ข้อความต้นฉบับในหน้า
กับภายนอก คนเราก็เหมือนบ้านที่มีประตู
หน้าต่างอยู่ 5 ช่องทาง สิ่งต่าง ๆ ภายนอก
ที่เราจะรับรู้รับทราบก็มาจาก 5 ทางนี้ จะเป็น
สิ่งที่ดีทำให้ใจของเราสงบผ่องใสก็มาจาก
5 ทางนี้ จะเป็นสิ่งที่ทำให้ใจของเราฟุ้งซ่าน
ขุ่นมัว ก็มาจาก 5 ทางนี้เหมือนกัน ช่องทาง
ทั้ง 5 นี้นับว่ามีความสำคัญมากเราจึงควร
มารู้จักถึงธรรมชาติช่องทางทั้ง 5 นี้
พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงเปรียบช่อง
ทางทั้ง 5 ไว้ดังนี้
0.
ตาคนเรานี้เหมือนงู คือ ชอบที่
ลับ ๆ อะไรที่เขาปกปิดเอาไว้ละก็ชอบดู ยิ่ง
ปกปิดยิ่งอยากดู แต่อะไรที่เปิดเผยออกแล้ว
ไม่ลับแล้วความอยากดูกลับลดลง
๒. หูคนเรานี้เหมือนจระเข้ คือ ชอบ
ที่เย็น ๆ อยากฟังคำพูดเย็น ๆ ที่เขาชมตัว หรือ
คำพูดเพราะ ๆ ที่เขาพูดกับเรา
๓.
จมูกคนเรานี้เหมือนนกในกรง
คือ ชอบดิ้นรนพอได้กลิ่นอะไรหน่อย ก็
ตามคมทีเดียวว่ามาจากไหน
๔. ลิ้นคนเรานี้เหมือนสุนัขบ้า คือ
บ้าน้ำลายว่าง ๆ ไม่รู้จะทำอะไร ขอให้ได้
นินทาชาวบ้าน ละก็ชอบ
๕. กายคนเรานี้เหมือนสุนัขจิ้งจอก
คือ ชอบที่อุ่น ๆ ที่นุ่ม ๆ ชอบซุก เดี๋ยวจะไปซุก
ตักคนโน้น เดี๋ยวจะไปซุกตักคนนี้ ชอบอิงคน
โน้น ชอบจับคนนี้
5. ใจคนเรานี้เหมือนลิง คือ ชอบ
ซน คิดโน่น คิดนี้ ประเดี๋ยวก็ฟุ้งซ่านถึงเรื่อง
ในอดีต ประเดี๋ยวก็สร้างวิมานในอากาศถึง
เรื่องในอนาคต ไม่ยอมอยู่นิ่ง ไม่ยอมสงบ
อินทรียสังวร ที่ว่า สำรวมระวังตัว
ก็คือระวังช่องทางทั้ง 5 นี้ เมื่อรู้ถึงธรรม
ชาติของมันแล้วก็ต้องคอยระวังใช้สติเข้าช่วย
กำกับ อะไรที่ไม่ควรดูก็อย่าไปดู อะไรที่
ไม่ควรฟังก็อย่าไปฟัง อะไรไม่ควรคบก็อย่า
ไปคบ อะไรไม่ควรลิ้มชิมรสก็อย่าไปชิม อะไร
ไม่ควรสัมผัสก็อย่าไปสัมผัส อะไรไม่ควรคิดก็
อย่าไปคิด หรือถ้าหลีกเลี่ยงไม่ได้ ไปเห็นสิ่งที่
เมษายน ๒๕๐๑
ไม่ควรดูเข้าแล้ว ก็ให้สุดแค่เห็น ไม่คิดปรุงแต่ง
ต่อว่า สวยจริงนะ หล่อจริงนะ อะไรทำนองนี้
ต้องไม่ถึงโดยนิมิต หมายถึง เห็นว่าสวยไปทั้ง
ตัว เช่น “เออคนนี้สวยจริง ๆ” ต้องไม่ถึงโดย
อนุพยัญชนะ หมายถึง เห็นว่าส่วนใดส่วนหนึ่ง
สวย เช่น “ตาสวยนะคมปลาบเลย” หรือ
แขนสวย ขาสวย อะไรอย่างนี้
อินทรียสังวรนี้เป็นเรื่องสำคัญมาก เรา
จะสู้กับกิเลสชนะหรือแพ้ก็อยู่ตรงนี้ ถ้าเรามี
อินทรียสังวรดีแล้ว โอกาสที่กิเลสจะรุกราน
เราก็ยาก คุณธรรมต่าง ๆ ที่เราตั้งใจรักษา
ไว้ก็จะสามารถทำได้อย่างที่ตั้งใจ เหมือน
บ้านถ้าเราใส่กุญแจ ดูแลประตูหน้าต่างอย่าง
ดีแล้ว ถึงแม้ตามลิ้นชักตามตู้จะไม่ได้ใส่กุญแจ
ก็ย่อมปลอดภัย โจรมาเอาไปไม่ได้ แต่ถ้าเรา
ขาดการสำรวมอินทรีย์ไปดูในสิ่งไม่ควรดู จับ
ต้องสัมผัสในสิ่งไม่ควรสัมผัส คิดในสิ่งไม่ควร
คิด ฯลฯ แม้เราจะมีความตั้งใจรักษาศีล รักษา
คุณธรรมต่าง ๆ ดีเพียงไร ก็มีโอกาสพลาดได้
มาก เหมือนบ้านที่ไม่ได้ปิดประตู หน้าต่าง
แม้จะใส่กุญแจตู้ ลิ้นชักดีเพียงไร ก็ย่อมไม่
ปลอดภัยโจรสามารถมาลักไปได้ง่าย
วิธีที่จะทำให้อินทรียสังวรเกิดขึ้นนั้น
ให้เราฝึกให้มีหิริโอตตัปปะ มีความละอาย
และเกรงกลัวต่อบาป โดยคำนึงถึงชาติ
ตระกูล อายุ วิชาความรู้ ครูอาจารย์ สำนัก
ศึกษาของเรา และอื่น ๆ ดังรายละเอียดใน
มงคลที่ ๑๙
Kalyanamitra.org
ท่านเปรียบเป็นลูกโซ่แห่งธรรมไว้ดังนี้
หิริโอตตัปปะ ทำให้เกิด อินทรียสังวร
อินทรียสังวร ทำให้เกิด ศีล
ทำให้เกิด สมาธิ
ศีล
สมาธิ
ทำให้เกิด ปัญญา
ผู้มีอินทรียสังวรดี ศีลก็ย่อมบริสุทธิ์
ศีลบริสุทธิ์ สมาธิก็เกิดได้ง่าย สมาธิตั้งมั่น
ปัญญาก็เกิดขึ้น เป็นความสว่างภายใน
เห็นถึงสิ่งต่าง ๆ ตามความเป็นจริง เห็น
ถึงตัวกิเลสที่ซุกซ่อนอยู่ภายใน และ
สามารถกำจัดไปให้หมดสิ้น ได้
เราทุกคนจึงควรฝึกให้มีอินทรียสังวร
ในตัวให้ได้
ความเพียรปฏิบัติธรรม
คนเราส่วนใหญ่มักพอจะทราบอยู่ว่า
อะไรดี อยากจะได้สิ่งที่เห็นว่าดีนั้นเกิดขึ้นกับตัว
แต่ก็มักทำความดีนั้นไปได้ไม่ตลอดรอดฝั่ง
ทั้งนี้เพราะขาดความเพียร คนเราถ้าขาด
ความเพียรเสียแล้ว คุณธรรมทั้งหลายก็ไม่
สามารถงอกเงยขึ้นมาได้เลย
เราลองมาดูถึงเหตุที่ทำให้พระภิกษุ
เกียจคร้าน และเหตุที่ทำให้พระภิกษุปรารภ
ความเพียรที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสไว้
บางทีอาจได้ข้อคิดนำมาใช้กับตัวของเราได้
เหตุแห่งความเกียจ -
คร้าน ๔ ประการของ
ภิกษุ
๑. รู้ว่างานมีอยู่ แต่กลัวว่าทำแล้วจะ
เหนื่อย จึงนอนเสียก่อน คิดว่าเอาแรง ไม่
ปรารภความเพียร เพื่อให้บรรลุธรรมที่ตนยัง
ไม่บรรลุ
๒. งานได้ทำเสร็จแล้ว คิดว่าทำงานมา
แล้วเหนื่อยนักจึงนอนไม่ปรารภความเพียร ๆ
๓. รู้ว่าทางที่จะต้องไปมีอยู่ แต่คิดว่า
เมื่อเดินทางจะเหนื่อย จึงนอนเสียก่อนคิดว่า
เอาแรง ไม่ปรารภความเพียร ฯ
๕ ๗๔