ความสำคัญของความคุ้นเคยในชีวิต วารสารกัลยาณมิตร ปี 2530 ฉบับที่ 2 หน้า 120
หน้าที่ 120 / 136

สรุปเนื้อหา

รสแห่ง ความ คนเคย จ -ทางแห่งความดี วศิน อินทสระ เรือนของอนาถบิณฑิกเศรษฐีนั้น เป็นเสมือนสระสรงของภิกษุทั้งหลาย เพราะท่านถวายภัตตาหารแก่ภิกษุสงฆ์ วันละ ๕๐๐ รูปเป็นนิตยกาล รุ่งเรือง ด้วยกาสาวพัสตร์ เป็นที่ปรารถนาของ ภิกษุจากจาตุรทิศ วันหนึ่ง พระราชาแห่งแคว้นโกศล เสด็จไปยังนิเวศน์ของอนาถบิณฑิกเศรษฐี ทั้งหลายจึงไม่ปรารถนาจะนั่งฉันใน ราชนิเวศน์ เมื่อรับภัตตาหารแล้วก็ไปสู่ สกุลอุปัฏฐากของตน ๆ มอบภัตตาหาร นั้นให้แก่อุปัฏฐากแล้วฉันอาหารที่สกุล นั้นจัดถวาย ไม่เลือกว่าเศร้าหมองหรือ ประณีต วันหนึ่ง ราษฎรนำผลไม้จำนวน มากมาถวายพระราชา พระราชาตรัส ว่า จงจัดถวายภิกษุสงฆ์เถิด ประชาชนได้นำผลไม้ไปที่โรงครัว แต่ไม่เห็นภิกษุสงฆ์เลยแม้แต่รูปเดียว จึงกลับมากราบทูลพระราชา พระองค์ ตรัสว่าคงจักยังไม่ถึงเวลากระมัง ราษ

หัวข้อประเด็น

- ความสำคัญของความคุ้นเคยในชีวิต

ข้อความต้นฉบับในหน้า

๑๑๘ รสแห่ง ความ คนเคย จ -ทางแห่งความดี วศิน อินทสระ เรือนของอนาถบิณฑิกเศรษฐีนั้น เป็นเสมือนสระสรงของภิกษุทั้งหลาย เพราะท่านถวายภัตตาหารแก่ภิกษุสงฆ์ วันละ ๕๐๐ รูปเป็นนิตยกาล รุ่งเรือง ด้วยกาสาวพัสตร์ เป็นที่ปรารถนาของ ภิกษุจากจาตุรทิศ วันหนึ่ง พระราชาแห่งแคว้นโกศล เสด็จไปยังนิเวศน์ของอนาถบิณฑิกเศรษฐี ทั้งหลายจึงไม่ปรารถนาจะนั่งฉันใน ราชนิเวศน์ เมื่อรับภัตตาหารแล้วก็ไปสู่ สกุลอุปัฏฐากของตน ๆ มอบภัตตาหาร นั้นให้แก่อุปัฏฐากแล้วฉันอาหารที่สกุล นั้นจัดถวาย ไม่เลือกว่าเศร้าหมองหรือ ประณีต วันหนึ่ง ราษฎรนำผลไม้จำนวน มากมาถวายพระราชา พระราชาตรัส ว่า จงจัดถวายภิกษุสงฆ์เถิด ประชาชนได้นำผลไม้ไปที่โรงครัว แต่ไม่เห็นภิกษุสงฆ์เลยแม้แต่รูปเดียว จึงกลับมากราบทูลพระราชา พระองค์ ตรัสว่าคงจักยังไม่ถึงเวลากระมัง ราษฎรกราบทูลว่าถึงเวลาแล้ว ภิกษุ สงฆ์รับภัตตาหารแล้วไปสู่สกุลอุปัฏฐาก ของตน ๆ ฉันอาหารในสกุลอุปัฏฐาก พระราชาทรงดำริว่า อาหารของ เราก็ประณีต เหตุไฉนหนอพระคุณเจ้า จึงไม่ฉัน ไปฉันอาหารที่เศร้าหมองกว่า ในเรือนแห่งอุปัฏฐาก เราจักทูลถาม ความข้อนี้กับพระศาสดา ดังนี้เสด็จไป เฝ้าพระตถาคตทูลถามข้อสงสัยนั้น พระผู้มีพระภาคตรัสว่า “มหาบพิตร! คงจะเป็นเพราะ เห็นภิกษุจำนวนร้อยเข้าไปฉันอาหาร | ภิกษุไม่มีความคุ้นเคยในราชนิเวศน์ ทรงดำริว่าแม้เราเองก็ควรถวายภัตตา หารแก่ภิกษุสงฆ์ ดังนี้แล้วเสด็จไปเฝ้า พระศาสดา ทูลขออาราธนา ภิกษุสงฆ์ จำนวน ๕๐๐ รูป ให้ไปรับภัตตาหาร เป็นประจำทุกวัน ตั้งแต่นั้น พระเจ้าปเสนทิโกศล ก็ถวายภัตตาหารในพระราชนิเวศน์ กระมัง ภิกษุทั้งหลายรับอาหารแล้วจึงไป บริโภค ณ เรือนที่คุ้นเคย ที่เขาถวาย ด้วยความสนิทสนม มหาบพิตร ความคุ้นเคยเป็นรสอย่างยิ่ง รสอย่าง อื่นไม่เหมือนความคุ้นเคยไม่เท่าความ คุ้นเคย อาหารที่บุคคลผู้ไม่คุ้นเคยจัดให้ แม้จะโอชารสเพียงใดก็ไม่เท่าภัตตาหาร เป็นประจำ โภชนะที่ถวายนั้นประณีต ที่บุคคลผู้คุ้นเคยจัดให้ แม้จะเศร้าหมอง ข้าวหุงด้วยข้าวสาลีมีกลิ่นหอมที่เก็บค้าง ไว้ถึง ๓ ปี แต่ไม่มีผู้คุ้นเคยกับภิกษุ ก็ตาม บัณฑิตแต่โบราณ เมื่อเกิดโรค สงฆ์ ผู้ถวายอาหารสักว่าทำหน้าที่ของ พระราชาทรงให้แพทย์หลวงห้าสกุล ตนตามที่พระราชารับสั่ง ดังนั้นภิกษุ | รักษาก็ไม่หาย จึงไปสู่สำนักของ อันเตวาสิก (ลูกศิษย์) ผู้คุ้นเคย ได้ บริโภคยาคูอันทำด้วยข้าวฟ่าง (อันเศร้า หมอง) ลูกเดือยก็ปราศจากรสเค็ม ผักต้มกับน้ำเปล่า ๆ ไม่มีรสอะไร ก็หาย โรคเป็นปกติได้” ดังนี้แล้ว ทรงนำเรื่อง ในอดีตมาตรัสเล่าว่า ในอดีตกาล พระโพธิสัตว์เป็น กัปปกุมาร ในสกุลพราหมณ์แห่งแคว้น กาลี สำเร็จการศึกษาจากตักสิลา แล้วบวชเป็นฤาษี ครั้งนั้นมีดาบสผู้ หนึ่งชื่อ เกสวะ มีดาบสเป็นศิษย์อยู่เป็น จำนวนร้อยพำนักอยู่ในหิมวันตประเทศ กัปปดาบสไปสู่สำนักของท่านเกสวะขอ เป็นศิษย์ ต่อมาเกสวะได้ให้เป็นหัวหน้า อันเตวาสิก ต่อมาเกสวดาบส ต้องการ บริโภคอาหารอันมีรสเปรี้ยวเค็มบ้าง จึง พาดาบสบริวารไปเมืองพาราณสี รุ่งขึ้น ออกภิกขาจาร พระราชาพาราณสี ทอดพระเนตรเห็นดาบสเหล่านั้นมี อาจาระน่าเลื่อมใส จึงอาราธนาให้รับ อาหารในพระราชนิเวศน์ และขอให้อยู่ ในพระราชอุทยาน เกสวดาบสรับอาราธนาของพระ ราชาแล้วอยู่ในพระราชอุทยาน เมื่อ ฤดูฝนสิ้นแล้ว ท่านต้องการไปสู่หิมวันต ประเทศอย่างเดิมจึงทูลลาพระราชา พระราชาตรัสว่า “ท่านแก่แล้วขอให้อยู่ใกล้ ๆ ข้าพ เจ้าเถิด ให้ดาบสบริวารกลับไปหิมวันต ประเทศก่อนก็ได้” เกสวดาบสรับอาราธนา เมื่อ กัปปดาบสหัวหน้าพาดาบสทั้งหลายไป แล้ว วันต่อ ๆ มาเกสวะผู้ซึ่งเคยอยู่ คุ้นเคยกับศิษย์บัดนี้ปราศจากผู้คุ้นเคย จึงเกิดความคิดถึง อยากพบอยาก สนทนาวิสสาสะด้วยโดยเฉพาะอย่างยิ่ง Kalyanamitra.org
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More