ข้อความต้นฉบับในหน้า
เมื่อเราเอาบุญไปให้เขา ต้องถือว่า
เรามีบุญคุณต่อเขา เพราะเราเป็นผู้ให้
มิใช่ผู้รับ การเป็นผู้ให้ย่อมดีกว่าอย่างแน่นอน
ผลที่ได้จะได้อย่างคุ้มค่า ในขณะที่
ผมออกบอกบุญ ผมไม่เคยนึกกลัว แม้ว่า
คนที่ผมบอกบุญจะมียศฐาบรรดาศักดิ์
มากขนาดไหน ผมก็เข้าถึงหมด และแม้
ในบางครั้งที่เราบอกบุญไม่ได้ เราก็ไม่
จำเป็นต้องใจตก ที่สำคัญก็คือ ก่อนจะ
ออกบอกบุญทุกครั้ง เราจะต้องมีการ
วางแผน อธิษฐานจิตตั้งความปรารถนา
ดีไปยังบุคคลทั้งหลายเพื่อให้การบอกบุญ
มีประสิทธิภาพและประสิทธิผล และ
เราจะต้องให้กำลังใจแก่เพื่อนร่วมทีมของ
เราให้เป็นผู้มีจิตใจที่แข็งแกร่ง เพราะ
ทุกอย่างจะทำได้ต้องเกิดขึ้นด้วยใจ เกิด
ขึ้นที่ใจก่อน และธรรมะที่จะให้กำลัง
ใจได้ ก็ต้องเกิดจากใจจริงของเราด้วย
อีกทั้งอาศัยบารมีของหลวงพ่อด้วย
เราต้องไม่เกรงใจ หาก
เราจะเอาบุญไปให้เขา
“เรื่องการบอกบุญนี้ สนุกมากเลย
ครับ ถ้าเราตัดความเกรงใจออกไปแล้ว
เราจะทำได้ ผมอยากจะให้งานเผยแพร่
การปฏิบัติธรรมของหลวงพ่อเสร็จไป
เร็ว ๆ
สิ่งหนึ่งที่เราควรคำนึงถึงก็คือ
ในการที่เราเอาความจริงใจไปให้เขา
แม้จะถือว่าเป็นสิ่งสำคัญ แต่สิ่งที่
ผมเอง
ใจของเราต้องสูงส่งด้วย เราจึงจะ
สามารถทํางานได้สำเร็จ
มีความคิดอยู่ว่า เมื่อเราเอาบุญไปให้เขา
ต้องถือว่าเรามีบุญคุณต่อเขา เพราะเรา
เป็นผู้ให้มิใช่ผู้รับ การเป็นผู้ให้ย่อม
ดีกว่าอย่างแน่นอน ถ้าเราคิดเช่นนี้
เราก็จะสามารถทำหน้าที่ของเราได้อย่าง
สมบูรณ์
ป่วยแค่กาย แต่ใจไม่ป่วย
“ในการสร้างบุญ สร้างบารมีนั้น
มิใช่จะสร้างกันภพเดียวชาติเดียว เรา
ต้องสร้างกันอีกหลายภพหลายชาติ เรา
ต้องเจอกับอุปสรรคมานัปการ ดังนั้น
เราต้องเตรียมใจของเราให้มั่นคง ระวัง
อย่าให้ใจตก เราต้องพร้อมที่จะเจอกับ
อุปสรรคและยิ้มรับกับอุปสรรคอยู่
เสมอ เราจะต้องมีความรอบคอบใน
การทํางานด้วย
ผมเอง ถึงแม้จะนอนป่วยอยู่
แต่ผมยังรักษากำลังใจไว้เสมอ เพราะ
ผมยึดหลักมั่นว่า คนเราเกิดมา
เพื่อสร้างบารมีเพียงอย่างเดียว อย่าง
อื่นไม่ใช่ คือเราจะต้องทำใจให้เป็น
หนึ่งเดียวเท่านั้น”
ทุกคำพูดที่ออกจากปากของคุณ
วินัยนั้น ช่างเป็นคำพูดที่ทรงพลัง อัน
สำคัญยิ่งกว่านั้นก็คือ ความจริง เป็นพลังที่เกิดจากคุณความดี และออก
มาจากความจริงใจด้วยใจจริง คำพูด
เช่นนี้แหละ ที่ยังความรู้สึกให้ผู้ฟังเกิด
กำลังใจ มีจิตใจที่กล้าหาญอยากจะทำ
ความดีให้ยิ่ง ๆ ขึ้นไป คุณวินัยได้
แสดงให้เห็นอย่างประจักษ์ชัดแจ้งอย่าง
ยิ่งว่า ท่านป่วยเพียงแค่กาย แต่ใจนั้นไม่
เคยป่วยเลย
"พยาบาลที่มาเช็ดตัวให้ผม ผมก็
ยังบอกบุญเขาเลยครับ ไม่มีการเกรงใจ
กันแล้ว ขอให้มีเวลาและโอกาสก็แล้วกัน
ก็อย่างที่ผมเคยบอกแล้วว่า ถ้าเราจะทํา
หน้าที่ของเราให้ได้ครบถ้วนสมบูรณ์แล้ว
เราจะต้องตัดความเกรงใจของเราออกไป
เราต้องนึกว่า เราเป็นผู้ให้ มิใช่ผู้รับ
จนกระทั่งในระยะหลังนี้ พยาบาลคน
ที่ทำแผลให้ผม ไม่คิดค่าพยาบาล แต่
ขอให้ผมพูดธรรมะให้ฟัง เขาบอกว่า...
ธรรมะที่เขาได้รับนั้น มีคุณค่ามากพอ
แล้ว...
แทนที่คนมาเยี่ยมไข้ หรือนาย
แพทย์และพยาบาล จะเป็นผู้ให้กำลังใจ
ผู้ป่วย กลับปรากฏว่าผู้ป่วยเป็นผู้ให้
กำลังใจ เพื่อให้บุคคลเหล่านั้นได้ไปทำ
หน้าที่เป็นกัลยาณมิตรให้แก่ชาวโลก ซึ่ง
หลวงพ่อธัมมชโย ก็ได้กล่าวว่า นี่คือ....
“ยอดวีรบุรุษผู้กล้าแห่งกองทัพธรรม
ผู้ไม่หวาดหวั่นต่อมรณภัย