ข้อความต้นฉบับในหน้า
ธรรม
Zone 252b
ทาน
โสภะ
คล
โทสะ
กิเลส
ภาวนา
โมจะ
เรารู้แล้วว่า ตบะอื่น ๆ อย่างใดอย่างหนึ่งไม่
ประกอบด้วยประโยชน์ ตบะทั้งหมดหาอำานวยประโยชน์
ได้ไม่ ดุจไม้แจว หรือไม้ถ่อ ไม่อำนวยประโยชน์
บนบกเลย ฉะนั้นเราจึงเจริญมรรค คือ ศีล สมาธิ และ
ปัญญา เพื่อความตรัสรู้ เป็นผู้บรรลุความบริสุทธิ์
อย่างยอดเยี่ยมแล้ว
พระผู้มีพระภาคทรงทราบเนื้อความนั้นแล้ว
ทรงเปล่งอุทานว่า “มุนีปลงเสียได้แล้ว
ซึ่งกรรมที่ชั่งได้ และกรรมที่ชั่งไม่ได้
อันเป็นเหตุสมภพ เป็นเครื่องปรุงแต่งภพ
และได้ยินดีในภายใน มีจิตตั้งมั่นทำลาย
กิเลสที่เกิดในตนเสีย เหมือนนักรบทำลาย
เกราะฉะนั้น”
ในยุคของสมัยพุทธกาล อายุคนเฉลี่ย
๑๐๐ ปี จึงจะตาย ใครตายก่อน ๑๐๐ ปี
เรียกว่าอายุสั้น ใครตายหลังจาก ๑๐๐ ปี
เรียกว่า อายุยืน แต่พระพุทธองค์ทรงพระชนม์
ได้ ๘๐ พรรษา ก็เสด็จดับขันธปรินิพพาน
๓๕
เพราะฉะนั้นถ้าจะว่าไปต้องถือว่าพระสัมมา
สัมพุทธเจ้าของเราเป็นผู้ที่มีอายุสั้นเมื่อเทียบ
กับคนในยุคนั้น ถามว่าทำไมจึงสั้น ก็ตอบว่า
ตั้งแต่พระองค์ตรัสรู้เมื่อพระชนม์ได้
พรรษา จนกระทั่งปรินิพพานเมื่อ ๘๐ พรรษา
นั้น ตลอด ๔๕ พรรษาของพระองค์ มีแต่งาน
ประกาศพระศาสนา หรืองานสู้รบปราบปราม
มารทั้ง ๕ ฝูงทั้งวันทั้งคืนไม่ได้พักผ่อน เพราะ
ฉะนั้นร่างกายของพระองค์จึงได้ทรุดโทรมมาก
ทั้ง ๆ ที่โดยลักษณะมหาบุรุษของพระองค์
ซึ่งแข็งแรงและแข็งแกร่งยิ่งกว่ามนุษย์ใด ๆ
ในโลก สามารถจะมีพระชนมายุยืนยาวต่อไป
อีกนานแสนนาน แต่โดยเหตุที่ทรงมีพระมหา
กรุณาธิคุณอย่างสูง คือ ทรงมีความเป็นห่วง
เป็นใยสัตวโลก ทรงเกรงว่าจะถูกมารย่ำยี
ชักชวนหลอกลวงไปตกนรกกันหมด เพราะ
ฉะนั้นตั้งแต่พระองค์ตรัสรู้มา จึงเสด็จจาริก
ไปทรงสอนธรรมะคือ บอกวิธีปราบมารให้กับ
ชาวบ้านชาวเมืองไปทั่วชมพูทวีป เพราะฉะนั้น
พระวรกายของพระองค์จึงทรุดโทรมอย่างมาก
เป็นการทอนพระชนมายุของพระองค์ท่านเอง
ลงไปอย่างน้อยก็ ๒๐ พรรษา ด้วยเหตุนี้เอง
ชาวโลกตั้งแต่ยุคนั้นเป็นต้นมา จึงได้สรรเสริญ
พระมหากรุณาธิคุณของพระองค์เป็นอย่างยิ่ง
50€
เมษายน ๒๔๓๑
Kalyanamitra.org