การสนทนาเกี่ยวกับศาสนา วารสารกัลยาณมิตร ปี 2530 ฉบับที่ 2 หน้า 49
หน้าที่ 49 / 136

สรุปเนื้อหา

คัมภีร์ไบเบิลมาตั้งแต่เด็ก ๆ แต่ก็มิได้ ตั้งอกตั้งใจฟัง แต่เวลาที่เธอพูดโต้ตอบ มีความเชื่อเลยแม้แต่น้อย แต่ก็ไม่เคย คัดค้านหรือลบหลู่ศาสนาของเขา เพราะ ถือว่าแต่ละศาสนาก็มีจุดประสงค์ที่ มากลับเหมือนกับคนที่ไม่มีความเข้าใจ ในสิ่งที่อาตมาได้อธิบายให้ฟังเลย เธอพยายามพูดสอดแทรกขึ้นมาตลอด จะสอนคนให้เป็นคนดีด้วยกันทั้งนั้น เวลาที่อาตมาพูด คล้าย ๆ กับจะไม่ยอม อาจมีความแตกต่างกันในการยึดถือ ให้อาตมาได้มีโอกาสพูด ดูเป็นเรื่องผิด ปฏิบัติเพื่อให้บรรลุเป้าหมายของตน ถ้า การเชื่อพระเจ้าแล้วทำให้คนเป็นคนดี มี ศีลธรรม ไม่เบียดเบียนตนเองและผู้อื่น ทำให้เกิดความเสียสละ สร้างประโยชน์ ให้กับส่วนรวม ก็ควรจะนับว่าใช้ได้ แต่ถ้าเชื่อถือแล้วทำให้กลายเป็นคนใจ แคบ มีทิฐิมานะมาก มองเห็นคนอื่นที่ไม่ เชื่ออย่างตนว่าเลวไปห

หัวข้อประเด็น

- การสนทนาเกี่ยวกับศาสนา

ข้อความต้นฉบับในหน้า

คัมภีร์ไบเบิลมาตั้งแต่เด็ก ๆ แต่ก็มิได้ ตั้งอกตั้งใจฟัง แต่เวลาที่เธอพูดโต้ตอบ มีความเชื่อเลยแม้แต่น้อย แต่ก็ไม่เคย คัดค้านหรือลบหลู่ศาสนาของเขา เพราะ ถือว่าแต่ละศาสนาก็มีจุดประสงค์ที่ มากลับเหมือนกับคนที่ไม่มีความเข้าใจ ในสิ่งที่อาตมาได้อธิบายให้ฟังเลย เธอพยายามพูดสอดแทรกขึ้นมาตลอด จะสอนคนให้เป็นคนดีด้วยกันทั้งนั้น เวลาที่อาตมาพูด คล้าย ๆ กับจะไม่ยอม อาจมีความแตกต่างกันในการยึดถือ ให้อาตมาได้มีโอกาสพูด ดูเป็นเรื่องผิด ปฏิบัติเพื่อให้บรรลุเป้าหมายของตน ถ้า การเชื่อพระเจ้าแล้วทำให้คนเป็นคนดี มี ศีลธรรม ไม่เบียดเบียนตนเองและผู้อื่น ทำให้เกิดความเสียสละ สร้างประโยชน์ ให้กับส่วนรวม ก็ควรจะนับว่าใช้ได้ แต่ถ้าเชื่อถือแล้วทำให้กลายเป็นคนใจ แคบ มีทิฐิมานะมาก มองเห็นคนอื่นที่ไม่ เชื่ออย่างตนว่าเลวไปหมด ไม่ยอมรับฟัง ความคิดเห็นของบุคคลอื่น ถือแต่หมู่ คณะของตนเป็นใหญ่เช่นนี้แล้ว ก็อย่ามี ศาสนาเสียเลยจะดีกว่า มาถึงขั้นนี้ อาตมาก็พยายาม อธิบายชี้เหตุผลต่าง ๆ ให้เธอทราบว่า ชาวพุทธเรามีความคิดเห็นเชื่อถืออย่าง ไร มีข้อเปรียบเทียบแตกต่างจากคริส- เตียนอย่างไร เมื่ออาตมาเริ่มพูด ดูเธอ ก็ตั้งใจฟังดี สายตาเธอจับจ้องมองริม ฝีปากของอาตมาที่กำลังบรรยายอย่าง ปกติ โดยเฉพาะเสียงพูดของเธอดังเกิน ความจำเป็นอยู่ตลอดเวลา อาตมาจึง นึกขึ้นมาได้ว่า หูทั้งสองข้างของเธอเข้า พรรษาไปเรียบร้อยแล้วนั่นเอง ความ เขาไปว่าจะไปโบสถ์ด้วยในวันอาทิตย์ หน้า ทั้งสองคนแสดงความดีใจมากที่ อาตมาไปโบสถ์ด้วย พ่อครัวรับอาสาจะ ขับรถมารับแต่เช้า ในเช้าวันอาทิตย์ต่อมาเมื่ออาตมา ฉันเช้าเสร็จ Mr.Clark ก็ขับรถโฟล์ก ตู้ของแกมารับอาตมาที่หน้าวิทยาลัย เขาแต่งตัวอย่างดี สวมสูทผูกเนคไท เรียบร้อย รับอาตมาขึ้นรถแล้วก็ขับออก ไปทางชานเมืองอ๊อกซ์ฟอร์ด ระหว่าง พยายามที่จะอธิบายอะไรต่อมิอะไรให้ | ทางอาตมาก็ถือโอกาสคุยซักถามเรื่อง เธอฟังจึงต้องเลิกไปโดยปริยาย เพราะ โบสถ์และรูปแบบความศรัทธาเชื่อถือ ขึ้นพูดไปก็เหนื่อยเปล่า เพราะเธอไม่ได้ | ของพวกคริสเตียนที่มาที่โบสถ์แห่งนี้ ยิน 8 ทั้ง Mr.Clark และ Joice คงจะ เตี้ยมกันไว้ก่อนว่าจะหาทางชวนอาตมา ไปโบสถ์ Mr.Clark ก็เข้ามาพูดในทำ นองเดียวกัน ในจังหวะเหมาะเจาะสอด คล้องกับที่ Joice ได้พูดไว้ตั้งแต่แรก อาตมานึกในใจว่าก็ดีเหมือนกัน จะได้มี โอกาสดูพิธีกรรมทางศาสนาของเขา และสมัยที่อยู่เมืองไทยเราก็เคยโปรดคน มามากแล้ว ตอนนี้ไปให้เขาโปรดเสีย บ้างก็ดีเหมือนกัน จึงได้ตอบตกลงกับ เขาเล่าให้ฟังว่าพวกคริสเตียนที่มาโบสถ์ แห่งนี้เป็นพวกโปรเตสแตนต์พวกหนึ่ง ซึ่งเรียกตัวเองว่าพวก Pastoral เป็น พวกที่มีความเชื่อและยึดคติที่ว่า มนุษย์ เราเสมือนกับฝูงแกะของพระผู้เป็น เจ้า สุดแต่พระเจ้าจะพาไป โดย มีผู้นำกลุ่มทำหน้าที่เหมือนบาทหลวง แต่ไม่ต้องประพฤติพรหมจรรย์ มีลูก มีเมียได้เรียกว่า Pastor เป็นผู้คอย ดูแลและเทศนาสั่งสอน คริสเตียน กลุ่มนี้ไม่นิยมพิธีกรรมทางศาสนา พวก ๔๗ Kalyanamitra.org
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More