ปาฐกถาธรรม วารสารกัลยาณมิตร ปี 2531 ฉบับที่ 12 หน้า 91
หน้าที่ 91 / 124

สรุปเนื้อหา

โลกนี้โลกหน้า ปาฐกถาธรรม โดย หลวงพ่อทัตตชีโว หลวงพ่อรับนิมนต์ไปเทศน์ที่มหาวิทยาลัย เกษตรศาสตร์ เทศน์เสร็จก็มีอาจารย์ที่เคย สอนในมหาวิทยาลัยคนหนึ่งตั้งปัญหาถาม หลวงพ่อว่า เทวดามีจริงไหม? ท่านว่าสิ่งไหน ที่ท่านไม่เคยเห็นท่านก็ไม่เชื่อ ลูกศิษย์ของ หลวงพ่อคนหนึ่งอาสาตอบแทนว่า “อาจารย์ครับ อาจารย์เดชเห็น ปู่ของอาจารย์ไหมครับ?” อาจารย์ก็ตอบว่าเคย “เพราะเคยอาจารย์ถึงได้เชื่อว่ามี ใช่ไหม?” ใช ต่อจากฉบับที่แล้ว “มีบุรุษผู้หนึ่งตาบอดแต่กำเนิด ตั้ง แต่เกิดมาเขาไม่เคยเห็นรูป ไม่เคยเห็นสีดำ สีเขียว สีขาว สีเหลือง สีแดง รูปที่เรียบไม่ เรียบ ดวงดาว ดวงจันทร์ ดวงอาทิตย์ เป็นต้น เขาไม่เคยเห็นสิ่งเหล่านี้เลย ที่นี้ เขาจะพึงพูดว่า พระจันทร์ พระอาทิตย์ สีเขียว สีแดงไม่มี และผู้ที่เห็นสิ่งเหล่านั้น ก็ไม่มี เขาไม

หัวข้อประเด็น

- ปาฐกถาธรรม

ข้อความต้นฉบับในหน้า

โลกนี้โลกหน้า ปาฐกถาธรรม โดย หลวงพ่อทัตตชีโว หลวงพ่อรับนิมนต์ไปเทศน์ที่มหาวิทยาลัย เกษตรศาสตร์ เทศน์เสร็จก็มีอาจารย์ที่เคย สอนในมหาวิทยาลัยคนหนึ่งตั้งปัญหาถาม หลวงพ่อว่า เทวดามีจริงไหม? ท่านว่าสิ่งไหน ที่ท่านไม่เคยเห็นท่านก็ไม่เชื่อ ลูกศิษย์ของ หลวงพ่อคนหนึ่งอาสาตอบแทนว่า “อาจารย์ครับ อาจารย์เดชเห็น ปู่ของอาจารย์ไหมครับ?” อาจารย์ก็ตอบว่าเคย “เพราะเคยอาจารย์ถึงได้เชื่อว่ามี ใช่ไหม?” ใช ต่อจากฉบับที่แล้ว “มีบุรุษผู้หนึ่งตาบอดแต่กำเนิด ตั้ง แต่เกิดมาเขาไม่เคยเห็นรูป ไม่เคยเห็นสีดำ สีเขียว สีขาว สีเหลือง สีแดง รูปที่เรียบไม่ เรียบ ดวงดาว ดวงจันทร์ ดวงอาทิตย์ เป็นต้น เขาไม่เคยเห็นสิ่งเหล่านี้เลย ที่นี้ เขาจะพึงพูดว่า พระจันทร์ พระอาทิตย์ สีเขียว สีแดงไม่มี และผู้ที่เห็นสิ่งเหล่านั้น ก็ไม่มี เขาไม่รู้ ไม่เห็นสิ่งเหล่านี้ เพราะ ฉะนั้นสิ่งเหล่านี้จึงไม่มี บุรุษตาบอดผู้ น่าสงสารคนนั้น จะพึงพูดอย่างนี้ได้ไหม? มหาบพิตร" พระเจ้าปายาสิตอบว่า “คนตาบอดจะมาพูดปฏิเสธไปคนเดียว อย่างนี้ใช้ไม่ได้” พระเจ้าปายาสิตอบด้วยความซื่อ พระกุมารกัสสปะเถระถือโอกาสถวาย พระพรว่า "มหาบพิตรเองนี่แหละ เป็นเหมือนคนตา บอดคนนั้น เพราะพระองค์ทรงปฏิเสธสิ่งที่ไม่รู้ ไม่เห็นว่า เทวดาไม่มี ไม่เชื่อว่าเทวดาชั้นดาว ธันวาคม ๒๔๓๑ ดึงส์มีอายุยืนเท่านั้นเท่านี้ อันที่จริงเทวดาชั้นดาวดึงส์มีอยู่ และก็ มีอายุดังที่กำหนดไว้นั้น แต่สภาพที่ว่ามานี้ จะถือเป็นสภาพที่มหาบพิตรจักฟังเห็นด้วยมัง สะจักษุ (ตาเนื้อ) ธรรมดาก็หามิได้ สมณ พราหมณ์พวกได พอใจเสพย์เสนาสนะอัน สงัดซึ่งอยู่ในป่า เป็นผู้ไม่ประมาท มีความ เพียรเป็นที่ตั้ง ปฏิบัติตนให้พอใจในถิ่นที่อยู่ อาศัย ทำใจให้บริสุทธิ์ ตั้งใจมั่นเป็นหนึ่ง ก็จะ สามารถมีตาทิพย์มองเห็นทั้งโลกนี้โลกหน้า และย่อมแลเห็นเหล่าสัตว์ผู้อุบัติขึ้นทั้งหลาย ด้วยประการฉะนั้นแหละ มหาบพิตรหาเห็น ได้ด้วยมังสะจักษุ (ตาเนื้อ) ดังที่มหาบพิตร เข้าพระทัยไม่ ขอถวายพระพร" เรื่องนี้ขอขยายความสักนิด หลายคน มักจะตอบว่า สิ่งที่เขาไม่เห็น เขาไม่เชื่อว่าเทวดา มีอยู่ที่ไหน ไม่เคยเห็นจะให้เชื่อได้อย่างไร? แต่พวกเราที่เป็นอุบาสกอุบาสิกานะถึงไม่เชื่อ ก็อย่าเพิ่งปฏิเสธ ครั้งหนึ่งสมัยที่หลวงพ่อบวชได้ ๑ พรรษา “แล้วอาจารย์เคยเห็นปู่ของปู่ไหม?” “ไม่เคย เพราะท่านตายไปนานแล้ว” “อาจารย์เชื่อหรือว่าปู่ของปู่มีจริง” “เชื้อลิ” “อาจารย์เห็นหรือ?” "ไม่เห็น" “ไม่เห็นแล้วทำไมอาจารย์เชื่อล่ะ และ อาจารย์เชื่อไหมว่าปู่ของปู่ของปู่ ๆ ๆ ๆ ก็มีจริง” “เชื่อสิ” อาจารย์ต้องยอมจํานนด้วยค่าตอบของ ตัวเอง คนส่วนมากมักเป็นเช่นนั้น ไม่เห็นก็มัก ไม่เชื่อ แต่ของที่ไม่เห็นไม่ได้หมายความว่าจะ ไม่มี พระเจ้าปายาสิเมื่อถูกเปรียบว่าเป็น เหมือนคนตาบอด ก็ได้แต่นิ่งอึ้งอยู่สักครู่ แต่ แล้วก็ตั้งปัญหาขึ้นมาอีกว่า “ท่านกัสสปะ ข้อความที่ท่านกล่าวมา นั้นก็น่ารับฟังไว้พิจารณา แต่ก็ยังไม่เชื่อสนิท ใจนัก เพราะข้าพเจ้าให้นึกขึ้นได้ในบัดนี้เอง ว่า เคยได้เห็นสมณพราหมณ์ในโลกนี้ ซึ่งเป็น ผู้มีศีล มีกัลยาณธรรมตลอดชีวิตมีแต่ความ ดี ปรากฏว่าเป็นที่เคารพที่บูชาแห่งปวงชน เพราะเป็นผู้มีคุณธรรมสูง แต่มีชีวิตอยู่ในโลก มีความสุขสบายน้อยกว่าข้าพเจ้า ถึงกระนั้นก็ เห็นเขาประสงค์ อยากมีชีวิตอยู่ ไม่ประสงค์จะ ตาย ข้าพเจ้ามีความคิดเห็นว่า ถ้าท่าน กัลยาณมิตร ๘๔ Kalyanamitra.org
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More