ข้อความต้นฉบับในหน้า
๗๔
“เท่าที่ผ่านมา วัดพระธรรมกาย
ได้สร้างชื่อเสียงให้กับจังหวัดปทุมธานี
มาก จากการจัดตั้งมูลนิธิธรรมกายนั้น
ก็อยู่ในความดูแลของผู้ว่าราชการจังหวัด
ผมคิดว่า มูลนิธิมีกิจกรรมในลักษณะ
การเป็นข้าราชการต้องมีความสุจริตทั้งกายและใจ
รวมถึงความซื่อสัตย์ด้วย....ความสุจริตจึงเป็น
“ผมอยากเห็นเขากินดีและอยู่ดี
อยู่ดีหมายถึง อยู่โดยมีความสุข มีความ
สงบเรียบร้อยปราศจากภัยต่าง ๆ และ
อาชญากรรม
กินดี หมายถึง มีอาหารที่มี
คุณภาพรับประทานทุกมื้อ ไม่อดไม่อยาก
ขณะเดียวกัน ไม่มีหนี้สิน ถ้ามีหนี้สินเวลา
กินก็ไม่อร่อย อยู่ดีหมายถึง มีที่อยู่ตาม
สมควรแก่ฐานะ ถูกสุขลักษณะ มีอนามัย
ไม่มีโจรผู้ร้าย อยู่โดยสงบ นอนตาหลับได้
ไม่มีใครรบกวนรังแก ซึ่งน่าจะเป็นเช่นนั้น
เพราะชาวปทุมธานีส่วนใหญ่จะไปวัด
มีพื้นฐานจิตใจดี.....
สำหรับส่วนตัวผมนั้น ถือว่า การ
เป็นข้าราชการต้องมีความสุจริตทั้งกาย
และใจ รวมถึงความซื่อสัตย์ด้วย บุคคล
โดยทั่วไปควรจะมีความสุจริตต่อหน้าที่
การงาน ความสุจริตจึงเป็นสิ่งสำคัญ
ที่สุดเป็นคุณธรรมที่ควรจะมีอยู่ใน
ตัวทุกคน....."
ดร.ชูวงศ์ ฉายะบุตร ผู้ว่าราชการ
จังหวัดปทุมธานี ท่านได้ทำหน้าที่สมกับ
คำว่า “พ่อเมือง” โดยแท้ คอยบำบัด
สิ่งสำคัญที่สุด เป็นคุณธรรมที่ควรจะมีอยู่ในตัว ทุกข์บำรุงสุขให้แก่ราษฎรในจังหวัด
ทุกคน.....
ที่ส่งเสริมพุทธศาสนา และเพื่อเทิดพระ
เกียรติองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
ผมเห็นว่าเป็นการสมควร และเท่าที่สังเกต
มาจนถึงวันนี้ ผมคิดว่า มูลนิธิยังไม่มี
อะไรที่แสดงถึงว่ามีสิ่งอื่นแอบแฝงอยู่...”
ในฐานะที่ท่านเป็นพ่อเมือง
ท่านมีความปรารถนาอย่างไรต่อชีวิต
ของประชาชนชาวปทุมธานี
สิ่งไหนเป็นเอกลักษณ์ของเมืองที่ดีงาม
อยู่แล้ว ท่านก็สนับสนุนส่งเสริมให้มี
ชื่อเสียงยิ่งขึ้น เป็นผู้มีความกตัญญูต่อ
แผ่นดิน นับว่าเป็นบุคคลที่หาได้ยาก
ยิ่ง ควรที่ชาวเมืองปทุมธานีจะได้ภูมิใจ
ที่มีเพชรน้ำเอกประดับเมือง ไม่ว่าจะเป็น
บุคคลหรือสถานที่สำคัญต่าง ๆ สมกับเป็น
“เมืองธรรม” ในพระพุทธศาสนา เมือง
แห่งดอกบัวบานที่ไม่มีวันโรยรา.... เพราะ
ได้พ่อเมืองที่มี “สุจริตธรรม” ในดวงใจ
เป็นประดุจบัวทิพย์ที่ยังความงดงามให้
กับปทุมธานี....เมืองแก้ว ไปอีกนานแสน
นาน
Kalyanamitra.org