การประชุมทางวิชาการเกี่ยวกับพุทธศาสนา วารสารกัลยาณมิตร ปี 2531 ฉบับที่ 12 หน้า 71
หน้าที่ 71 / 124

สรุปเนื้อหา

คือ... เรื่องนั้นค้างไว้จนอาตมาก้าวขึ้นบันได เวียนไปชั้นบน ในอาคารรูปร่างประหลาด แห่งหนึ่งซึ่งเกือบทุกคนที่เข้ามาในห้องนั้นแล้ว ต้องอุทานออกมาด้วยความทึ่ง..... มันเป็นภาพเขียนที่ใหญ่และยาวต่อกัน โดยรอบเป็นทรงกระบอก มองดูได้รอบตัว ทั้งหมดเป็นภาพทิวทัศน์ชายทะเลแห่งหนึ่ง ที่มองลงมาจากเนินทรายใกล้หมู่บ้านชาว ประมงแห่งหนึ่งชื่อ Schevenimgen ที่อยู่ ไม่ห่างจากกรุงอัมสเตอร์ดัมนัก เป็นภาพเขียน ประเภทนี้ชิ้นเดียวที่ใหญ่ที่สุดที่ยังเหลืออยู่ใน โลก จิตรกรชื่อ เฮนดริก วิลเล็ม เมสแด็ก (Hendrik Willem Mesdag) วาดไว้เมื่อปี ค.ศ. ๑๘๘๑ ขนาดของภาพ ๑.๖๘๐ ตาราง เมตร เส้นผ่าศูนย์กลาง ๑๒๐ เมตร สูง ๑๔ เมตร เป็นภาพเหมือนที่จิตรกรได้วาดราย ละเอียดทุกอย่างไว้สมบูรณ์แบบ ทั้งพื้นน้ำ ท้องฟ้า หมู่บ้าน ชาวประมง เรือหาปลา

หัวข้อประเด็น

- การประชุมทางวิชาการเกี่ยวกับพุทธศาสนา

ข้อความต้นฉบับในหน้า

คือ... เรื่องนั้นค้างไว้จนอาตมาก้าวขึ้นบันได เวียนไปชั้นบน ในอาคารรูปร่างประหลาด แห่งหนึ่งซึ่งเกือบทุกคนที่เข้ามาในห้องนั้นแล้ว ต้องอุทานออกมาด้วยความทึ่ง..... มันเป็นภาพเขียนที่ใหญ่และยาวต่อกัน โดยรอบเป็นทรงกระบอก มองดูได้รอบตัว ทั้งหมดเป็นภาพทิวทัศน์ชายทะเลแห่งหนึ่ง ที่มองลงมาจากเนินทรายใกล้หมู่บ้านชาว ประมงแห่งหนึ่งชื่อ Schevenimgen ที่อยู่ ไม่ห่างจากกรุงอัมสเตอร์ดัมนัก เป็นภาพเขียน ประเภทนี้ชิ้นเดียวที่ใหญ่ที่สุดที่ยังเหลืออยู่ใน โลก จิตรกรชื่อ เฮนดริก วิลเล็ม เมสแด็ก (Hendrik Willem Mesdag) วาดไว้เมื่อปี ค.ศ. ๑๘๘๑ ขนาดของภาพ ๑.๖๘๐ ตาราง เมตร เส้นผ่าศูนย์กลาง ๑๒๐ เมตร สูง ๑๔ เมตร เป็นภาพเหมือนที่จิตรกรได้วาดราย ละเอียดทุกอย่างไว้สมบูรณ์แบบ ทั้งพื้นน้ำ ท้องฟ้า หมู่บ้าน ชาวประมง เรือหาปลา และ กองทหารม้าที่กำลังฝึกซ้อมอยู่ที่ชายหาด ผู้ดู จะเกิดความรู้สึกเหมือนมองดูภาพเหตุการณ์ จริง ๆ ในสมัยนั้น และยังมีเสียงคลื่น เสียงลม เสียงนกนางนวลซึ่งเขาเปิดเทปเสียงเพื่อสร้าง บรรยากาศที่พอเหมาะพอเจาะ ต่อจากนั้นก็แวะชมภาพเขียนของเรม ธันวาคม ๒๔๓๑ แบรนดต์ ซึ่ง ศจ.กอมบริชค่อนข้างจะมีความรู้ จะมีพระไตรปิฎกเล่าเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น อย่างดี คอยอธิบายให้ฟังตลอดเวลา และ พาชม Madurodam ซึ่งเป็นเมืองตุ๊กตา จำลอง อาคารสถานที่สำคัญ ๆ ของฮอลแลนด์ของ ทุกยุคทุกสมัยทั่วประเทศ มาบรรจงจัดไว้ใน พื้นที่ประมาณ ๒๐ ไร่ นักท่องเที่ยวที่เข้ามา ชมสวนนี้ เมื่อได้อ่านคำบรรยายประวัติความ เป็นมาของอาคารแต่ละแห่ง ก็จะทราบประวัติ ศาสตร์และวัฒนธรรมของฮอลแลนด์ได้ทั้งหมด และถ้าจะศึกษาในรายละเอียดแล้ว คงจะต้อง ใช้เวลาหลายวันอย่างแน่นอน ในช่วงเวลาอาหารกลางวัน ศจ.กอมบริช ได้อธิบายให้อาตมาทราบถึงที่มาของหัวข้อ การประชุมที่จะมีในวันรุ่งขึ้น ซึ่งเป็นหัวใจ ของการประชุมครั้งนี้ เพราะมีคนติดตามและ ถามหากันอยู่มาก และคาดกันว่าจะมีผู้เข้าฟัง มากกว่าทุกรายการ หัวข้อการประชุมนี้มีชื่อว่า “The Earliest Buddhism” หรือ “พุทธ ศาสนาในยุคแรกที่สุด" คณะกรรมการผู้ที่หยิบยกหัวข้อนี้ขึ้นมา ประชุมนั้น มีกุศโลบายในการจูงใจคนไม่แพ้ โปรโมเตอร์มวยชิงแชมเปี้ยนโลก โดยตั้งหัวข้อ ซึ่งเป็นจุดที่นักวิชาการทั้งหลายกำลังสนใจกัน มากที่สุด เพราะประวัติศาสตร์ในยุคแรกของ พุทธศาสนานั้น เป็นสิ่งที่เรารู้น้อยที่สุด ถึงแม้ ในยุคสมัยนั้นไว้มากมายก็ตาม แต่พระไตรปิฎก ของพุทธศาสนาของแต่ละนิกายนั้นมีเนื้อหา แตกต่างกันมากพอควร บางฉบับพูดในเรื่อง เดียวกัน แต่ความหมายตรงกันข้ามก็มี โดย เฉพาะอย่างยิ่งประเทศอินเดียซึ่งเป็นดินแดน ต้นกำเนิดของพุทธศาสนานั้นคล้ายกับประเทศ ไทยอยู่อย่างหนึ่งคือ ไม่ค่อยมีการบันทึก ประวัติศาสตร์ไว้เท่าใดนัก หลาย ๆ เรื่องจึง เป็นเพียงข้อสันนิษฐานเสียมากกว่า และใน ปัจจุบันยังไม่มีทฤษฎีทางประวัติศาสตร์ใด ๆ จะอธิบายอย่างชัดเจนลงไปได้ว่า ทำไมพุทธ ศาสนาในยุคต้นจึงมีการแตกนิกายออกไป อย่างมากมาย ในเรื่องนี้คณะกรรมการจัดการประชุม ได้เชิญนักปราชญ์ผู้แตกฉานในวงการพุทธ ศาสนา ๔ ท่านคือ ศจ.อะรามะกิ จากญี่ปุ่น ศจ.สมิธเทาเซนต์ จากมหาวิทยาลัยฮัมบูร์ก ประเทศเยอรมนีตะวันตก มิสเตอร์ฟอร์ แมนด์ จากมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ และ ศจ.กอมบริช จากอ๊อกซฟอร์ด ผลัดกันขึ้น บรรยาย ศจ.อะรามะกิ เขียนบทความใน ทำนองที่ว่า พุทธศาสนายุคแรกเกิดจาก แนวความคิดทางคัมภีร์อุปนิษัทเล่มหนึ่ง ที่พัฒนาตัวเองขึ้นมาในสังคมพราหมณ์ ยุคนั้น เพิ่งเติบโตขึ้นมาในอินเดียจนเป็น ศาสนาที่มีเอกลักษณ์ประจำตัวอย่างเด่นชัด และแยกตัวจากศาสนาพราหมณ์ในที่สุด แนวทฤษฎีนี้ ศจ.อะรามะกิ หยิบยก เอามาจากคัมภีร์สุตตนิปาตะตอนหนึ่ง ซึ่งเป็น คัมภีร์ที่นักวิชาการยอมรับว่าเก่าแก่ที่สุดใน พุทธศาสนา และใช้ภาษาที่เก่าที่สุดในพระ ไตรปิฎกบาลี มาเปรียบเทียบกับคัมภีร์อุปนิษัท เล่มหนึ่ง ซึ่งเชื่อกันว่าเก่ากว่าพระไตรปิฎก มาเป็นหลักฐานอ้างอิง และให้เหตุผลว่าคาถา ในพระไตรปิฎกเกิดก่อนร้อยแก้วบาลี ศจ.สมิธเทาเซนด์เป็นผู้ที่มีความรู้ ในหลายภาษา นอกจากภาษาบาลี สัน กัลยาณมิตร ๖๙
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More