ข้อความต้นฉบับในหน้า
เทวบุตรมารเป็นคนละ มรรค คือ ศีล สมาธิ และปัญญา เพื่อความ
อย่างกับกิเลสมาร
ขอถือโอกาสนำข้อความเกี่ยวกับเรื่อง
มารมาอ่านให้ฟังเพิ่มเติม จะได้เข้าใจถูกตาม
ความเป็นจริงว่า เทวบุตรมารเหล่านี้มีตัว
จริง ๆ ไม่ใช่เป็นเพียงกิเลสมาร
สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคได้ตรัสรู้
ใหม่ ๆ ประทับอยู่ที่ต้นอชปาลนิโครธ ใกล้
ฝั่งแม่น้ำเนรัญชลา ณ ตำบลอุรุเวลา ครั้งนั้น
แลพระผู้มีพระภาคทรงประทับพักผ่อนอยู่
ในที่ลับ ได้เกิดความปริวิตกแห่งพระทัยอย่างนี้
ว่า เราเป็นผู้พ้นจากทุกกรกิริยานั้นแล้ว โอ
สาธุ เราเป็นผู้พ้นแล้วจากทุกกรกิริยาอันไม่
ประกอบด้วยประโยชน์นั้น เราเป็นสัตว์ที่บรรลุ
โพธิญาณแล้ว (หลังจากพระองค์ตรัสรู้ใหม่ ๆ
ก็กำลังทรงปลื้มพระทัยเกี่ยวกับการที่ได้ตรัสรู้
นั้น แล้วก็ทรงปลื้มพระทัยที่ไม่หลงบำเพ็ญ
ทุกกรกิริยาเสียจนกระทั่งสิ้นพระชนม์ไปเสีย
ก่อน) ครั้งนั้น มารผู้มีบาปได้ทราบความ
ปริวิตกแห่งพระทัยของพระผู้มีพระภาค จึงเข้า
ไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคถึงที่ประทับ แล้วได้
กราบทูลพระผู้มีพระภาคว่า มาณพทั้งหลาย
ย่อมบริสุทธิ์ได้ด้วยการบำเพ็ญตบะใด ท่าน
หลีกจากตบะนั้นเสียแล้ว เป็นผู้ไม่บริสุทธิ์
(นั่นแน่มาแหย่แล้ว แหย่ทำไม ก็จะแหย่ให้ตาย
น่ะซี ตบะที่มารว่านั่นน่ะ คือการบำเพ็ญ
ทุกกรกิริยา ซึ่งมีแต่จะตายกับตายเท่านั้น)
มาสำคัญตนว่าเป็นผู้บริสุทธิ์ ท่านพลาดจาก
มรรคาแห่งความบริสุทธิ์เสียแล้ว
ครั้งนั้น พระผู้มีพระภาคก็ทรงทราบว่า
นี่แหละมาร จึงได้ตรัสกับมารผู้มีบาปด้วย
พระคาถาว่า เรารู้แล้วว่าตบะอื่น ๆ อย่างใด
อย่างหนึ่งไม่ประกอบด้วยประโยชน์ ตบะ
ทั้งหมดหาอำนวยประโยชน์ได้ไม่ ดุจ
ไม้แจวหรือไม้ถ่อไม่อำนวยประโยชน์
บนบกเลย (ไม้แจวไม้ถ่อเขาเอาไปทำอะไร
เอาไว้ถ่อเรือแล้วมาบนบกเอาไปทำอะไร
ไม่รู้จะเอาไปทำอะไร) ฉะนั้นเราจึงเจริญ
ตรัสรู้ เป็นผู้บรรลุความบริสุทธิ์อย่างยอด
เยี่ยมแล้ว ดูก่อนมารผู้กระทำสิ่งที่สุด ตัวท่าน
เป็นผู้ที่เรากำจัดเสียได้แล้ว ครั้งนั้น มาร
เสียใจว่า พระผู้มีพระภาคทรงรู้จักเรา จึงได้
อันตรธานหายไป
ศูนย์กลางกาย สถานที่แห่ง
ผู้มีบาปเป็นทุกข์เสียใจว่า พระผู้มีพระภาค เดียวที่เทวบุตรมารตามไป
ทรงรู้จักเรา จึงได้อันตรธานไปในที่นั้น (หาย
ตัวก็เก่งด้วย ไม่ใช่ไม่มีตัว อยากจะดูมารชัด ๆ
ว่าหน้าตาเป็นอย่างไรล่ะก็ ตั้งใจเจริญภาวนา
ให้เข้าถึงพระธรรมกายในตัวก่อน)
สมัยหนึ่ง พระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้
ตรัสรู้ใหม่ ๆ ประทับอยู่ที่ต้นไม้อชปาลนิโครธ
(ที่เดียวกับเมื่อคราวที่แล้วนั่นแหละ) ณ ราตรี
อันมืดทึบและฝนกำลังตกประปรายอยู่นั้น
ครั้งนั้นมารผู้มีบาปใคร่จะทำให้เกิดความกลัว
ความครั่นคร้ามขนลุกขนพองแด่พระผู้มีพระ
ภาค จึงเนรมิตเพศเป็นพญาช้างใหญ่ เข้าไป
ใกล้พระผู้มีพระภาคถึงที่ประทับ พญาช้างนั้น
ศีรษะเหมือนกับก้อนหินใหญ่สีดำ งาทั้งสอง
ของมันเหมือนเงินบริสุทธิ์ งวงเหมือนงอนไถ
ใหญ่ ๆ ครั้งนั้นแลพระผู้มีพระภาคทรงทราบ
ว่า นี่มารผู้มีบาปดังนี้ จึงตรัสกับมารว่า ท่าน
จำแลงเพศทั้งที่งามและไม่งามท่องเที่ยวอยู่
ตลอดกาลอันยืดยาวนาน มารผู้มีบาปเอ๋ย
ไม่พอที่ท่านจะกระทำจำแลงเพศนั้นเลย ดูก่อน
มารผู้กระทำซึ่งที่สุด ตัวท่านเป็นผู้ที่เรากำจัด
เสียได้แล้ว ครั้งนั้นแลมารผู้มีบาปเป็นทุกข์
รบกวนเราไม่ได้
เทวบุตรมารจะคอยตามขัดขวางรบกวน
ทุก ๆ คนในโลกอยู่อย่างนี้แหละ ทุกทิศในโลกนี้
มารไปได้ทั่ว ไม่ว่าเราจะไปอยู่ที่ไหน เจ้า
เทวบุตรมารพวกนี้เป็นต้องตามไปรบกวนได้
อยู่ร่ำไป มีอยู่ทิศเดียวเท่านั้น ถ้าเราไปอยู่แล้ว
มารจะเข้าไปรบกวนเราไม่ได้ ทิศนั้นคือ ทิศ
เบื้องกลาง ถ้าเอาใจของเรามุดเข้าศูนย์กลาง
กายได้เมื่อไหร่ เมื่อนั้นมารตามเข้าไปไม่ได้
แต่ถ้าออกมาเมื่อไหร่มันเป็นต้องตามล้างผลาญ
ไม่ยอมเลิกรา เคยสังเกตไหมว่า เวลาเรา
โกรธใครสักคนหนึ่ง ใจของเราอยู่ที่ศูนย์กลาง
กายหรือไปอยู่ที่หน้าคนที่เราโกรธ? ใจเรา
ไปอยู่ที่หน้าคนที่เราโกรธต่างหาก เมื่อไปเจอ
คนสวย กลับมาถึงบ้านแล้วก็นอนไม่หลับ
คิดถึงแต่ว่า สวยจังเลย ๆ ๆ ๆ ใจเราอยู่ที่
ศูนย์กลางกายตัวเองหรืออยู่ที่หน้าแม่คนนั้น?
จริง ๆ แล้วอยู่ที่หน้าแม่คนนั้น
เวลาที่เราอยากได้อะไรมาก ๆ เช่น
เวลาที่เข้าไปร้านทอง ร้านเพชร พอเห็นเพชร
น้ำงาม ๆ เม็ดโต ๆ ส่องประกายแวววาวงาม
จับตา เกิดนึกอยากได้ขึ้นมา ถามว่า ขณะนั้น
ใจเราอยู่ที่ตัวหรืออยู่ที่เพชร ไม่อยู่ที่ตัวหรอก
ไปอยู่ที่เพชรแล้ว จำไว้เถอะ ครั้งใดที่รู้สึก
โกรธใคร อิจฉาใคร โลภอยากจะได้ของใคร
หรือรักใคร ใจจะต้องหลุดออกจากศูนย์กลาง
กายทุกทีไป พอหลุดออกไปมารก็จะแทรก
เบียดเข้าไปได้ทันที แต่ถ้าเมื่อไหร่ใจน้อมเข้า
มาเก็บไว้ที่ศูนย์กลางกาย มารจะแทรกไม่ได้
โดยเด็ดขาด
สำหรับวันนี้หลวงพ่อได้นำหลักฐาน
เกี่ยวกับมารมาแสดงไว้พอสมควรแล้ว เพราะ
ฉะนั้นใครที่เคยหลงเข้าใจผิด คิดว่าเทวบุตร
มารคือกิเลสมาร ขอให้เปลี่ยนความคิดเสียใหม่
เมษายน ๒๔๓๑
Kalyanamitra.org
๘๑