ข้อความต้นฉบับในหน้า
พระเจ้ามัททวมหาราชได้สดับ ถึงการให้สิ่งอัน
เป็นที่รักว่าเป็นสิ่งที่ทำได้ยากยิ่งกว่าการกลืนดาบจาก
อำมาตย์ทั้งสามของพระองค์ ก็บังเกิดปีติใจ ทรงคิด
ว่า
“...เราให้พระเทวีแก่บุตรปุโรหิตด้วยความ
พอใจของเราเอง แต่เราไม่อาจรักษาความพอใจ
นิทานชาดกเรื่องนี้ น้าอึดนำมาจาก “ทสัณณก
ชาดก” ซึ่งเสนกบัณฑิตอำมาตย์ในครั้งนั้นก็คือ
พระสัมมาสัมพุทธเจ้า อายุรบัณฑิตก็คือ พระโมค
คัลลาน์ ปุกกุสบัณฑิตก็คือ พระสารีบุตร
หลาน ๆ คะ “การให้” เป็นสิ่งที่ทำได้ยาก การ
ให้แล้ว “ไม่เสียดายภายหลัง” ทำได้ยากยิ่งว่า และ
นั้นไว้ได้ตลอด ให้แล้วเรามาเสียดายภายหลัง ที่ยากที่สุดก็คือ “เมื่อให้ไปแล้วไม่เดือดร้อนทั้ง
กายและใจ”
“การให้” เป็นการเผื่อแผ่แบ่งปันให้แก่กัน เป็น
การสร้าง “ทานบารมี” ผู้ที่ “ให้” บ่อย ๆ จิตใจของ
เขาจะกว้างขวาง ไม่มีความตระหนี่ในใจ คนที่ให้บ่อย ๆ
จะมีความรักในเพื่อนมนุษย์ อยากให้ทุกคนมีความ
เราเป็นอย่างนี้ไม่ดีเลย ถ้านางมีความรักใคร่
เราจริงจัง นางก็คงไม่ทิ้งเรา ทิ้งอิสริยยศไปเสีย
ก็ในเมื่อนางไม่อาลัยไยดีด้วยกับเรา แล้วเราจะ
ต้องไปห่วงหาอาวรณ์อะไรกับนางด้วยเล่า....เราก็
ให้นางไปแล้ว แล้วนางเองก็พอใจจะไป ก็ดีแล้ว...”
พระเจ้ามัททวมหาราชทรงคิดได้ดังนั้นแล้ว สุขมากขึ้น ๆ เมื่อคนทุกคนคิดจะให้...ให้...ให้ ความคิด
พระอาการประชวรที่รุมเร้าพระองค์มาเป็นเวลานาน ที่จะกินจะโกง จะแก่งแย่งก็หมดไป เราจึงควรฝึกการ
ก็พลันหายไปเป็นปลิดทิ้ง ทรงเบิกบานพระทัย พระ
พลานามัยก็พลันเข้มแข็งขึ้นในบัดดล สิ้นความทุกข์กาย
ทุกข์ใจทุกประการ
ให้ไว้เสมอนะคะ ตั้งแต่ให้วัตถุสิ่งของ ให้รอยยิ้ม ให้
คำทักทาย ให้ความปรารถนาดี ให้อภัย...โอ้โห...การ
ให้ทำได้เยอะแยะจริง ๆ
ธันวาคม ๒๕๖๑
วันนี้
ให้ อะไรแก่
หลาน ๆ
ใคร ๆ บ้างแล้ว หรือยังคะ?
น้าอี๊ด
กัลยาณมิตร ๑๙
Kalyanamitra.org