ข้อความต้นฉบับในหน้า
สกฤตแล้ว ยังมีความรู้ในภาษาทิเบตและ นักวิชาการยุโรป และไม่มีความคิดริเริ่มเฉียบ
ภาษาจีนอีกด้วย ท่านมีทฤษฎีที่อธิบาย คมเหมือนของนักวิชาการจากอเมริกา
ความไม่คล้องจองกันของคัมภีร์ในนิกาย
ต่าง ๆ ในพุทธศาสนาว่า เกิดจากการ
บ่อนทําลายของคนนอกศาสนามาปลอม
ส่วนทฤษฎีของ ศจ.สมิธเทาเซนต์นั้น
มีน้ำหนัก เต็มไปด้วยเหตุผลและหลักฐาน
หลายอย่างจากคัมภีร์หลายภาษามายืนยัน
บวชแล้วมาทำให้คำสอนในพุทธศาสนา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในรายละเอียดบางอย่างนั้น
แย้งกันเอง
มิสเตอร์นอร์แมนต์ เป็นประธาน
สมาคมบาลีปกรณ์คนปัจจุบัน เป็นผู้เชี่ยว
ชาญทางภาษาบาลีสันสกฤตและปรากฤต
เป็นอย่างดี มีผลงานอย่างมากมายใน
วงการบาลี จนเป็นที่ยอมรับกันทั่วโลก
และเป็นอาจารย์สอนบาลีและปรากฤตของ
ศจ.กอมบริชด้วย
ล่าพังการศีกษาเฉพาะภาษาบาลี สันสกฤต
อย่างเดียวไม่สามารถให้เกิดความกระจ่างได้
มากนัก แต่เมื่อนำมาประกอบกับการถอดความ
จากภาษาทิเบตและภาษาจีนที่ ศจ.สมิธเทา
เซนต์ชำนาญเป็นพิเศษแล้ว ทฤษฎีนี้จึงค่อนข้าง
มีสาระและเนื้อหาที่น่าฟังมากทีเดียว
ถ้าฟังดูเผิน ๆ จะรู้สึกว่า ศจ.กอมบริช
มีภาษีเหนือกว่าในเรื่องการโต้วาทะ” ซึ่ง
การประชุมนัดนี้จึงเกิดการแบ่งฝ่ายกัน สามารถบิดเบือนคำพูดของฝ่ายตรงข้ามให้
อย่างชัดเจน ศจ.กอมบริบกับมิสเตอร์นอร์แมนด์
กลายเป็นเรื่องตลกไป แต่ในเหตุผลทางวิชาการ
เมื่อเสร็จจากการประชุมนัดนี้แล้ว
นั้นยืนอยู่ข้างเดียวกันในฐานะของฝ่ายค้าน ศจ.สมิธเทาเซนต์ยังเป็นต่ออยู่มากทีเดียว
ส่วนฝ่ายเสนอคือ ศจ.อะรามะกิ และ ศจ.
สมิธเทาเซนต์ การประชุมครั้งนี้มีคนมาฟัง อาตมาจึงถือโอกาสติดตามนักวิชาการกลุ่มหนึ่ง
แน่นขนัดตามที่คาดการณ์ไว้ Workshop อื่น ๆ เที่ยวชมห้องสมุดของมหาวิทยาลัย รายการนี้
ที่เปิดพร้อม ๆ กันเกือบจะต้องเลิกรายการ ผู้ที่เด่นที่สุดดูเหมือนจะเป็นนักปราชญ์รุ่นใหม่
เพราะนักวิชาการแห่กันมาฟังรายการนี้หมด จากญี่ปุ่น ผู้ที่แสดงฝีมือการอ่านภาษาบาลี
ทฤษฎีของ ศจ.อะรามะนั้นถูกเหตุผล และทั้งเขียนตัวอักษรขอม ไทย พม่า และสิ่งหล
ได้อย่างง่ายดาย แถมยังสามารถอ่านพระ
ไตรปิฎกจีนได้อีกด้วย ทำให้อาตมามีความ
ของ ศจ.กอมบริชและมิสเตอร์นอร์แมนด์ลบล้าง
อย่างง่าย ๆ เพราะเป็นเรื่องที่เลื่อนลอยเต็มที่
ท่านศาสตราจารย์จากแดนอาทิตย์อุทัยถึงกับ
ต้องนั่งหน้าเสียเมื่อได้ฟังเหตุผลที่นักวิชาการ
จากอังกฤษทั้งสองท่าน ใช้จัดทฤษฎีของตน
ออกไปทีละข้อ ๆ
วัฒนธรรมญี่ปุ่นนั้นถึงแม้จะสร้างคน
ให้มีระเบียบวินัย และรู้จักการทำงานร่วมกัน
อย่างเป็นระบบ โดยถืออาวุโสเป็นสำคัญ
แต่ระบบของญี่ปุ่นนั้นเองที่กลับมาทำลาย
ความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ของคนในสังคม
เกือบหมด โดยเฉพาะระบบอาวุโสที่ทำให้
นักวิชาการผู้น้อยไม่กล้าเข้าไปวิพากษ์วิจารณ์
ความคิดเห็นของผู้ใหญ่ ซึ่งตรงกันข้ามกับของ
ฝรั่ง ผลงานทางวิชาการของญี่ปุ่นจึงมัก
กระจายเป็นเบี้ยหัวแตก ไม่เจาะลึกเหมือน
๗๐ กัลยาณมิตร
รู้สึกว่าสิ่งที่ตัวเองรู้อยู่นี้แทบจะไม่มีความ
หมายอะไรเลย นักปราชญ์ในยุคใหม่นี้จำเป็น
ต้องรู้ภาษาต่าง ๆ เหล่านี้ เพื่อช่วยให้ตนมี
ความเข้าใจพระไตรปิฎกได้ดีขึ้น
ห้องสมุดของมหาวิทยาลัยไลเดนนี้
มีการรวบรวมตำราที่ต่างไปจากอ๊อกซฟอร์ด
มาก มีหลายอย่างที่อ๊อกซฟอร์ดไม่มี แต่ที่นี่
สะสมไว้มาก เช่น คัมภีร์โบราณของชวา ซึ่ง
อาตมาเห็นแล้วถึงกับต้องพิจารณาด้วยความ
ประหลาดใจว่า อักษรชวา ใกล้เคียงกับอักษร
*เทคนิคในการโต้วาทะแบบนี้ ในภาษา
สันสกฤตเรียกว่า "ประสังคะ" หรือภาษาลาตินเรียกว่า
REDUCTIO ABSURDUM
ไทยอย่างมากจนเกือบจะเหมือนกันเลยก็ว่าได้
ทฤษฎีที่ว่าพ่อขุนรามคำแหงประดิษฐ์อักษรไทย
นั้น ช่างน่าสงสัยเสียนี่กระไร เพราะอักษร
ในศิลาจารึกนั้นดูไม่ใกล้เคียงอักษรไทยเหมือน
กับอักษรชวา นักประวัติศาสตร์บางคนเคย
ให้ความเห็นกับอาตมาว่า อักษรของพ่อขุน
รามคำแหงนั้นใกล้เคียงอักษรลาวมากกว่า
ความจริงในเรื่องนี้จะเป็นอย่างไรนั้นคงต้อง
ค้นคว้ากันต่อไป
ความเคร่งเครียดของการประชุมทั้งหมด
สูญสลายไปเมื่อถึงรายการสุดท้าย คือการ
ทัศนาจรทางน้ำ ชมทิวทัศน์ต่าง ๆ ยามบ่าย
และย่ำค่ำของฮอลแลนด์ ซึ่งเป็นภาพที่หาชม
ที่ไหนไม่ได้นอกจากที่ประเทศนี้เพียงแห่งเดียว
จากเรือที่แล่นไปนั้น เราสามารถมอง
เห็น ทุ่งหญ้าเลี้ยงวัว และพื้นราบมองไปสุด
สายตา ที่อยู่ต่ำกว่าท้องเรือลงไปอย่างมากมาย
ซึ่งผิดไปจากทิวทัศน์ที่เคยเห็นมา เพราะระดับ
น้ำทะเลของประเทศนี้สูงกว่าพื้นดินมากนั่นเอง
เป็นการจบรายการประชุมทางวิชาการระหว่าง
ประเทศครั้งแรกที่อาตมาเข้าร่วมฟังด้วย
อ่านต่อฉบับหน้า
ธันวาคม ๒๕
Kalyanamitra.org