การตัดสินใจของสุรเสนะ วารสารกัลยาณมิตร ปี 2530 ฉบับที่ 2 หน้า 82
หน้าที่ 82 / 136

สรุปเนื้อหา

ต่อจากฉบับที่แล้ว วันหนึ่งสิหเสนาบดี ให้ตามตัวสุรเสนะเข้าไปหา แล้วออกปากทาบทามชวนให้อยู่ด้วย และตนจะรับเลี้ยงไว้ เป็นลูก ให้ได้เจริญในราชการของแคว้นวัชชี ไม่ต้องร่อนเร่ พเนจรไปตามวิสัยของคนค้าต่อไป สุรเสนะก้มลงกราบแสดงความรู้สึกขอบพระคุณอย่าง สูง แล้วกล่าวว่า “ข้าแต่ท่านเสนาบดี ข้าพเจ้าเป็นลูกคนเดียวของท่าน บิดา และเป็นหนี้บุญคุณท่านมาแต่น้อยจนบัดนี้ แม้จะยากจน เข็ญใจอย่างไร ก็ยังยินดีอยู่รับใช้ท่านจนกว่าจะถึงที่สุด อีกประการหนึ่ง ท่านบิดาก็มีความรักใคร่เอ็นดูข้าพเจ้า ประหนึ่งดวงใจของท่าน ถ้าข้าพเจ้าเห็นแก่ตำแหน่งยศศักดิ์ อัครฐานทั้งท่านให้เร่ร่อนไปเดียวดาย ท่านจะรู้สึกว้าเหว่ อาลัยสักเพียงไร และข้าพเจ้าก็มีใจไม่แข็งแรงพอจะปล่อยให้ ท่านปราศจากผู้อุปัฏฐากบำรุงได้ ด้วยเหตุนี้ แม้ข้าพเจ้าจะ รู้

หัวข้อประเด็น

- การตัดสินใจของสุรเสนะ

ข้อความต้นฉบับในหน้า

ต่อจากฉบับที่แล้ว วันหนึ่งสิหเสนาบดี ให้ตามตัวสุรเสนะเข้าไปหา แล้วออกปากทาบทามชวนให้อยู่ด้วย และตนจะรับเลี้ยงไว้ เป็นลูก ให้ได้เจริญในราชการของแคว้นวัชชี ไม่ต้องร่อนเร่ พเนจรไปตามวิสัยของคนค้าต่อไป สุรเสนะก้มลงกราบแสดงความรู้สึกขอบพระคุณอย่าง สูง แล้วกล่าวว่า “ข้าแต่ท่านเสนาบดี ข้าพเจ้าเป็นลูกคนเดียวของท่าน บิดา และเป็นหนี้บุญคุณท่านมาแต่น้อยจนบัดนี้ แม้จะยากจน เข็ญใจอย่างไร ก็ยังยินดีอยู่รับใช้ท่านจนกว่าจะถึงที่สุด อีกประการหนึ่ง ท่านบิดาก็มีความรักใคร่เอ็นดูข้าพเจ้า ประหนึ่งดวงใจของท่าน ถ้าข้าพเจ้าเห็นแก่ตำแหน่งยศศักดิ์ อัครฐานทั้งท่านให้เร่ร่อนไปเดียวดาย ท่านจะรู้สึกว้าเหว่ อาลัยสักเพียงไร และข้าพเจ้าก็มีใจไม่แข็งแรงพอจะปล่อยให้ ท่านปราศจากผู้อุปัฏฐากบำรุงได้ ด้วยเหตุนี้ แม้ข้าพเจ้าจะ รู้สึกในเมตตากรุณาของท่านอย่างสูง ข้าพเจ้าก็จำต้องขอ ปฏิเสธความปรารถนาดีทั้งนี้ “ดูก่อนสุรเสนะ! ถ้าอย่างนั้นจงไปบอกท่านธนิยะให้มา ณ ที่นี้ ในเย็นวันนี้" สีหเสนาบดีไม่ละความพยายาม ในเย็นวันนั้น ธนิยะผู้วางมือเสร็จจากการควบคุมการ ค้าของขบวนเกวียน ก็ร่วมทางกับสุรเสนะไปยังบ้านของ สีหเสนาบดีด้วยม้าของตน สีหเสนาบดีต้อนรับอย่างสนิทสนมคุ้นเคย แล้ว จิงกล่าวกะ มิยะว่า “นายกองเกวียนผู้เจริญ! เมื่อคำนึงถึงประโยชน์อันยิ่ง ใหญ่ที่เราจะได้ช่วยคุ้มครองชีวิตของมนุษย์เป็นจำนวนมาก แล้ว ข้าพเจ้าก็เห็นว่า สุรเสนะบุตรของท่านเป็นผู้เหมาะสม ที่จะได้อยู่ช่วยข้าพเจ้าทำงานนี้และเป็นตัวแทนในกาลต่อ ไป แต่สุรเสนะมีความภักดีกตัญญูกตเวทีในตัวท่านเป็น “อย่างยิ่ง ปรารถนาจะรับใช้ท่านตลอดไป ข้าพเจ้านั้นเพ่งเล็ง แต่ในทางที่จะยังความรับผิดชอบอันอยู่บนบ่าของข้าพเจ้าให้ เป็นไปเพื่อประโยชน์สุขแก่คนเป็นอันมาก จึงเห็นว่าทางที่ดี ที่สุด คือชวนท่านไว้ทั้งบิดาและบุตร เฉพาะตัวท่านจะได้เป็น ที่ปรึกษาของข้าพเจ้าหรือลิจฉวิสภา ทั้งนี้ข้าพเจ้ามิได้ มีความรังเกียจอย่างไรเลย จะพยายามส่งเสริมฐานะของ ไป ส่วนสุรเสนะข้าพเจ้าจะให้รับฝึกงานอยู่กับข้าพเจ้าและ มอบหมายให้เป็นผู้รับผิดชอบแทนข้าพเจ้าต่อไปในอนาคต ทั้งนี้เพราะข้าพเจ้าได้เห็นท่านทั้งสองเป็นผู้มีธรรมะในใจ เป็นผู้สมที่นับถือพระพุทธศาสนา ผู้ประพฤติธรรมะอยู่ใน ที่ใดก็เป็นที่หวังได้ว่า ที่นั้นจะมีแต่ความร่มเย็นเป็นสุข ข้าพเจ้าจึงหวังว่าท่านจะเห็นแก่ประโยชน์ส่วนรวมในการ ตัดสินใจครั้งนี้ ธนิยะแสดงความขอบคุณสิพเสนาบดีแล้วกล่าวว่า “ท่านเสนาบดีผู้เจริญ! ถ้อยคำของท่านย่อมสำแดงถึง ความเป็นผู้มีจิตใจสูง มุ่งสานติสุขแก่มหาชนทั่วหน้า ทั้งไม่ เกียดกันใคร ๆ ปรารถนาแต่จะให้ประโยชน์สุขเกิดขึ้นทั่วไป โดยส่วนเดียวทั้งนี้ จึงนับว่าท่านได้ทำหน้าที่สมเป็นผู้วาง ความผาสุกของชาววัชชีไว้บนบ่าโดยแท้ ถ้าบุคคลทั้งหลาย รู้จักหน้าที่และรู้จักรับผิดชอบ ดังที่ท่านได้ปฏิบัติอยู่แล้ว ความร่มเย็นเป็นสุขก็จะแผ่คลุมไปทั่วปฐพีดล ข้าพเจ้าขอนอบ น้อมสำแดงความนิยมในน้ำใจของท่านเป็นพิเศษ ท่านเสนาบดีผู้เจริญ ถ้าเป็นสมัยอื่นที่ข้าพเจ้ายังมิได้ ปักใจแน่วแน่ว่าจะครองชีพอย่างเป็นอิสระ จะเป็นคนค้า ท่องเที่ยวไปในแดนต่าง ๆ แม้จะลำบากบ้างในระหว่าง ทาง แต่ก็จะอาศัยความซื่อสัตย์สุจริตแห่งอาชีพนี้เป็นเครื่อง ประคองใจให้ผาสุก จะไม่ยุ่งเกี่ยวกับการบ้านเมืองของ แคว้นใด ๆ และจะหาความสุขอย่างเป็นอิสระดังนี้แล้ว ข้าพเจ้าก็คงจะรับคำเชิญของท่านเป็นแน่แท้ อันที่จริงนั้น ถ้าข้าพเจ้าจะรับคำเชิญก็คงจะได้อยู่ในแคว้นมคธมานานแล้ว เพราะจันทรายณะสหายของข้าพเจ้าก็แค่นได้ด้วยประการ ต่าง ๆ หลายครั้งหลายหน ยิ่งกว่านั้น ถ้าท่านได้ทราบ ประวัติความเป็นมาแต่หนหลังว่า ข้าพเจ้าได้วางมือมาเอง จากเรื่องของการปกครองหรือการบ้านเมืองแล้ว ท่านก็คงจะ รู้สึกว่าการตัดสินใจของข้าพเจ้ามาแต่ต้นนั้น เป็นข้อที่ควร เห็นใจอยู่ แต่ประวัติความเป็นมาของข้าพเจ้านั้น ก็เป็นที่รู้จักกัน อยู่ระหว่างข้าพเจ้ากับสุรเสนะผู้เป็นบุตรว่า เราได้ตัดสินใจ มาดำเนินชีวิตอย่างนี้เพราะเหตุไร เพราะฉะนั้นข้าพ เจ้าสองพ่อลูกจึงพอใจจะเป็นคนค้าต่อไป อันที่จริงถ้ามอง ในทางหนึ่ง คนค้าที่ตั้งอยู่ในสุจริตธรรมก็ชื่อว่าช่วยอำนวย ความสะดวกแก่โลกอยู่มิใช่น้อย ในการที่ให้บุคคลทั้งหลาย ท่านให้เจริญขึ้นอยู่เสมอ จะได้ไม่ต้องบุกป่าฝ่าดงอีกต่อ ได้อาศัยเสื้อผ้าและวัตถุที่จำเป็นอย่างอื่นด้วยการซื้อขายแลก
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More