ความกดดันในครอบครัว วารสารกัลยาณมิตร ปี 2530 ฉบับที่ 2 หน้า 69
หน้าที่ 69 / 136

สรุปเนื้อหา

สำราญของคุณทั้ง ๆ ที่กระเป๋าเขาแห้ง คุณทำให้สังคมฟอนเฟะ” “บ้า” ผมหน้าเขียว “แม่ของผม “ทำไมแกไม่รีบพาเมียพาลูกเข้า บ้านวะ มัวชักช้าถ้าแม่เขาโกรธขึ้นมา ก็จะยุ่ง แกก็รู้นิสัยแม่เขาดีนี่นา" เรื่องที่พ่อบอกให้เรียบร้อย เดี๋ยวพ่อจะ พลอยลำาบากไปด้วย “ผมชวนเขาแล้วนะพ่อ แต่ไม่ได้ บาง ๆ “ก็บังคับเขาสิ หรือว่าแกกลัวเมีย ที่พ่อกับแม่เลี้ยงแกมาตั้งแต่อ้อนแต่ออก เป็นนักสังคมสงเคราะห์แท้ ๆ ยังไม่ เคยวิเคราะห์ผมแบบนี้ AB เธอยังคงยืนยันต่อ “ฉันเพียงแต่พูดตามที่ฉันเห็น ผมทุบโต๊ะดังปัง ลูกชายร้องไห้จ้าเพราะตกใจ เธอก้มลงอุ้มลูกออกมาจากกอง ทำไมแกไม่รู้จักกลัว” “ก็พ่อกับแม่บอกว่ารักผมทุกวัน วันละตั้งหลาย ๆ ครั้ง ตั้งแต่ผมจำความ บ ผมได้กลิ่นแป้งเด็กโชยเข้าจมูก "ยังไม่ง่วงหรือคะ?" น้ำเสียงที่พูดฟังเอื้ออาทรและมี เม

หัวข้อประเด็น

- ความกดดันในครอบครัว

ข้อความต้นฉบับในหน้า

สำราญของคุณทั้ง ๆ ที่กระเป๋าเขาแห้ง คุณทำให้สังคมฟอนเฟะ” “บ้า” ผมหน้าเขียว “แม่ของผม “ทำไมแกไม่รีบพาเมียพาลูกเข้า บ้านวะ มัวชักช้าถ้าแม่เขาโกรธขึ้นมา ก็จะยุ่ง แกก็รู้นิสัยแม่เขาดีนี่นา" เรื่องที่พ่อบอกให้เรียบร้อย เดี๋ยวพ่อจะ พลอยลำาบากไปด้วย “ผมชวนเขาแล้วนะพ่อ แต่ไม่ได้ บาง ๆ “ก็บังคับเขาสิ หรือว่าแกกลัวเมีย ที่พ่อกับแม่เลี้ยงแกมาตั้งแต่อ้อนแต่ออก เป็นนักสังคมสงเคราะห์แท้ ๆ ยังไม่ เคยวิเคราะห์ผมแบบนี้ AB เธอยังคงยืนยันต่อ “ฉันเพียงแต่พูดตามที่ฉันเห็น ผมทุบโต๊ะดังปัง ลูกชายร้องไห้จ้าเพราะตกใจ เธอก้มลงอุ้มลูกออกมาจากกอง ทำไมแกไม่รู้จักกลัว” “ก็พ่อกับแม่บอกว่ารักผมทุกวัน วันละตั้งหลาย ๆ ครั้ง ตั้งแต่ผมจำความ บ ผมได้กลิ่นแป้งเด็กโชยเข้าจมูก "ยังไม่ง่วงหรือคะ?" น้ำเสียงที่พูดฟังเอื้ออาทรและมี เมตตา บางครั้งก็รู้สึกราวกับว่าผมเป็น เด็กสาหรับเธอ "กลุ้มใจ" “เรื่องนั้นหรือคะ” ของเล่น พี่เลี้ยงเด็กโผล่หน้าเข้ามาท่าทาง ได้- "อือ..." เลิกลั่ก เธอโบกมือให้เด็กกลับไปทำงาน “แล้วเมียแกล่ะ เขาไม่ได้รักแก “กลัวว่าคนที่ท่านหาให้จะไม่ถูก ต่อ หรือไง” ใจหรือเปล่า... “..โอ...โอ้....ขวัญกลับมาอยู่กับเนื้อ “รักหรือเปล่าก็ไม่รู้ ผมไม่เคยได้ ทําไมเธอจะต้องกวนประสาทผม กับตัวคนดีของแม่แล้ว...” ยินเขาพูด จะตามใจบ้างก็ไม่เคยมี.... อยู่เรื่อย เธอปลอบลูกชายที่ซบหน้าอยู่บน “เฮ้ย!...แล้วแกเลือกไปรักเขาทำไม “ผมมีเมีย มีลูกแล้ว...” ผมพยา บ่า แกเคยถูกพ่อกับแม่ตามใจมาตั้งแต่เด็ก ยามทําใจเย็น ๆ สงสารลูกก็สงสาร แต่ใจยังไม่ นี่หว่า" บอกฉันก็คงไม่ได้ประโยชน์ เพราะ หายโกรธ "ลูกตัวเองชมว่าดี ที่ลูกคนอื่น ติได้สารพัด” ผมแขวะเพราะพาล ตัวเองแล้ว" คะเห็นอะไรในกระจกไหม?” “หนูจ๋าดูอะไรในกระจก ลูก คุณ เธอชี้ให้ผมดูกระจกบานเล็กที่ ตั้งอยู่บนโต๊ะ พลางทำหน้าตื่น ๆ แย่" “เห็นไหมลูก” “ทำไมพ่อต้องกลัวแม่ด้วยละ ลูกชายสายหัว ครับ?" "นั่นนะ...จู่ ๆ ก็เกิดจะมาบังคับ หรือว่าเดี๋ยวนี้เลิกรักลูกชายคนเดียวของ “ไม่รู้ละ แม่แกเขาบังคับพ่อนี่ ถ้า เขากลับจากต่างจังหวัดคราวนี้ไม่เห็น ครอบครัวแกอยู่ในบ้าน พ่อคงถูกเล่นงาน “ผมอยากให้คุณช่วยคิด ฉันให้เปลี่ยนใจ “คงไม่ไหว คุณหัวรั้น” “งั้นก็เหลืออีกทางเดียว...” “ทางไหน?” ผมรับถาม “ทางไปบ้านคุณพ่อของคุณ ไป ตกลงกับท่านให้ดี ๆ ก็แล้วกัน นะคะ" ฉันไม่ใช่คนตั้งเงื่อนไข “ถ้าอย่างนั้น คุณก็ต้องเกลี้ยกล่อม “คุณมาดูซิคะ” เธอยืนกระจก “ก็แม่ของแกเขาเป็นเมียของพ่อ พูดจบเธอก็เดินเร็ว ๆ จากไป ผม ส่งให้ผม นี่หว่า...” บดินตาม “ไม่เห็นจะมีอะไร” ผมพูดสะบัด ๆ “ทำไมผู้ชายต้องกลัวเมียด้วยล่ะ “คุณ...คุณ..." “เอ... คุณน่าจะเห็น....มียักษ์อยู่ พ่อ? เธอเข้าห้องลูก ปิดประตูกดล็อค ในนั้นนี่นา" “ผู้ชายถ้าไม่กลัวเมียก็ไม่มีศักดิ์ศรี ตังกรีก ปิดไฟฟ้า ผมโมโหจนขัน ผู้หญิงอะไรก็ไม่รู้ ชิวะ" “คุณ....คุณ..." กวนประสาทเป็นที่หนึ่ง ผมเดินกลับไปกลับมาเป็นเสื้อติด นั่นอยู่กลางสนามหญ้าหน้าบ้าน เพราะ กังวลด้วยเรื่องที่พ่อเรียกไปพบ “ถ้าอย่างนั้น...ผมคงมีศักดิ์ศรีมาก เงียบไม่มีเสียงลอดออกมา แม้แต่ กว่าใคร ๆ.. เสียงลม “ไอ้บ้า!... พูดออกมาได้ว่ากลัว เมียขึ้นสมอง ยังไง ๆ ละก็ รีบจัดการ (อ่านต่อฉบับหน้า) Kalyanamitra.org bov
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More