ข้อความต้นฉบับในหน้า
สมณพราหมณ์ผู้มีศีล มีกัลยาณธรรมเหล่านั้น
ตายไปจากโลกนี้แล้ว ผลแห่งความดีจะส่งให้
ไปสู่สุคติโลกแห่งสวรรค์ จะได้เสวยสุขในทิพย์
วิมานเป็นเทวดาแน่ ๆ เมื่อรู้แท้ดังนี้แล้ว
จะอยู่เป็นมนุษย์ให้ลำบากต่อไปทำไม ทำไม
ไม่รีบดื่มยาพิษหรือฆ่าตัวตายไปเสียเร็ว ๆ
หรือกระโจนลงไปในเหวเพื่อจะได้รีบตาย
แล้ว
ไปเสวยสุขอยู่ในสรวงสวรรค์เร็ว ๆ การที่
สมณพราหมณ์เหล่านั้นประสงค์จะมีชีวิตอยู่ยัง
ผลแห่งความดี
จะส่งผลให้ไปสู่สุคติโลก
แห่งสวรรค์ จะได้เสวยสุข
ไม่ประสงค์จะตาย สู้อุตส่าห์ทรมานกายเป็น ในทิพย์วิมานเป็นเทวดาแน่ ๆ
คนอยู่ในโลกมนุษย์นี้ ก็น่าที่จะเป็นเพราะตน เมื่อรู้แท้ดังนี้แล้วจะอยู่เป็นมนุษย์
ไม่ค่อยแน่ใจว่า เมื่อตายไปแล้วจะได้เสวยสุข
เป็นเทวดาอย่างนี้ดอกกระมัง”
พระกุมารกัสสปะเถระตอบว่า
“ขอถวายพระพร มหาบพิตรนี่นับว่า
เป็นคนช่างคิดเอาการอยู่ เป็นผู้มากไปด้วย
จินตนาการเหลือหลาย แต่อาตมภาพใคร่จะ
ให้มหาบพิตรตั้งพระทัยสดับเรื่องราวที่อาตมา
ภาพจะยกมากล่าวดังต่อไปนี้ให้จงดี ครั้งหนึ่ง
มีพราหมณ์ผู้หนึ่งมีภรรยา ๒ คน ภรรยาคน
แรกพอมีบุตรอายุได้ ๑๐ ขวบ ก็ตายจากไป
ภรรยาคนใหม่กำลังตั้งครรภ์จวนจะคลอด
พราหมณ์ผู้นั้นได้เสียชีวิตลง บุตรของภรร
ยาคนแรกที่อายุ ๑๐ ขวบ จึงพูดแก่แม่เลี้ยง
ว่า
“แม่จำทรัพย์สมบัติเงินทองทั้งหมดนั้น
ต้องเป็นของฉัน แม่หามีส่วนอะไรในทรัพย์
ให้ลำบากต่อไปทำไม
ทําไมไม่รีบดื่มยาพิษ
หรือฆ่าตัวตายไปเสียเร็ว ๆ
บุตรในท้องนั้นเป็นหญิงหรือชาย ในที่สุด
นางได้ทำลายชีวิตตนและชีวิตบุตรในครรภ์ด้วย
นางกระทำเช่นนั้นเพราะนางเป็นคนเขลา
ไม่ฉลาด ต้องการได้ทรัพย์มรดกด้วยอุบายไม่
แยบคาย
อุปมาข้อนี้ฉันใด ถ้าหากว่ามหาบพิตร
จะเกณฑ์ให้สมณพราหมณ์ ผู้มีศีลมีกัลยาณ
ธรรมพากันรีบฆ่าตัวตาย เพื่อจะได้ทิพยสมบัติ
ในสุคติโลกสวรรค์เร็ว ๆ ก็เหมือนกับจะเกณฑ์
ให้สมณพราหมณ์เหล่านั้นเป็นผู้โง่งมงาย
สมบัตินั้นไม่ ขอแม่จงมอบมรดกซึ่งเป็นของ เหมือนนางพราหมณีแม่เลี้ยงที่เอามีดแหวะ
บิดาแก่ฉันเถอะ” แม่เลี้ยงจึงกล่าวว่า
“เจ้าพูดอะไรอย่างนั้น เจ้าพูดยังไม่ถูก
ที่ถูกแล้วเจ้าต้องรอไปก่อน รอจนกว่าแม่จะ
คลอดน้องของเจ้าเสียก่อนเถิด ถ้าน้องเจ้า
ที่คลอดออกมาเป็นชาย เขาจักได้รับมรดกครึ่ง
หนึ่ง ถ้าเป็นหญิงก็จะได้รับเป็นบาทบริจาริกา
ของเจ้า"
มาณพได้ฟังดังนั้นก็หาเชื่อถ้อยคำไม่
ท้องตนเองตายดังเรื่องที่เล่ามาเมื่อตะกี้นี้
อนึ่งขอมหาบพิตรเข้าพระทัยเถิดว่า
สมณพราหมณ์ผู้มีศีล มีกัลยาณธรรมย่อม
จะเป็นผู้มีปรกติ ไม่บ่มผลไม้ที่ยังไม่สุก
ให้รีบสุก ผู้เป็นบัณฑิตย่อมรอผลไม้อัน
สุกตามกาล อันชีวิตของสมณพราหมณ์
ผู้มีศีล มีกัลยาณธรรมย่อมแปลกกว่าคน
อื่น ๆ คือว่า สมณพราหมณ์ผู้มีศีล มีกัล
ได้พูดจารบเร้าเหมือนอย่างเดิมวันแล้ววันเล่า ยาณธรรมดำรงชีวิตอยู่สิ้นกาลนานเท่าใด
แม่เลี้ยงขัดใจขึ้นมาจึงถือมีดเข้าไปในห้อง แล้ว ท่านย่อมประสบบุญมากเท่านั้น และปฏิบัติ
ทำการแหวะท้องของตนเอง เพื่อจะทราบว่า
เพื่อประโยชน์เกื้อกูลเพื่อความสุขแก่คน
เป็นอันมาก อาตมภาพกล่าวดังนี้มหา
บพิตรคงจะเข้าพระทัย ยิ่งประพฤติปฏิบัติตน
อยู่ในศีลนาน ศีลจะยิ่งผ่องใสบริสุทธิ์ สมาธิ
จะได้แก่กล้าถึงคราวไปสวรรค์ก็ไปได้ดี ไปได้
ไกล ไปได้นาน เพราะฉะนั้นพระจะต้องไม่
รีบฆ่าตัวตาย”
ถึงอย่างนั้นก็ตามพระเจ้าปายาสิจอม
ราชันย์ก็ยังหายอมแพ้ไม่ กล่าวขึ้นมาอีกว่า
“ท่านกัสสปะ ความที่ข้าพเจ้าอยากจะ
ทราบว่าโลกหน้ามีหรือไม่? คือตายแล้วเกิด
ไหม? สัตว์ที่ตายแล้วไปผุดเกิดมีหรือไม่?
นรกสวรรค์มีไหม? ผลกรรมดีกรรมชั่วมีจริง
หรือไม่? นอกจากจะได้ทดลองด้วยวิธีดังว่า
มาแล้ว ก็ยังสงสัยอีก เพราะว่าข้าพเจ้ายังเคย
ได้ทดลองด้วยวิธีการต่าง ๆ อีกเป็นอันมาก
เช่น
ครั้งหนึ่ง เจ้าพนักงานของข้าพเจ้าจับโจร
ซึ่งประพฤติชั่วหยาบมาได้ ข้าพเจ้าเห็นว่าเขา
มีผิดขั้นอุกฤษฎ์ จึงสั่งให้ลงโทษโดยวิธีที่เห็น
ว่าจะเป็นประโยชน์แก่การทดลอง คือให้จับ
โจรร้ายซึ่งยังมีชีวิตอยู่นั้นใส่ลงในหม้อใหญ่
แล้วปิดปากหม้อเสีย เอาหนังวัวหนังควายรัดไว้
แล้วเอาดินเหนียวพอกเข้าให้หนา ยกขึ้นสู่เตา
แล้วก็ติดไฟ ต้มเขาทั้งเป็น เมื่อข้าพเจ้าคะเน
ว่าโจรนั้นตายแล้ว จึงสั่งให้ยกหม้อนั้นลง
มากะเทาะดินออก แล้วเปิดปากหม้อค่อย ๆ
ตรวจดูโดยหวังว่าบางทีจะได้เห็นชีวะหรือ
วิญญาณของบุรุษนั้นออกมาบ้าง แต่พวกข้าพ
เจ้าก็ต้องผิดหวัง เพราะไม่ให้เห็นชีวะหรือ
วิญญาณของเขาออกมาเลย เพราะอย่างนี้
แหละ จึงเป็นเหตุให้มีความเห็นอยู่ว่าโลกหน้า
ไม่มี สัตว์ผู้ผุดเกิดก็ไม่มี ผลกรรมดีกรรมชั่วก็
ไม่มี”
พระเถระตอบด้วยวิธีตั้งคำถามว่า
“มหาบพิตรเคยบรรทมกลางวันหรือไม่
เคยทรงสุบินเห็นสวนอันน่ารื่นรมย์ ป่าอันน่า
รื่นรมย์ พื้นที่และสระโบกขรณีอันน่ารื่นรมย์
บ้างหรือไม่?
“เคยซิ ท่านกัสสปะ” ทรงตอบรับ จึง
๙๐ กัลยาณมิตร
Kalyanamitra.org
ธันวาคม ๒๕๓๑