ข้อความต้นฉบับในหน้า
เมษายน ๒๔๓๑
ในห้องทำงานของฉันก็แล้วกัน”
เขาทั้งสองได้เลื่อนเครื่องแต่งห้องทำงานไปเสีย
ทางหนึ่ง แล้วยกเตียงนอนเข้ามาตั้งไว้แทน เตียงนอน
คับประตูเข้าไม่ได้ต้องพลิกเตียงแล้วดึง จึงเอาเตียงผ่าน
ช่องประตูอันแคบนี้เข้าไปได้ ยอร์ชได้ตรวจพบรอยช้ำ
ปลายปืนกระทบแดดเวลาบ่ายเป็นแสงแปลบปลาบ ดูเป็น
ภาพประทับใจ ยอร์ชหายใจแรง
“โอย! ฉันทนต่อไปไม่ไหวแล้ว”
เสียงโอดครวญนี้เกิดขึ้นที่ข้อศอกของยอร์ชและทำ
ให้เขาสะดุ้ง เขาดูไปรอบ ๆ และกะพริบตา เขาไม่เคย
เพราะถูกกระทบปรากฏบนเครื่องไม้ด้วยความรู้สึก เห็นคนอ้วนอย่างนั้นเลย ดวงหน้ากลมเหมือนวงเดือนเป็น
ไม่สบายใจ
“ฉันสามารถทาสีประตูทางเข้านี้ให้ทั่วได้ เพื่อ
ลบรอยไม่ให้เห็น” ยอร์ช เสนอ
ท่านศาสตราจารย์ยักไหล่แล้วว่า
“มีแผลอยู่บนเครื่องไม้และมีรอยยู่ยี่อยู่ที่เครื่อง
แต่งบ้านเยอะแยะไป ไม่ต้องวุ่นวายกับรอยขีดแห่งเดียว
นั่นหรอก”
ยอร์ชมองดูรอบ ๆ ห้องที่บรรจุของอยู่แน่นนั้น
เห็นสีมีสภาพมอซอและสึกหรออยู่ บนหน้าของเขา
เกิดรอยยิ้มขึ้น เขาเห็นทางที่จะตอบแทนท่านผู้กรุณาให้
การต้อนรับขับสู้แก่เขานี้ได้
“มีร้านขายสีอยู่ในบริเวณเขตวิทยาลัยไหม” ยอร์ช
ถามและพร้อมที่จะไปซื้อทันที
“ร้านขายสีหรือ ฉันไม่ทราบ ที่นี่ไม่ใช่โรงเรียน
ศิลปกรรมเธอก็ทราบอยู่แล้ว” นายวิลสันกำลังรวบรวม
สมุดบันทึกอยู่ เขาเป็นคนที่มีงานมาก
“แต่ทุกโรงเรียนควรจะมีร้านขายสี เพราะ
เป็นที่ซึ่งนิสิตอาจจะเรียนวิธีใช้สีอันงดงามที่พระเจ้า
ประทานไว้รอบตัวเราได้ สักวันหนึ่งฉันจะจัดให้มี
มันด้วยเม็ดเหงื่อ นัยน์ตาเล็กหยีตั้งใจจ้องดูแถวที่กำลัง
เดินอยู่ คนสวมเสื้อสีน้ำเงินเดินท่าทางกระฉับกระเฉง
เข้าจังหวะกับเพลงเดิน ดูเหมือนจะเพิ่มความหวาดกลัว
ให้แก่ชายคนนั้น ยอร์ชไม่สามารถจะเข้าใจได้เลย
“ทนต่อไปไม่ไหวแล้ว ท่านหมายความว่าอย่างไร”
ยอร์ชถาม แล้วความเข้าใจอย่างกะทันหันก็ผุดขึ้น ยอร์ช
เกือบจะหัวเราะก๊ากออกมาเมื่อมองดูรูปร่างอ้วนกลมนั้น
“ท่านไม่อยากเป็นทหารใช่ไหม”
“โรลลี่ย์” เป็นชื่อของนิสิตคนอ้วนนั้น โรลลี่ย์หัน
ศีรษะมา คราวนี้เป็นที่ของเขาที่จะจ้องดูยอร์ช
“ท่านคงต้องเป็น " เขาหยุดพูด รอหาคำที่เคยได้
ยินคนนิยมใช้เรียกชายผิวสีเช่นยอร์ช เขาได้ทราบข่าว
การปรากฏตัวของนิสิตคนใหม่ในเขตของวิทยาลัยอย่าง
ไม่มีใครคาดฝันมาก่อนแล้ว ข่าวนี้นิสิตทราบกันทั่วทุก
คน เขาได้ยินคำโจษจันกันอยู่ทั่วไป ต่างก็กำลังทำนาย
ว่า นิสิตใหม่คนนั้นจะเหมือนกับอะไร และจะมาอยู่ในวิทยา
ลัยนี้จริงหรือไม่ โรลลี่ย์มาจากเมืองเล็ก ๆ ในมิน
นิโซต้า เขาไม่เคยเห็นคนนิโกรมาก่อน เวลานี้เขามอง
ดูยอร์ชอย่างเขม็ง เขาผิดคาด เขาเห็นชัดเจนแล้วว่า
ที่ชนิดนั้นขึ้น และนิสิตจะมาหาฉันเพราะขาดสิ่งนั้น” ยอร์ชไม่ใช่ “คนนอกศาสนา” ดูยังห่างไกลจาก “คน
ยอร์ชพูดอย่างกระตือรือร้น
กินคน” มาก ยอร์ชไม่เหมือนกับภาพใดภาพหนึ่งที่
นายวิลสันได้มองดูอย่างพินิจพิเคราะห์ที่ดวงตา เขาได้เคยเห็นมา
อันสุกใสลุกวาวอย่างรุนแรงในดวงหน้าสีดำนั้น ความ ยอร์ชรู้ความคิดของโรลลี่ย์ได้เป็นอย่างดี เขายิ้ม
คาดหวังผลในหน้าได้ปลุกความสะเทือนขึ้นในจิตของ และว่า “ฉันเป็นนิสิตใหม่ เพิ่งมาเมื่อวานนี้เอง ท่านมา
เขา คน ๆ นี้ไม่ใช่นิสิตอย่างธรรมดาสามัญ ใน อยู่ที่นี่นานแล้วหรือ"
อนาคตเขาทั้งสองจะกลายเป็นมิตรกันจนตลอดชีวิต
นายเจมส์ วิลสัน นั้นไม่เคยเลิกพิศวงอัศจรรย์ใจ
ในคุณลักษณะของยอร์ชเลย
- ยอร์ชได้ออกไปเที่ยวหาร้านขายสี ขณะเดินข้าม
บริเวณของวิทยาลัยไป ได้ยินเสียงเพลงแตรวงบรรเลง
เขาอดใจอยู่ไม่ได้ จึงหันเดินไปตามทิศแห่งเสียงเพลงนั้น
ประเดี๋ยวหนึ่งก็ไปถึงสนามอันกว้างใหญ่ และ ณ ที่นั้น
มีทหารเดินเป็นขบวนแถวชิด คนในแถวตั้งคอตรง ดาบ
โรลลี่ย์ถอนหายใจ ใจของเขากลับไปนึกถึงความ
กังวลของเขาเมื่อกี้นี้
“มิได้ นี่เป็นปีที่หนึ่งของฉันด้วย แต่ท่านไม่รู้หรือ
ว่าบรรดานิสิตชายทั้งหมดที่นี่จะต้องเข้าสังกัดในกองรักษา
ดินแดน”
“กองรักษาดินแดนหรือ”
“ใช่ นั่นแหละเขาละ” โรลลี่ย์ชี้มือไปที่แถว
ทหารซึ่งกำลังจะหายไปจากสายตา
Kalyanamitra.org
๑๐๙