ข้อความต้นฉบับในหน้า
ในหญ้าเป็นพืชต้นเล็ก ๆ แต่
เพราะมีความอดทน อดทนต่อสภาพ
ดินฟ้าอากาศ อดทนต่อความขาดแคลน
อาหารและน้ำ โดนเหยียบย่ำ... ถาก
ถาง..... ต้นหญ้าอดทนต่อสิ่งเหล่านี้จึง
สามารถแพร่พันธุ์ไปได้ทั่วโลก....อาสา
กัลยาณมิตรก็เช่นกัน กว่าจะได้มาเป็น
อาสากัลยาณมิตรจนถึงทุกวันนี้ต้อง
อดทนต่อสภาพทุกสิ่งทุกอย่าง ถูกเจีย
ระไนวันแล้ววันเล่า เพื่อให้เป็นเพชรที่
ส่องประกายเจิดจรัสสู่สายตาประ
ชาชน
ดิฉันเป็นคนหนึ่งที่ก้าวเข้ามาสู่การเป็น
อาสากัลยาณมิตร แม้ในระยะแรกของการ
ก้าวเข้ามาจะขาดความเชื่อมั่นเหมือนเหยียบ
หนักใจเหมือนกัน พูดธรรมะก็ยังไม่เก่ง แต่ก็
ทำ พาไปไหนก็ไป ทั้ง ๆ ที่เดินเกือบจะไม่ไหว
แต่ทุกคนก็มีใบหน้ายิ้มแย้มแจ่มใสดี
ลงดินไม่เต็มฝ่าเท้า แต่ปัจจุบันเท้าทั้งสองที่ ใจสู้ ทุกคนน่ารักมาก บอกกุศลวิวัฏฏให้ทำก็
ย่างไปล้วนเต็มไปด้วยความเชื่อมั่น ก้าวอย่าง
มั่นคง และจะก้าวต่อไปอย่างมั่นใจ ชีวิต
ความเป็นอยู่ของอาสาฯ เป็นชีวิตที่เรียบง่าย
ดิฉันไม่เคยอยู่กลดก็ได้มามีโอกาสได้สัมผัสกับ
ชีวิตในกลด บ้านหลังน้อยสารพัดนึกนี้สอนให้
เรารู้อะไร ๆ หลายอย่าง พอใจในความเป็น
อยู่ของเรา สร้างสรรค์แต่ไม่ทะเยอทะยาน
สงบแต่ตื่นตัว แต่ไหน แต่ไรไม่เคยได้ถือศีล
พอมาเป็นอาสาฯ ได้มีโอกาสถือศีล ๘ ช่าง
โชคดีเหลือเกิน และที่สำคัญได้นั่งสมาธิ ได้รู้
จักการหยุดนิ่งของใจ ความสุขที่หาซื้อไม่
ได้ และอยากให้ทุกคนในโลกได้มีโอกาสได้พบ
ความสุขอย่างที่ดิฉันได้พบบ้าง
ในช่วงของการเป็นอาสาฯ ได้ชักชวน
สาธุชนให้มาได้ทำทาน รักษาศีล เจริญภาวนา
ที่ดิฉันปีติใจมากที่สุดเมื่องานราชบูชา จำได้
ว่าเข้ามาเป็นอาสาฯ ได้ประมาณ ๒ เดือนก็ได้
ทำหน้าที่อันยิ่งใหญ่ คือเป็นพี่เลี้ยงธุดงค์ ตั้ง
แต่ไหนแต่ไรไม่เคยเป็นพี่เลี้ยง รู้สึกตื่นเต้น
ไปปักกลดอยู่กลางทุ่งด้านนอก มีลูกกลุ่มประ
มาณ ๔๐ คนล้วนมีอายุกลางคนทั้งนั้น รู้สึก
ธันวาคม ๒๔๓๑
ตกดึกฝนตก พายุไม่รู้มาจากไหน
ตกลงมาอย่างไม่มีทีท่าว่าจะหยุด แต่ดูเหมือน
ทุกคนที่นอนอยู่ในกลดจะมีความรู้สึกเหมือน
กันหมดคือ จะไม่ยอมลุกขึ้นมาเป็นอันขาด
ทุกคนถือธุดงค์กันอย่างเคร่งครัด ดิฉันดูแล้ว
ชักไม่ดีแน่ เพราะฝนตกลงมาเหมือนฟ้ารั่ว
จึงบอกทุกคนให้ไปนอนที่สภาธรรมกาย บาง
คนไปบางคนไม่ไป ร่มที่ใช้กางนอนก็นำมาถือ
เป็นเสมือนเกราะป้องกันฝน เที่ยวเดินบอกทุก
คนไปนอนที่สภาธรรมกายจนกระทั่งเกือบจะ
หมด นึกถึงตอนเดินถือร่มกันฝนเดินดูคน
โน้นคนนี้ ให้เก็บของที่จำเป็นไปที่สภาธรรมกาย
ก็ทำให้นึกไปถึง ฟลอเร้นท์ ไนเติงเกล ที่เดิน
เที่ยวรักษาทหารที่บาดเจ็บในสงครามโดยไม่
เกรงกลัวต่ออันตรายที่จะได้รับ ทำให้รู้สึกภูมิใจ
ปีติใจ และเมื่อเดินทางถึงถนนด้านนอกก็ยัง
พบเพื่อนอาสาฯ ด้วยกัน ต่างกำลังทำหน้าที่
โดยเอารถรับ-ส่งสาธุชนไปที่สภาธรรมกาย
แทบไม่น่าเชื่อเลยว่าได้ทำงานประสานกันโดย
มิได้นัดหมาย อีกคนปลุกให้คนหลบไปที่สภา
ธรรมกาย อีกกลุ่มเอารถมารับ พอเช้าทุกคน
ยังร่าเริงในบุญกันต่อ ช่างน่าอนุโมทนาบุญเสีย
เหลือเกิน พอนึกขึ้นมาทีไรก็ปีติใจขึ้นมาทุก
ครั้ง
งานในหน้าที่ของอาสาฯ ยิ่งเข้มข้นขึ้น
ทุกขณะ ในระหว่างที่เราอาสาฯ ชักชวนคน
ให้เข้าวัด ก็มีบุคคลอีกกลุ่มหนึ่งคอยให้ข่าวที่
เป็นการตัดบุญคนที่คิดจะมาวัด เมื่อได้รับ
ข่าวที่ไม่ได้กรองก็เปลี่ยนใจ ช่างน่าสงสารแต่
เราไม่เคยย่อท้อต่ออุปสรรค
มีหลวงพ่อผู้รักธรรมะยิ่งชีวิตซึ่งเป็นที่รัก
ของเรา เป็นแบบอย่างเดินนำไปก่อนแล้ว
เพราะเรา
กัลยาณมิตร ๘๑