การสอนและการเรียนรู้ในพระปริยัติธรรม วารสารกัลยาณมิตร ปี 2531 ฉบับที่ 4 หน้า 58
หน้าที่ 58 / 128

สรุปเนื้อหา

ชั้นเยี่ยมนั้น ดำเนินรายการด้วยวิธีการที่ดี ๔ ประการ อันดับแรก คือ สันทัสสนา คือสอน ให้นักเรียนรู้แจ้งเห็นจริงด้วยตนเอง เหมือน กับเปิดของที่ปิด เหมือนหงายของที่คว่ำ เหมือนบอกทางให้คนที่หลงทาง แล้วเหมือน ตามประทีปไว้ในที่มืดให้คนทั้งหลายที่มี นัยน์ตาดีได้เห็นของในที่นั้น นี่คือหลักสัน ทัสสนา คือ ท่านจะสอนโดยไม่ให้นักเรียน ไปติดครูบาอาจารย์ว่าองค์นั้นรูปนั้นว่าอย่าง นั้น องค์นี้รูปนี้ว่าอย่างนี้ สำหรับตัวของ ท่านเจ้าคุณต้องการให้นักเรียนเป็นตัวของ ตัวเองว่า ตรงนี้ต้องแปลว่าอย่างนี้ เพราะ เหตุผลเป็นอย่างนั้น ๆ ไม่ใช่ของอาจารย์นั้น ว่าอย่างนั้น ของอาจารย์นี้ว่าอย่างนี้ แต่เหตุผล จริง ๆ ว่าอย่างไร ท่านให้เห็นได้ด้วยตัวเอง เลย อันนี้คือสันทัสสนา เพราะเห็นได้ด้วย ตนเอง สอง - สมาทปนา (สะมาทะปะนา) หม

หัวข้อประเด็น

- การสอนและการเรียนรู้ในพระปริยัติธรรม

ข้อความต้นฉบับในหน้า

ชั้นเยี่ยมนั้น ดำเนินรายการด้วยวิธีการที่ดี ๔ ประการ อันดับแรก คือ สันทัสสนา คือสอน ให้นักเรียนรู้แจ้งเห็นจริงด้วยตนเอง เหมือน กับเปิดของที่ปิด เหมือนหงายของที่คว่ำ เหมือนบอกทางให้คนที่หลงทาง แล้วเหมือน ตามประทีปไว้ในที่มืดให้คนทั้งหลายที่มี นัยน์ตาดีได้เห็นของในที่นั้น นี่คือหลักสัน ทัสสนา คือ ท่านจะสอนโดยไม่ให้นักเรียน ไปติดครูบาอาจารย์ว่าองค์นั้นรูปนั้นว่าอย่าง นั้น องค์นี้รูปนี้ว่าอย่างนี้ สำหรับตัวของ ท่านเจ้าคุณต้องการให้นักเรียนเป็นตัวของ ตัวเองว่า ตรงนี้ต้องแปลว่าอย่างนี้ เพราะ เหตุผลเป็นอย่างนั้น ๆ ไม่ใช่ของอาจารย์นั้น ว่าอย่างนั้น ของอาจารย์นี้ว่าอย่างนี้ แต่เหตุผล จริง ๆ ว่าอย่างไร ท่านให้เห็นได้ด้วยตัวเอง เลย อันนี้คือสันทัสสนา เพราะเห็นได้ด้วย ตนเอง สอง - สมาทปนา (สะมาทะปะนา) หมายถึง ยอมรับว่าเป็นอย่างนี้โดยที่ไม่มี ข้อแม้ โดยไม่มีความลังเลสงสัย ยอมรับ เชื่อในคำสอนว่าถูกต้อง ตรงตามหลักวิชาการ ที่เรียนมา เป็นตัวของตัวเองเลย สาม - สมุตเตชนา (สะมุดเตชะนา) เกิดความกล้าหาญ อาจหาญในวิชาการ ที่เรียนมา จะนำไปพูดที่ไหน ๆ ก็ไม่ต้องเกรง ว่าจะผิด ไม่มีความสะทกสะท้าน เพราะเชื่อ ในความรู้ความสามารถของตัว และสี่ - สัมปหังสนา ประการสุดท้าย นี้ก็คือ ให้นักเรียนเกิดความร่าเริงบันเทิง ใจ เรียนเป็นศาสนบันเทิง ไม่ใช่เรียนแบบ อัดเข้าไป จนตัวผู้เรียนอุทานออกมาด้วยความ อ่อนเพลียละเหี่ยใจ เบื่อในการเรียน เมื่อ เรียนแล้วเกิดความคึกคัก พระภิกษุสามเณร บางรูปเคยไปบอกท่านอาจารย์ว่า “แหม! เมื่อวานไม่ได้มา ผมเสียดาย เพราะมีความ จำเป็น” อะไรอย่างนี้ นั่นหลักที่ท่านดำเนินการ ๕๖ ยอดธงชัยแห่ง พระปริยัติธรรม พระศรีสุทธิพงศ์ ผู้อำนวยการ สถาบันบานศึกษาพุทธโฆส รองเจ้าคณะภาค ๑๓ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดชนะสงคราม พระอาจารย์สอน ท่านก็สอนให้เกิดความฮึดขึ้นมา ให้เกิดความ กล้า ท่านมีสมมติฐานว่าความจริงตัว นักเรียนก็มีความรู้ครบบริบูรณ์ทุกประการ แล้ว ในเรื่องของความรู้ แต่ว่าให้สร้างความ กล้า ให้มีความกล้า (เวสารัชชกรณธรรม) ทีนี้การจะกล้าได้ต้องฝึกตัว ท่านสอนสิ่ง ต่าง ๆ เหล่านี้ ท่านเจ้าคุณอาจารย์ ท่านสอนหนังสือ มาตั้งแต่ปี ๒๕๔๔ สอนทุกปีไม่เคยขาด ความที่ประจักษ์ดังนี้ ท่านเจ้าคุณ พระศรีสุทธิพงศ์ ผู้อำนวยการสถาบันบา ศึกษาพุทธโฆส ท่านบอกว่า พระธรรม วิมลโมลีท่านเป็นทรัพยากรของพระพุทธ ศาสนาที่ผลิตบุคลากรทางพระพุทธศาสนา ที่สำคัญรูปหนึ่งทีเดียว “สำหรับพระเดชพระคุณท่านเจ้าคุณ พระธรรมวิมลโมลี หรือถ้าจะเรียกตามที่ถนัด กันในกลุ่มลูกศิษย์ก็คือ “ท่านเจ้าคุณอา โรงเรียนพระปริยัติธรรมส่วนกลาง จารย์” วัดสามพระยา อาตมภาพได้ศึกษาเรื่องบาลีกับเจ้าคุณ สอนอยู่ ท่านเจ้าคุณจึงเน้นให้นักเรียนเป็นตัว ของตัวเอง มุ่งให้ผู้เรียนเป็นผู้ที่มีความรู้ แตกฉาน สอนเพื่อจะให้เป็นครูที่ดีต่อไป ท่าน เคยพูดเสมอว่าเรื่องสอบได้เป็นความมุ่งหวัง ของนักเรียน ท่านก็ต้องการให้นักเรียนสอบได้ แต่ก็ต้องการให้สอบได้แล้วมีความรู้ความ สามารถสมภูมิสมชั้น แล้วก็ให้มีความรู้ทั่ว ๆ ไปในด้านการปกครอง ในด้านการเผยแผ่ การศาสนูปการ ฝึกให้เป็นผู้นำทุกด้าน ไม่ใช่ เฉพาะวิชาการ อย่างเป็นมหาเปรียญแล้วเทศน์แบบ ไม่มีปฏิภาณ ก็เสียท่า เสียภูมิความเป็น มหาเปรียญ เป็นเปรียญแล้วก็ไม่มีเกียรติสู้ นักธรรมชั้นตรีก็ไม่ได้ ท่านว่ามันเสียศักดิ์ศรี อาจารย์ท่านนี้ตั้งแต่ประโยค ๘ (ป.ธ.๔) โดย เฉพาะอย่างยิ่งประโยค ๘ นั้นเป็นปีแรกที่ วัดสามพระยาได้เปิดเรียนแบบว่าให้เป็น โรงเรียนพระปริยัติธรรมของการคณะสงฆ์ ส่วนกลาง อาตมภาพได้เรียนกับท่านในเรื่องวิชา แปลวิสุทธิมรรค กับวิชากลับไทยเป็นมคธ มาเรียนประโยค ๙ ก็ได้ท่านเป็นอาจารย์ สอนการแปลอภิธรรมแล้วก็วิชากลับไทยฯ ตลอดจนกระทั่งถึงวิชาแต่งไทยๆ ด้วย เวสารัชชกรณธรรม คุณธรรมที่ทำให้เกิดความ แกล้วกล้า มี ๕ อย่างคือ ๑. ศรัทธา เชื่อสิ่งที่ควร เชื่อ ๒. ศีล มีความประพฤติดีงาม ๓. พาหุสัจจะ ได้สดับหรือศึกษามาก ๔. วิริยารัมภะ เพียรทำ กิจอยู่อย่างจริงจัง ๕. ปัญญา รู้รอบและรู้ชัดเจน ในสิ่งที่ควรรู้ เมษายน ๒๔๓๑ Kalyanamitra.org
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More