ข้อความต้นฉบับในหน้า
๑๐๘๔
ผ้ากับแผ่นกระดานมา และได้รับอนุมัติให้ใช้เพิ่งไม้ได้
ณ ที่นี้เขาได้ทำธุรกิจเป็นของตัวอีก เพื่อนของเขาคือ
แดน บราวน์ ได้ทำการโฆษณาทำนองการค้าขึ้น ในไม่
ช้าเพิ่งไม้คร่ำคร่าก็กลายเป็นเมืองเม็กกะสำหรับนิสิตของ
วิทยาลัยไป ยอร์ชมิได้ทำงานแต่เฉพาะการซักและ
รีดเสื้อเชิ้ตกับขัดมันอย่างเรียบหมดจดเท่านั้น หาก
ได้ซ่อมแซม เย็บติดกระดุม ชุนถุงเท้า ปะและกลับ
ขากางเกงด้วย ขณะที่เขาทำงาน เด็กทั้งหลายมา
ทดลองมากขึ้น และในไม่ช้า ครูหลายคนได้พากันบอก
แก่เขาอย่างตรง ๆ ว่า
“ยอร์ช ที่นี่เราไม่มีอุปกรณ์การสอนที่จะอำนวยให้
เธอได้เรียนสูงขึ้นไปอีกแล้ว”
- เหตุนี้ยอร์ช วอชิงตัน คาร์เว่อร์ จึงต้องเผชิญ
หน้ากับข้อตกลงใจที่ใหญ่ยิ่งในชีวิตของเขา
อาจารย์วิชาศิลปกรรมได้แนะนำเขาเรื่องกรุงปารีส
ว่า มีโรงเรียนศิลปกรรมอันมีชื่อในทวีปยุโรป ว่าเป็นที่
นั่งอยู่รอบตลอดเวลาเย็นอันยาวนานภายหลังที่เลิก รับรองกันทั่วไป หรือจะพูดว่าเป็นที่ที่มีชื่อเสียงมากก็ยังได้
เรียนแล้ว มีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกัน ตลก
โปกฮากัน ทั้งตั้งคำถามแล้วตอบกันเพื่อเตรียม
ตัวสอบไล่ด้วย
บางครั้งยอร์ชได้เล่าเรื่องพร้อมด้วยท่าทางที่ขบขัน
และหลักแหลมให้ฟัง ซึ่งทำให้เด็กอื่น ๆ พากันนิ่งฟัง
ด้วยความสนุกสนาน
อาจารย์กล่าวว่าเขาจะเรียนสำเร็จ เขามีใจรักการเขียน
ภาพระบายสี
แต่ถึงกระนั้น
เมื่อเขาได้พิเคราะห์ดูนิ้วยาวของเขา ซึ่งบัดนั้น
สามารถใช้แปรงระบายภาพสีได้คล่องแคล่ว เขายังจำ
เสียงที่กล่าวออกมาจากส่วนลึกอย่างเต็มเสียงนั้นได้
- ขณะนี้ยอร์ชมิใช่แต่กลายเป็นคนกว้างขวางเท่านั้น ความตื่นเต้นซึ่งเขาได้รู้สึกเมื่อได้ยินเสียงนี้ครั้งยังเป็นเด็ก
หากเป็นผู้ที่คนทั้งหลายกล่าวถึงว่าเป็นอัจฉริยะอีกด้วย
ภาพเขียนสีน้ำมันจำนวนยี่สิบเจ็ดภาพ ซึ่งบัดนี้แขวนอยู่
ในสถาน รวมศิลปวัตถุคาร์เวอร์ (Carver Art Col
lection) นั้น ได้เขียนขึ้นในระหว่างสามปีต่อมา ภายใต้
การแนะแนวของนางสาว เอ็ตต้า เอ็ม. บัดด์ ผู้อำนวย
การแผนกศิลปกรรมศาสตร์แห่งซิมป์สันวิทยาลัย งาน
ของเขาได้รับความยกย่องต่อหน้านิสิตคนอื่น ๆ เมื่อได้
ถูกยกให้เป็นศิลปินเขาก็คงศึกษาดนตรีต่อไป และเล่น
ดนตรีในงานดนตรีของนิสิต เขาได้ร้องเพลงกับหมู่ลูกคู่
ด้วย
ในชั้นต้นดูเหมือนสิ่งทั้งหมดเป็นที่น่าปลาบปลื้ม
เล็กอยู่นั้น ได้มาทำความอบอุ่นให้เกิดขึ้นในใจของเขา
อีก
“เจ้ามีมือของชาวสวน การสัมผัสของเจ้าจะ
สร้างสรรค์ชีวิตขึ้นมา” สร้างสรรค์ชีวิตขึ้นมา ไม่เพียง
แต่ลอกแบบของชีวิตเท่านั้น
เพราะฉะนั้นใน พ.ศ. ๒๔๓๔ (ค.ศ. ๑๘๙๑)
ยอร์ช วอชิงตัน คาร์เวอร์จึงได้ออกจากซิมป์สันวิทยาลัย
ไปเข้าศึกษาที่ไอโอว่าสเตตวิทยาลัย อยู่ที่เอมส์ (Ames)
วิทยาลัยนี้เป็นสถาบันใหญ่ รู้กันดีว่ามีแผนกพฤกษ
ศาสตร์ และเกษตรเคมีศาสตร์ที่ดีอย่างยอดเยี่ยม
ยอร์ชมีอายุเกือบครบยี่สิบเจ็ดปี มีรูปร่างสูงตรง
อย่างอัศจรรย์จนไม่มีปัญหาอะไรเหลือที่จะต้องขบคิดอีก และเวลานี้เขามีความมั่นใจในตนเองดี เนื่องจากการแนะ
แล้ว แต่ครั้นมาในระหว่างปีที่สอง ยอร์ชเริ่มมีความ
กังวลใจอันเกิดจากความสงสัยลังเล ขณะนั้นคนทั้งหลาย
ได้พูดถึงภาพเขียนของเขาว่า
คาร์เว่อร์กับที่งอกอยู่ในสวนทั้งหลายแล้ว จะบอก
นำและยกย่องอย่างดีเยี่ยมของซิมป์สันวิทยาลัย เขาจึงไม่
ลำบากอย่างใดในการเข้าศึกษาที่ เอมส์ เขามีเงินไม่แต่
เฉพาะเป็นค่าเล่าเรียนเท่านั้น หากมีพอสำหรับเป็นค่าหอ
“เมื่อเทียบต้นไม้และดอกไม้ในภาพของ พักประจำด้วย แต่ที่นี่ก็มีความลำบากเหมือนกัน คือเจ้า
ได้ยากว่าอันไหนเป็นภาพเขียนอันไหนเป็นของ
จริง”
นั่นเป็นความจริง แต่ต้นไม้และดอกไม้ในภาพพูด
กับยอร์ชไม่ได้ เขาจึงรู้สึกว่ายังมีอะไรบกพร่องอยู่ ไม่เป็น
ที่สบใจเขาอย่างสมบูรณ์
การศึกษาในปีที่สอง เขาได้ใช้เวลาอยู่ในห้อง
หน้าที่ไม่ยอมให้นิสิตที่เป็นนิโกรเข้าอยู่ในหอพัก
ในเวลานั้นนายเจมส์ วิลสัน ซึ่งภายหลังเป็นรัฐ
มนตรีผู้หนึ่งในคณะรัฐบาลของสหรัฐฯ เป็นผู้อำนวย
การสถานีทดลองของสหรัฐฯที่ไอโอว่าสเตตวิทยาลัย
ได้ยินกิตติศัพท์เรื่องนิสิตคนใหม่นี้จึงได้ไปพบและพูด
กับยอร์ชอย่างเป็นส่วนตัวว่า
“ข้อบังคับของวิทยาลัยนั่นบ้าแท้ ยอร์ช เธอไปอยู่
Kalyanamitra.org
เมษายน ๒๔๓๑