ความเมตตาและการเป็นผู้นำ วารสารกัลยาณมิตร ปี 2531 ฉบับที่ 12 หน้า 13
หน้าที่ 13 / 124

สรุปเนื้อหา

“ผมพูดมาจากสิ่งที่ผมเห็น ผมพูด มาจากใจที่รู้สึก..." และสิ่งที่ไม่เคยเปลี่ยนแปลงในพระราช หฤทัยเลย คือความเมตตาอาทรที่ทรงให้แก่ ราษฎรอย่างสม่ำเสมอ ตั้งแต่วันแรกที่เสด็จ นิวัติประเทศไทยตราบจนกระทั่งทุกวันนี้ ดร.ปลอดประสพ สุรัสวดี รองอธิบดี กรมประมง ได้ถ่ายทอดความรู้สึกเอาไว้อย่าง น่าประทับใจว่า “เมื่อย้อนมาถึงเรื่องของศาสนา วันหนึ่ง ในระหว่างที่เฝ้าฯกันอยู่เป็นการภายใน มี ข้าราชการผู้ใหญ่คนหนึ่งเข้าไปกราบทูลว่า มีศาสนาหนึ่งหรือลัทธิเกิดขึ้นมาใหม่ รู้สึกไม่ดี คำกราบทูลค่อนข้างจะซีเรียส พระองค์ท่าน ความดีเพื่อความดี ให้ความรักด้วยความรัก | สมญานามยิ่ง ท่ามกลางความรักความพร้อม และความยิ่งใหญ่นั้น ได้มาโดยการให้ของ ใจของประชาชนทั้งแผ่นดิน ประชาชน มิใช่โดยมีพระราชอำนาจล้นพ้น ท่ามกลางความรักความภักดี

หัวข้อประเด็น

- ความเมตตาและการเป็นผู้นำ

ข้อความต้นฉบับในหน้า

“ผมพูดมาจากสิ่งที่ผมเห็น ผมพูด มาจากใจที่รู้สึก..." และสิ่งที่ไม่เคยเปลี่ยนแปลงในพระราช หฤทัยเลย คือความเมตตาอาทรที่ทรงให้แก่ ราษฎรอย่างสม่ำเสมอ ตั้งแต่วันแรกที่เสด็จ นิวัติประเทศไทยตราบจนกระทั่งทุกวันนี้ ดร.ปลอดประสพ สุรัสวดี รองอธิบดี กรมประมง ได้ถ่ายทอดความรู้สึกเอาไว้อย่าง น่าประทับใจว่า “เมื่อย้อนมาถึงเรื่องของศาสนา วันหนึ่ง ในระหว่างที่เฝ้าฯกันอยู่เป็นการภายใน มี ข้าราชการผู้ใหญ่คนหนึ่งเข้าไปกราบทูลว่า มีศาสนาหนึ่งหรือลัทธิเกิดขึ้นมาใหม่ รู้สึกไม่ดี คำกราบทูลค่อนข้างจะซีเรียส พระองค์ท่าน ความดีเพื่อความดี ให้ความรักด้วยความรัก | สมญานามยิ่ง ท่ามกลางความรักความพร้อม และความยิ่งใหญ่นั้น ได้มาโดยการให้ของ ใจของประชาชนทั้งแผ่นดิน ประชาชน มิใช่โดยมีพระราชอำนาจล้นพ้น ท่ามกลางความรักความภักดีนั้น..... ทรงนิ่งไปก่อนที่จะตรัสว่า.... เรื่องศาสนาซึ่งเป็นเรื่อง sensitive ต้องคิดให้มาก ๆ ก่อนจะพูดต้องเข้าใจ จริง ๆ อย่าได้ไปกังวลเลย.... ทรงนิ่งไม่ทรง พูดต่อ คนกราบทูลก็เงียบไป แสดงว่าทรง ไตร่ตรอง ทรงรู้ว่า เรื่องใดเป็นจุดอ่อน เรื่องใด ที่เป็นปรัชญา เรื่องใดเป็นความเชื่อ และอีก อย่างพระองค์ทรงเป็นองค์เอกอัครศาสนูปถัมภ์ ของทุกศาสนา ผมว่าทรงระวังพระองค์ใน เรื่องนี้มาก เพราะได้ตั้งปณิธานไว้แล้วว่า จะทรงไว้ซึ่งความยุติธรรมเที่ยงตรง แล้วก็ ทรงปฏิบัติอย่างนั้นจริง ๆ เรียกว่าเรื่องนี้ผมเห็น มากับตาทำให้ผมชื่นใจ” อย่างเวลาเสด็จพระราชดำเนินไปในที่ ไกล ๆ ทั้ง ๆ ที่มีพระชนมพรรษา ๖๐ พรรษา แล้ว ไม่เคยทรงแสดงว่าทรงเหน็ดเหนื่อย ทรงร่วมเคียงบ่าเคียงไหล่ไปกับประชาชน ยังมีความภูมิใจแฝงอยู่ด้วยอย่างเต็มเปี่ยม อย่างผมนี่อายุสี่สิบสามเหงื่อแตกหอบแฮ่ก ในการสร้างชาติ ความสุขของพระองค์คือ การได้ทรงอยู่ท่ามกลางประชาชน ได้ทรงช่วย บรรเทาทุกข์ความเดือดร้อนของอาณาประชา ราษฎร์ ได้ทรงเห็นความหวังใหม่ในชีวิตบน ภูมิใจที่ว่า "พระเจ้าอยู่หัว” ของประชาชน ยังเป็นพระมหากษัตริย์ผู้ทรงความเป็นอัจฉริยะ ยิ่งในหลาย ๆ ด้าน มีพระเกียรติคุณเลื่องลือ เป็นที่ยอมรับของนานาประเทศ ทั้งพสกนิกร ใบหน้าที่เคยเปื้อนคราบน้ำตาและความ ผู้ได้เข้าชมพระบารมีหรือผู้ที่ได้ติดตามรับใช้ สิ้นหวัง งานตามเบื้องพระยุคลบาท ย่อมประจักษ์ พระองค์จึงทรงเป็น “สมเด็จพระภูมิพล ในความจริงข้อนี้ ดังคำพูดของ ดร.ปลอด มหาราช” อย่างสมพระเกียรติ สมพระราช ประสพที่ว่า เลย เพราะทรงเป็นผู้นำ ถ้าพระองค์อ่อน แอ คนอื่นก็หมดกันผมไม่เชื่อว่าพระองค์ไม่ เหน็ดเหนื่อย แต่เพราะทรงมีความวิริยะอุตสา หะ มีความอดทนมากทรงรู้พระองค์อยู่เสมอ ว่าทรงเป็นใคร ทรงเป็นที่เชิดชูเป็นแบบ อย่าง แล้วก็ทรงประพฤติให้แบบอย่างที่เชิดชู ได้ สิ่งเหล่านั้นเป็นเรื่องที่พระองค์ต้องอดทน มาก และเป็นเรื่องต้องอาศัยความพาก ธันวาคม ๒๕๐๑ Kalyanamitra.org กัลยาณมิตร ๑๑
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More