ข้อความต้นฉบับในหน้า
go
มังสวิรัติ คือเสวยแต่ผักบ้าง ข้าวฟ่าง
บ้าง บ้าง ลูกเดือยบ้าง ข้าวตั้งบ้าง
ยางไม้บ้าง ผลไม้ที่หล่นลงมาเองบ้าง
ครั้นผมเผ้าหนวดเครายาวขึ้นมา แทนที่
จะตัดกลับทรงถอนด้วยเสี้ยนตาล ยาม
นั่งก็ทรงนั่งยอง ๆ ไม่นั่งบนตั้งเตียง
ยามนอนก็นอนบนกองหนาม ถ้าวันใด
อากาศหนาวจัด ก็ทรงลงไปแช่น้ำทั้ง
วันบ้าง ทั้งคืนบ้าง หรือทั้งวันทั้งคืน
บ้าง แต่ก็ยังไม่ทรงเห็นธรรม
นักบวชพวกหนึ่งมีความเชื่อว่า
ถ้าปล่อยให้ร่างกายเศร้าหมอง ปล่อย
นักบวชพวกหนึ่งมีความเชื่อว่า
ถ้าทำตนเป็นผู้ไม่สนใจต่อเรื่องราว
ใด ๆ ทั้งสิ้น เหมือนกับซากศพ ก็จะ
เห็นธรรมได้
เจ้าชายสิทธัตถะก็ทรงทดลอง
ปฏิบัติตาม โดยพระองค์ทรงเข้าไปอาศัย
ในป่าช้า บรรทมทับกองกระดูกบ้าง
E
กระทั่งพระวรกายซูบผอม เหลือแต่หนัง
หุ้มกระดูก แต่ก็ยังไม่ทรงเห็นธรรม
นักบวชพวกหนึ่งมีความเชื่อว่า
ถ้าใครก็ตามกลั้นลมหายใจหรืออด
อาหารจนแทบตายก็จะเห็นธรรมได้
วิธีการเช่นนี้ ใครขึ้นทดลองปฏิบัติ
ก็เหมือนเดินทางไปหาความตายประการ
เดียว เพราะค่าว่าแทบตายนั้นไม่มีขีด
นักบวชพวกหนึ่งมีความเชื่อว่า ถ้าใครก็ตามกลั้น
ให้เป็นไปตามธรรมชาติ เช่นเดียวกับ ลมหายใจหรืออดอาหารจนแทบตายก็จะเห็น
พวกสัตว์แล้ว ย่อมจะเห็นธรรมได้
เจ้าชายสิทธัตถะก็ทรงทดลอง
ปฏิบัติตาม โดยทรงปล่อยให้ฝุ่นละออง
เหงื่อไคลหมักหมมอยู่ จนตกสะเก็ดทั้ง
พระองค์เหมือนกับสะเก็ดไม้ แม้สะเก็ด
จะพอกหนาขึ้นทุกวันก็ไม่ทรงยอมเย็ด
ออก คนอื่นจะช่วยเช็ดถูให้ก็ไม่ทรง
อนุญาต แต่ก็ยังไม่ทรงเห็นธรรม
นักบวชพวกหนึ่งมีความเชื่อว่า
ถ้าอยู่ในที่เงียบสงัด ไม่พบผู้คนเลย
ก็จะทำให้เห็นธรรมได้
เจ้าชายสิทธัตถะก็ทรงทดลอง
ปฏิบัติตามเช่นเคย โดยพระองค์ทรงหลบ
เข้าไปอาศัยในป่าดงดิบ ซึ่งถ้าคนอื่น
เข้าไปแล้ว เป็นต้องขนลุกซูชันด้วยความ
หวาดกลัว คืนไหนอากาศหนาวเย็น
ก็ทรงทนตากลมหนาวอยู่กลางแจ้ง ครั้น
วันไหนอากาศร้อนจัด ก็ทรงทนตากแดด
อยู่กลางแจ้ง รอเมื่อดวงอาทิตย์ลับขอบ
ฟ้า จึงจะทรงเข้าไปอาศัยร่มไม้ อาหาร
ในป่าลึกก็อัตคัดขาดแคลน จ๋าต้องเสวย
ใบไม้ เปลือกไม้บ้างเป็นอาหาร ประทัง
ชีวิตไปวันหนึ่ง ๆ แต่ก็ยังไม่ทรงเห็น
ธรรม
ธรรมได้ วิธีการเช่นนี้ ใครขึ้นทดลองปฏิบัติก็
เหมือนเดินทางไปหาความตายประการเดียว
บรรทมปะปนซากศพที่เน่าเหม็นบ้าง
ฯลฯ เมื่อพวกเด็กเลี้ยงโคซน ๆ ไป
พบเข้า ก็พากันบ้วนน้ำลายรดบ้าง ถ่าย
ปัสสาวะรดบ้าง เอาฝุ่นสาดบ้าง เอา
ไม้แหลม ๆ ทิ่มแทงช่องพระกรรณ (หู)
บ้าง แต่พระองค์ก็มิได้ทรงพิโรธตอบ
ทรงทำความรู้สึกแต่ว่าพระองค์คือคน
ตายแล้ว แต่ก็ยังไม่ทรงเห็นธรรม
นักบวชพวกหนึ่งมีความเชื่อว่า
ความบริสุทธิ์ย่อมเกิดขึ้นได้ด้วยอา
หาร ถ้ากินอาหารที่เป็นพืชผักล้วน ๆ
ไม่มีเนื้อสัตว์เจือปนเลย ก็จะเห็น
ธรรมได้
เจ้าชายสิทธัตถะก็ทรงทดลอง
ปฏิบัติอีก พระองค์ทรงปฏิบัติเคร่งครัด
กว่านักบวชเจ้า รับเสียด้วยซ้ำ โดย
เสวยแต่ลูกกระเป๋าอย่างเดียวบ้าง เมล็ด
ถั่วเขียวอย่างเดียวบ้าง เมล็ดงาอย่าง
เดียวบ้าง ข้าวสารวันละเม็ดบ้าง จน
คั่นที่แน่นอน ถึงกระนั้นเจ้าชายสิทธัตถะ
ก็ทรงเสียงพระชนม์ทดลองปฏิบัติอีก
เช่นเคย ในโลกนี้จะหาคนที่มีน้ำใจ
เด็ดเดี่ยวเช่นพระองค์ได้อีกหรือ พระ
องค์ทรงขบพระทนต์ (ฟัน) ด้วยพระ
ทนต์ กดพระตาล (เพดาน) ด้วยพระ
ชิวหา (ลิ้น) พร้อมกับทรงข่มจิตไว้ด้วย
น้ำพระทัยอันเด็ดเดี่ยว จนกระทั่งพระ
เสโท (เหงื่อ) ไหลพรั่งพรูดุจสายฝนออก
จากพระกัจฉะ (รักแร้) ทั้ง ๒ ข้าง แล้ว
ทรงกลั้นลมอัสสาสะ (ลมเข้า) ปัสสาสะ
(ลมออก) ทั้งทางพระโอษฐ์ (ปาก) และ
ทางพระนาสิก (จมูก)
G
เมื่อสมปัสสาสะออกทั้งทางพระ
โอษฐ์และทางพระนาสิกไม่ได้ ก็ทะลัก
ออกทางช่องพระกรรณ (หู) เกิดเสียง
อื้ออึงภายในราวกับฟ้าลั่น เกิดความ
ทุกข์ทรมานจนเจ็บพระเศียรเหมือนถูก
บีบด้วยคีมเหล็ก ส่วนในพระอุทร (ท้อง)
Kalyanamitr