ข้อความต้นฉบับในหน้า
32
ตระกูลใด ที่หมู่ญาติได้ร่วมกันสร้างสรรค์
จรรโลงวงศ์วาน ให้เป็นปึกแผ่นแน่นหนา
จะเป็นที่เกรงขามแก่บุคคลทั้งหลาย
ทุนรอนทำมาหากิน โดยควรจะตั้งงบ
กลางไว้สำหรับสงเคราะห์ญาติโดยเฉพาะ
และเมื่อแบ่งปันให้ญาติไปแล้ว ก็ไม่คิดจะ
ทวงคืน แต่ถ้าเขานำมาคืนเองก็ควรเก็บ
สำรองไว้ในงบกลางนี้อีก สำหรับ
สงเคราะห์ญาติคนอื่น ๆ ที่เดือดร้อน
ต่อไป
๒. ปิยวาจา พูดจาต่อกันด้วย
คำสุภาพอ่อนโยน เรียกสรรพนามตาม
ศักดิ์ เช่น เรียกลุง ป้า น้า อา อันเป็น
ภาษาของคนรักใคร่กัน ถึงจะโกรธเคือง
ขัดใจกันก็ไม่แช่งชักหักกระดูก หรือนินทา
ว่าร้าย
๓. อัตถจริยา ทำตัวให้เป็นประ
โยชน์แก่ญาติ คือช่วยเหลือเมื่อมีธุระ
การงาน เช่น แต่งงาน บวชนาค เจ็บป่วย
เป็นความ งานศพ และอื่น ๆ อย่างน้อย
ก็ให้กำลังใจ
๔. สมานัตตตา วางตัวกับญาติ
ให้เหมาะสมกับฐานะ ตำแหน่ง เหตุการณ์
สิ่งแวดล้อม เคารพญาติผู้ใหญ่ เอ็นดูญาติ
ผู้น้อย เสมอต้นเสมอปลาย ร่วมทุกข์ร่วม
สุข ไม่ทอดทิ้งกัน
วิธีสงเคราะห์ญาติ
ทางธรรม
คือ ชักชวนญาติให้รู้จักประกอบ
การบุญการกุศล ชักพาให้ได้ทำทาน รักษา
ศีล เจริญภาวนา ให้ตั้งอยู่ในศรัทธา
สอนธรรมะให้ ชักนำให้บวช ชักนำให้ อานิสงส์การสงเคราะห์
ปฏิบัติธรรม
ข้อเตือนใจ
การสงเคราะห์ญาติเป็นความดี
เป็นมงคลแก่ผู้ทำ แต่ทั้งนี้ต้องทำตาม
วิถีทางที่ถูกต้อง คือต้องไม่เอาการช่วย
เหลือญาติพี่น้องมาทำให้เสียความเป็น
ธรรมในหน้าที่ของตน
ทางฝ่ายญาติพี่น้องซึ่งเป็นผู้ขอรับ
ความช่วยเหลือยิ่งต้องคิดให้มาก ถ้ารัก
กันจริงแล้ว ไม่สมควรที่จะไปขอร้องญาติ
พี่น้องที่มีบุญวาสนามีอำนาจหน้าที่ให้เขา
ทำผิด ให้ช่วยเหลือเรา ในทางที่ไม่เป็น
ธรรม อย่าขอร้องหรือแม้แต่ทำให้เขาต้อง
กังวลใจ ที่จะมาทำความผิดเพื่อผลประ
โยชน์ของเรา การขอร้องญาตินั้นไม่ผิดศีล
ไม่ผิดธรรมและไม่เสียมารยาทแต่อย่างใด
ข้อสำคัญอยู่ที่ว่าอย่าขอให้เขาทำผิดเพื่อ
เราก็แล้วกัน
จะเห็นได้ว่า มงคลที่ ๑๑, ๑๒, ๑๓
เป็นการสงเคราะห์บิดามารดา บุตร
ภรรยา แต่การสงเคราะห์ญาติแทนที่จะอยู่
ต่อมาเป็น มงคลที่ ๑๔ กลับกลายเป็น
มงคลที่ ๑๗ โดยต้องฝึกทำงานเป็นใน
มงคลที่ ๑๔ บำเพ็ญทานในมงคลที่ ๑๕
และประพฤติธรรมมีความเที่ยงตรงไม่
ลำเอียงในมงคลที่ ๑๖ ก่อน จึงจะ
สงเคราะห์ญาติ เพื่อป้องกันการเล่น
พรรคเล่นพวกให้เสียธรรม
ญาติ
๑. เป็นฐานป้องกันภัย
กัน
๒. เป็นฐานอำนาจ
๓. เป็นบุญกุศล
๔. เป็นเครื่องยึดเหนี่ยวน้ำใจกัน
๕. ทำให้สนิทสนมคุ้นเคยกัน
5. ทำให้เกิดความสามัคคีกัน
๗. ทำให้เกิดความจงรักภักดีต่อ
๔. เป็นเหตุแห่งสันติสุขไปทั่วโลก
๔. เป็นประเพณีอันดีงามของ
นักปราชญ์
ชาติ
๑๐. ทำให้ตระกูลใหญ่โต มั่นคง
๑๑. ทำให้มีญาติมากทุกภพทุก
๑๒. เป็นตัวอย่างแก่อนุชนรุ่นหลัง
๑๓. เป็นการสร้างสิ่งแวดล้อมที่ดี
ให้เกิดขึ้น
“ตระกูลใด ที่หมู่ญาติได้ร่วมกัน
สร้างสรรค์จรรโลงวงศ์วาน ให้เป็น
ปึกแผ่นแน่นหนา จะเป็นที่เกรงขาม
แก่บุคคลทั้งหลาย แม้ผู้มุ่งร้ายก็ไม่กล้า
มาเบียดเบียน ประดุจความหนาทึบ
แห่งกอไผ่ที่มีหนามแวดล้อมอยู่รอบ
ข้าง ย่อมไม่มีใครเข้าไปตัดได้ง่าย ๆ
หรือเหมือนดังกอบัวที่เจริญงอกงาม
อยู่ในสระ ย่อมเป็นที่เจริญตาเจริญใจ
แก่ผู้พบเห็น"
Kalyanamitra.org