ข้อความต้นฉบับในหน้า
ขัดขวางการทำความดีของเราอีกต่อไป พระ
สัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสไว้ในมารเธอยสูตร
ว่า
“ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุผู้ประกอบด้วย
ธรรม ๓ ประการ ก้าวล่วงบ่วงแห่งมารแล้ว
ย่อมรุ่งเรืองดุจพระอาทิตย์ฉะนั้น ธรรม ๓
ประการเป็นไฉน ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุ
ในธรรมวินัยนี้ เป็นผู้ประกอบแล้วด้วยศีลขันธ์
อันเป็นของพระอเสขะ ๑ เป็นผู้ประกอบแล้ว
ด้วยสมาธิขันธ์อันเป็นของพระอเสขะ ๑ เป็นผู้
ประกอบแล้วด้วยปัญญาขันธ์อันเป็นของพระ
อเสขะ ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุผู้ประกอบ
แล้วด้วยธรรม ๓ ประการนี้แลก้าวล่วงบ่วง
แห่งมารแล้ว ย่อมรุ่งเรืองดุจพระอาทิตย์ฉะนั้นๆ”
พระผู้มีพระภาคตรัสคาถาประพันธ์
ดังนี้ว่า
“ภิกษุใด เจริญศีล สมาธิ และปัญญา
ดีแล้ว ภิกษุนั้นก้าวล่วงบ่วงแห่งมารได้แล้ว
ย่อมรุ่งเรือง ดุจพระอาทิตย์ ฉะนั้นฯ”
สำหรับศีล สมาธิ และปัญญา ซึ่ง
เป็นของพระอเสขะนั้นเป็นเรื่องลึกซึ้ง หมาย
ถึง ดวงศีล ดวงสมาธิ ดวงปัญญา ซึ่งเป็น
ดวงธรรมมหึมาอยู่ในศูนย์กลางกายของ
ธรรมกายอรหัต เป็นดวงธรรมซึ่งมีเส้น
ผ่าศูนย์กลางกว้างขนาด ๒๐ วา สว่าง
ยิ่งกว่าดวงอาทิตย์เที่ยงวัน มีอำนาจฆ่ากิเลส
ได้เด็ดขาด ทำให้ผู้เข้าถึงสามารถหลุดพ้น
จากอำนาจของมาร หรือบ่วงมารได้ ผู้ที่จะ
รู้เห็นดวงศีล ดวงสมาธิ ดวงปัญญาของพระ
อเสขะได้ จำเป็นต้องพยายามปฏิบัติธรรม
อย่างยิ่งยวด เพื่อให้ใจหยุดนิ่งเข้าถึงธรรมกาย
ให้ได้ก่อน
เพราะฉะนั้นขอทุกคนอย่าได้ประมาท
เข้าถึงธรรมกายโดยง่าย เห็นหน้า เห็นตามาร
ทั้ง ๕ ฝูงได้ชัดเจนยิ่งขึ้น สามารถตามไล่
ตามล่า ตามล้าง ตามผลาญมารได้ทุกรูปแบบ
สมใจนึก เป็นผู้บริสุทธิ์โดยสิ้นเชิง บรรลุมรรค
ผลนิพพานตามเสด็จพระผู้มีพระภาคสัมมา
สัมพุทธเจ้าได้โดยง่าย
ด้วยอำนาจบารมีธรรมแห่งองค์สมเด็จ
พระสัมมาสัมพุทธเจ้า พระปัจเจกพุทธเจ้า
พระอรหันตเจ้าทั้งหลาย และอำนาจบารมี
ธรรมที่พวกเราทั่วหน้า ได้ตั้งใจประพฤติ
ปฏิบัติธรรม พยายามประคับประคองใจให้
เข้าถึงธรรมกายกันมา ตั้งแต่ร้อยชาติ พันชาติ
หมื่นชาติ แสนชาติก็ดี ในปัจจุบันชาตินี้ก็ดี
รู้จักตั้งสติหมั่นประคองใจเอาไว้ที่ศูนย์กลาง ในวันนี้ตั้งแต่เช้าเป็นต้นมาก็ดี ขอให้อำนาจ
กายอย่างสม่ำเสมอ ยิ่งประคองไว้ได้ตลอด
ทั้งวันทั้งคืน ทั้งเดือน ทั้งปียังดี เมื่อตั้งใจ
ประคับประคองใจอยู่อย่างนี้โอกาสที่จะคิดชั่ว
ก็หมดไป แล้วโอกาสที่จะพูดชั่ว ทำชั่วจะมี
ที่ไหน? ศีลก็จะเกิดขึ้นและตั้งมั่นอยู่ได้โดย
อัตโนมัติ เกิดเป็นดวงศีลส่องสว่างอยู่ภายใน
สว่างไสวกว่าดวงอาทิตย์ยามเที่ยง ใจก็ยิ่ง
มั่นคงไม่หวั่นไหวด้วยลาภ ยศ สรรเสริญ สุข
แม้ประสบความเสื่อมลาภ เสื่อมยศ นินทา
ทุกข์ ก็ไม่สะทกสะท้าน เกิดเป็นดวงสมาธิ
ส่องสว่างอยู่ภายใน ซึ่งสว่างไสวยิ่งกว่า
ดวงศีลนับร้อยเท่า พันเท่า ทวีคูณ แล้ว
อาศัยความสว่างจากดวงสมาธินั้นหล่อเลี้ยงใจ
ให้ชุ่มชื่นเอิบอาบซึมซาบด้วยความสงบสุข
และส่องให้เห็นดวงจิต ตลอดจนมารทั้งหลาย
ที่คอยมุ่งร้าย บ่อนทำลาย บีบคั้นให้จิตใจขุ่นมั่ว
หลงไหลฟุ้งซ่าน ซบเซา โง่เง่า อยู่ทุกขณะจิต
ทำให้จิตใจไร้พลังถอยหลังไปสร้างบาป ส่อง
ให้เห็นชัดเจนถึงอำนาจบุญทั้งหลายที่ตั้งใจ
สร้างสมไว้ว่า สามารถทำลายล้างผลาญมาร
ทั้ง ๕ ฝูงได้ เกิดเป็นดวงปัญญาสว่างใส
นับร้อยเท่าพันเท่าทวีคูณของดวงสมาธิ
ก่อให้เกิดปัญญาทั้งทางโลกและทางธรรม
อย่างน่าอัศจรรย์
เมื่อเราประคองใจไว้ที่ศูนย์กลางดวง
ปัญญาชำนาญดีแล้ว ไม่วันใดวันหนึ่ง เราก็จะ
บารมีธรรมทั้งหลายเหล่านั้น จงประมวลรวม
กันเข้าด้วยกัน เป็นตบะ เป็นเดชะ เป็นพลวปัจจัย
ส่งเสริมดลบันดาล อภิบาล คุ้มครอง ปกป้อง
รักษา ให้ทุกท่านในที่นี้ จงเป็นผู้ที่ปราศจาก
เสียซึ่งสรรพทุกข์ สรรพโศก สรรพโรค สรรพภัย
สรรพเคราะห์ เสนียดจัญไรใด ๆ อย่าได้มา
แผ้วพาน มารทั้ง ๕ ฝูง มิสามารถมากระทำ
ย่ำยีใด ๆ ได้ ให้เป็นผู้ที่สามารถชนะมารไปได้
ทุกภพทุกชาติ ตราบเท่าเข้าสู่นิพพานทุกท่าน
เทอญฯ
อวสาน
เมษายน ๒๔๓๑
Kalyanamitra.org
๘๓