรเป็นชิ้นเป็นอันเพื่อพระพุทธองค์ เลย จึงตัดสินพระทัยจะถวายจีวรแด่ พระผู้มีพระภาค พระนางเริ่มตั้งแต่ ปั่นฝ้ายเอง ทอเอง ตัดและเย็บเองอ้อมเอง เสร็จเรียบร้อยแล้วนำไปถวายพระศาสดา “ข้าแต่พระผู้มีพระภาค หม่อมฉัน ทำจีวรผืนนี้ด้วยมือของตนเองโดยตลอด ตั้งแต่เริ่มต้น ขอพระผู้มี

หัวข้อประเด็น

- พระอานนท์และพระนางมหาปชาบดี

ข้อความต้นฉบับในหน้า

พระอานนท์ พุทธอนุชา ประวัติอัจฉริยสาวก วศิน อินทสระ กับพระนางมหาปชาน พระอานนท์เป็นผู้มีจิตเมตตา กรุณา ทนเห็นความทุกข์ความ เดือดร้อนของผู้อื่นไม่ได้ คอย เป็นธุระช่วยเหลือเท่าที่สามารถ ไม่ว่าผู้นั้นจะเป็นใคร ดังเช่น เรื่องเกี่ยวกับพระนางมหาปชาบดี โคตมี เป็นต้น พระนางทรงเลื่อมใส และรักใคร่ ในพระผู้มีพระภาคยิ่งนัก คราวหนึ่ง ทรงปรารภว่า ศากยวงศ์อื่น ๆ ได้ถวาย สิ่งของแด่พระผู้มีพระภาคบ้าง ได้ออก บวชตามบ้าง แต่ส่วนพระนางเองยังมิได้ ทำอะไรเป็นชิ้นเป็นอันเพื่อพระพุทธองค์ เลย จึงตัดสินพระทัยจะถวายจีวรแด่ พระผู้มีพระภาค พระนางเริ่มตั้งแต่ ปั่นฝ้ายเอง ทอเอง ตัดและเย็บเองอ้อมเอง เสร็จเรียบร้อยแล้วนำไปถวายพระศาสดา “ข้าแต่พระผู้มีพระภาค หม่อมฉัน ทำจีวรผืนนี้ด้วยมือของตนเองโดยตลอด ตั้งแต่เริ่มต้น ขอพระผู้มีพระภาคทรงรับ เพื่ออนุเคราะห์หม่อมฉันด้วยเถิด" “อย่าเลย อย่าถวายตถาคตเลย ขอ พระนางได้นำไปถวายพระภิกษุรูปอื่นเถิด ตถาคตมีจีวรใช้อยู่แล้ว" พระศาสดา ทรงปฏิเสธอย่างอ่อนโยน พระนางอ้อนวอนถึงสามครั้ง แต่ พระศาสดาก็หาทรงรับไม่ คงยืนยันอย่าง เดิม พระนางถึงแก่โทมนัสเป็นอย่างยิ่ง ไม่อาจจะทรงกลั้นอัสสุชลไว้ได้ ทรงน้อย พระทัยที่อุตส่าห์ตั้งพระทัยทำเองโดย ตลอด ยิ่งระลึกถึงความหลังครั้งอดีต ที่เคยโอบอุ้มเลี้ยงดูพระพุทธองค์มาตั้งแต่ เยาว์วัยด้วยแล้ว ยิ่งน้อยพระทัยหนักขึ้น พระนางทรงกันแสง นำจีวรผืนนั้นไปสู่ สำนักพระสารีบุตร เล่าเรื่องให้ท่านทราบ และกล่าวว่า “ขอพระคุณเจ้าได้โปรดรับจีวรผืน นี้ไว้ด้วยเถิด เพื่ออนุเคราะห์ข้าพเจ้า" พระสารีบุตรทราบเรื่องแล้วก็หารับ ไม่ แนะนำให้นำไปถวายพระภิกษุรูปอื่น และปรากฏว่าไม่มีใครรับจีวรผืนนั้นเลย พระนางยิ่งเสียพระทัยเป็นพันทวี ในที่สุดพระพุทธองค์รับสั่งให้ ประชุมสงฆ์ แล้วให้พระนางถวายแก่ภิกษุ บวชใหม่รูปหนึ่ง แล้วทรงปลอบให้พระ นางคลายจากความเศร้าโศก และให้ ร่าเริงบันเทิงด้วยบุญกิริยาอันยิ่งใหญ่ นั้นว่า “ดูก่อนโคตมี ผ้าที่ท่านถวายแล้วนี้ ได้ชื่อว่า ถวายสงฆ์ ซึ่งมีพระพุทธเจ้า เป็นประมุข ผลานิสงส์มีมากกว่าการ ถวายเป็นส่วนบุคคล แก่ภิกษุรูปใดรูป หนึ่ง หรือกว่าการถวายแก่พระพุทธเจ้า เอง โคตมีเอย การที่ตถาคตไม่รับจีวร ของท่านนั้น มิใช่เพราะใจไม้ไส้ระกำอะไร แต่เพราะมุ่งประโยชน์อันสูงสุดที่จะพึงมี แก่ท่านเอง ปาฏิบุคลิกทาน ใด ๆ จะมีผลเท่าสังฆทานหาได้ไม่ “อานนท์เอย” พระพุทธองค์ผัน พระพักตร์ตรัสแก่พระอานนท์ "ข้อที่เธอ อ้อนวอนเราเพื่อรับจีวรของพระนางโคดมี โดยอ้างว่าพระนางมีอุปการะมากแก่เรา เคยเลี้ยงดู เคยให้น้ำนม และถือว่าเป็น ผู้มีอุปการะมากนั้น เราก็เห็นอยู่ แต่ เพราะเห็นอย่างนั้นนั่นเอง เราจึงต้องการ ให้พระนางได้รับประโยชน์อันไพศาล โดยการนำาจีวรถวายแก่สงฆ์ ซึ่งมีพระ พุทธเจ้าเป็นประมุข อานนท์เอย การที่ บุคคลได้อาศัยผู้ใดแล้ว ถึงพระพุทธ เจ้า พระธรรม และพระสงฆ์ ได้งวัน จากการฆ่าสัตว์ ลักทรัพย์ เป็นต้น การที่จะตอบแทนผู้นั้นมิใช่เป็นสิ่งที่ ทำได้โดยง่ายเลย การทำตอบแทนด้วย • ปาฏิบุคลิกทาน หรือ ปาฏิบุคคลิกทาน คือ ถวายเจาะจงภิกษุองค์ใดองค์หนึ่ง ไม่ใช่ถวาย แก่สงฆ์ Kalyanamitra.org GG
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More