ข้อความต้นฉบับในหน้า
“ธรรมวิมลโมลี” เป็นนามที่อุโฆษ
ยอดเยี่ยมว่า เป็นยอดธงชัยแห่งวงการคณา
จารย์สงฆ์ผู้ทรงวิชชาทางพระปริยัติธรรม
เป็นมงคลนาม สำหรับใคร ๆ ที่เป็นนักเรียน
นักศึกษาพระปริยัติธรรมแล้ว ต้องรู้จัก รัก
และเคารพท่าน ดุจเป็นอาจารย์แห่งสงฆ์ ทั้ง
นี้ก็ด้วยท่านเป็นปูชนียภิกขุ ผู้รู้รอบในสรรพ
วิชาด้านภาษาบาลีที่ยอดยิ่ง แตกฉานใน
พระธรรมวินัยหาผู้ใดเสมอได้ยาก อีกทั้ง
มีคุรุปฏิปทาอันเป็นแบบอย่างสมบูรณ์เพียบ
พร้อม น้อมใจผู้เรียน ผู้ฟังด้วยโวหารปฏิภาณ
และยังเป็นเจ้าคณะปกครองผู้สามารถ
ปูชนียภิกขุรูปนี้มีราชทินนามตามสมณ
ศักดิ์ว่า พระธรรมวิมลโมลี ศรีกิตติโสภณ
โกศลปาพจนดิลก ตรีปิฎกบัณฑิต มหา
คณิสสร บวรสังฆาราม คามวาสี สถิต ณ
วัดเบญจมบพิตรดุสิตวนาราม เป็นพระเถระ
ที่เสียสละทุ่มเทกำลังกาย กำลังใจ สติปัญญา
หวังเพื่อรักษาพระพุทธศาสนาในทุกด้าน
โดยเฉพาะพระปริยัติธรรมให้จิรัฐิติกาลไพบูลย์
เป็นมรดกไทยตกทอดสู่ยุวชนกุลบุตรกุลธิดา
เพื่อให้เกิดคุณประโยชน์ต่อความมั่นคงของ
ชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์สืบไป
มีผู้รู้ท่านหนึ่งเล่าให้ฟังถึงปฏิปทาด้าน
การสอนภาษาบาลีของท่านเจ้าคุณพระธรรม
วิมลโมลีว่า ท่านไม่ได้มุ่งให้นักเรียนเรียน
และแปล เพื่อจะสอบให้ได้แต่เพียงอย่างเดียว
แต่ใจของท่านมุ่งหวังเพื่อสร้างนักเรียนให้
เข้าใจถึงแก่นธรรมะ ให้เป็นผู้รอบรู้ในที่มา
ที่ไปของภาษาบาลีแต่ละคำ ทั้งอรรถ และ
พยัญชนะของธรรมะนั้น ๆ อย่างแท้จริง จน
ให้สามารถเป็นครูที่ดีต่อไปในวันข้างหน้า
แล้วในการสอนนั้น ท่านก็มิใช่สอนความรู้
เฉพาะที่เรียน แต่สอนในทุกด้านในเรื่องของ
การที่จะเป็นผู้นำ หรือการเตรียมตัวของนักเรียน
(พระภิกษุสามเณร) ประโยคสูง ๆ (ป.ธ. ๗,
๔.๙) เหล่านี้ ให้เป็นผู้หลักผู้ใหญ่ที่ดีในวัน
ข้างหน้า ท่านปรารภให้ฟังเสมอว่าต้อง
เรียนให้ถึงเปรียญธรรม ๙ ประโยคนี้ เพื่อ
จะต้องร่วมกันสืบพระพุทธศาสนาไว้ต่อไป
ผู้รู้ท่านนี้ได้ศึกษาและแยกวิเคราะห์
ถึงวิธีการสอนของท่านเจ้าคุณแล้วพบว่า ท่าน
ต้องการให้นักเรียนเป็นผู้ทรงคุณความรู้จริง ๆ
เป็นผู้มีน้ำใจ เป็นนักเสียสละ ท่านจะย้ำให้
เห็นแก่ประโยชน์ส่วนรวมมากกว่าประโยชน์
ส่วนบุคคล หรือผลประโยชน์ส่วนตัว
ในส่วนลีลาของท่านเจ้าคุณพระธรรม
วิมลโมลี ท่านเองก็มีวิธีการสอนอันประกอบ
ด้วยองค์คุณของกัลยาณมิตร ๓ ประการ คือ
น่ารัก น่าเคารพ น่าเจริญใจ รู้จักพูดให้ได้
ผล อดทนต่อถ้อยคำ แถลงเรื่องล้ำลึกได้ และ
ไม่ชักนำในอฐานะ
ยังมีผู้รู้อีกท่านหนึ่งพูดถึงท่านเจ้าคุณ
พระธรรมวิมลโมลีว่า การสอนของท่าน ท่าน
ทำเสมือนการเดินทาง “ท่านสอนโดยที่ผู้
เรียนไม่รู้สึกตัวว่าถูกสอน เพราะเอาเนื้อความ
ที่กำลังสอนผู้เรียนอยู่ โยงกันไปโยงกัน
มาแล้วก็ดูบรรยากาศ ท่านสังเกตดูนักเรียน
ของท่านว่าเข้าใจเรื่องที่ท่านกำลังสอนหรือไม่
ถ้าหากไม่เข้าใจ หรือข้อความนี้ยาก ท่านก็
สอนช้า ๆ เหมือนกับการเดินทาง หากทางใด
ที่เดิน เกิดมีเรื่องที่จะต้องสนใจมาก ก็ต้อง
เดินช้า ๆ เพื่อจะดูให้ละเอียด ให้เวลาใน
การชื่นชม ตอนใดมันง่ายก็เดินเร็ว ๆ เหมือน
กับไม่มีเรื่องอะไรที่ต้องสนใจ ท่านก็ให้ไป
เร็ว ๆ ท่านเป็นนักสร้างบรรยากาศการเรียน
การสอนอย่างมาก เช่น นักเรียนรู้สึกว่าจะ
ง่วงเหงาหาวนอนกัน หรือรู้สึกสลึมสลือ ท่าน
ก็จะถือโอกาสเล่านิทานประกอบอะไรต่าง ๆ
เหล่านี้ หรือหาเรื่องปัจจุบัน เรื่องในอดีตที่
น่าสนใจมาเล่าให้นักเรียนเกิดความร่าเริง
แล้วเรียนกันต่อไป”
ท่านเจ้าคุณอาจารย์ ท่านมีวิธีการ
แสดงธรรมตามลักษณะของ “ธรรมเทศก
ธรรม” ๕ ประการคือ
๑. อนุปุพพิกถา สอนอย่างมีลำดับขั้นตอน
๒. ปริยายทัสสาวี สอนด้วยจุดสำคัญของ
เรื่องขยายให้เข้าใจเหตุผล
๓. อนุทยาตา ตั้งจิตเมตตาต่อผู้เรียนด้วย
ความปรารถนาดี
๔. อนามสันดร สอนด้วยจิตที่ไม่ได้มุ่งว่า
ตนจะต้องได้อามิส
๕. อนุปหัจจ์ วางใจตรงมุ่งแสดงอรรถแสดง
ธรรม ไม่ยกตน
ซึ่งเป็นคุณสมบัติอันเลิศที่นับว่าโชคดี
ที่บังเกิดอาจารย์ที่เป็นมงคลแก่ผู้เรียนปริยัติ
ธรรม
วิธีการดังกล่าว ท่านผู้รู้ก็อธิบายให้ฟัง
ต่อไปว่า มีหลักที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัส
ไว้แก่นักสอนธรรม (ที.ส.๙/๑๙๘/๑๖๑)
ว่า ครูที่สามารถมีลีลาของนักสอนธรรมะ
เมษายน ๒๕๓๑
Kalyanamitra.org
๕๕