การทดลองทางฟิสิกส์ วารสารกัลยาณมิตร ปี 2531 ฉบับที่ 12 หน้า 93
หน้าที่ 93 / 124

สรุปเนื้อหา

ถูกถามต่อว่า “ท่านกัสสปะ อีกคราวหนึ่งข้าพเจ้า “ในเวลานั้นนางพนักงานหรือนางกุมา - สั่งให้ลงโทษโจรผู้ร้ายมีความผิดขั้นอุกฤษฎ์ ที่ใกล้ชิดคอยเฝ้าอยู่งานปรนนิบัติ มหาบพิตร มีอยู่บ้างไหม? “มีซิ ท่านกัสสปะ” “ถ้าอย่างนั้นคนเหล่านั้น เห็นชีวะเห็น วิญญาณของมหาบพิตร เข้าหรือออกไปชม สถานที่ต่าง ๆ ที่ทรงสุบินบ้างหรือเปล่า?” พระเจ้าปายาสิก็ตอบว่า เคยฝันและ ขณะบรรทมก็มีบริวารอยู่งานเฝ้าปรนนิบัติ คนเหล่านั้นก็ไม่เคยเห็นวิญญาณของพระองค์ เข้าหรือออกไป พระกุมารกัสสปะเถระจึง ถวายพระพรว่า “ก็คนเหล่านั้นมีชีวิตอยู่ยังมิได้เห็นชีวะ มิได้เห็นวิญญาณของพระองค์เข้าหรือออก ไปจากห้องบรรทม เหตุไฉนพระองค์จะ ได้ทอดพระเนตรเห็นชีวะหรือวิญญาณของผู้ ตายไปแล้วเข้าหรือออกอยู่ ขอมหาบพิตรจง ทรงใคร่ครวญดูให้ดีเถิด” คำอุปมาของพระกุม

หัวข้อประเด็น

- การทดลองทางฟิสิกส์

ข้อความต้นฉบับในหน้า

ถูกถามต่อว่า “ท่านกัสสปะ อีกคราวหนึ่งข้าพเจ้า “ในเวลานั้นนางพนักงานหรือนางกุมา - สั่งให้ลงโทษโจรผู้ร้ายมีความผิดขั้นอุกฤษฎ์ ที่ใกล้ชิดคอยเฝ้าอยู่งานปรนนิบัติ มหาบพิตร มีอยู่บ้างไหม? “มีซิ ท่านกัสสปะ” “ถ้าอย่างนั้นคนเหล่านั้น เห็นชีวะเห็น วิญญาณของมหาบพิตร เข้าหรือออกไปชม สถานที่ต่าง ๆ ที่ทรงสุบินบ้างหรือเปล่า?” พระเจ้าปายาสิก็ตอบว่า เคยฝันและ ขณะบรรทมก็มีบริวารอยู่งานเฝ้าปรนนิบัติ คนเหล่านั้นก็ไม่เคยเห็นวิญญาณของพระองค์ เข้าหรือออกไป พระกุมารกัสสปะเถระจึง ถวายพระพรว่า “ก็คนเหล่านั้นมีชีวิตอยู่ยังมิได้เห็นชีวะ มิได้เห็นวิญญาณของพระองค์เข้าหรือออก ไปจากห้องบรรทม เหตุไฉนพระองค์จะ ได้ทอดพระเนตรเห็นชีวะหรือวิญญาณของผู้ ตายไปแล้วเข้าหรือออกอยู่ ขอมหาบพิตรจง ทรงใคร่ครวญดูให้ดีเถิด” คำอุปมาของพระกุมารกัสสปะเถระ หลักแหลมเฉียบขาด แบบคมเฉือนคม ปัญญา อย่างนี้เรียกว่าปัญญาพระอรหันต์ ถึงลูกถึงคน จริง ๆ แต่พระเจ้าปายาสผู้มากด้วยความ สงสัย ก็ยังไม่ยอมแพ้ ยกเอาเหตุผลในการ ทดลองครั้งที่ ๒ ของพระองค์มาถามอีกว่า ธันวาคม ๒๕๐๑ ด้วยวิธีดังนี้ คือ ให้เจ้าพนักงานเอาตราชั่งมา ชั่งโจรร้ายนั้น แล้วเอาเชือกรัดคอให้ขาดใจ ตาย ครั้นเห็นว่าตายแน่ แล้วจึงเอาตราชั่งมา ชั่งอีกครั้งหนึ่งผลปรากฏว่า เมื่อโจรร้ายนั้นยัง มีชีวิตอยู่เบากว่าอ่อนกว่า แต่เมื่อตายแล้ว เขากลับหนักกว่าเดิม กระด้างกว่าเดิม ไม่ควร แก่การงานกว่าเดิม อยากถามท่านว่า ที่เป็น ดังนี้เพราะเหตุใด?” พระกุมารกัสสปะ ท่านจึงอธิบายว่า “เมื่อใดกายนี้ประกอบด้วยอายุ ไออุ่น และวิญญาณ เมื่อนั้น ร่างกายย่อมเบากว่า เหมาะแก่การงาน แต่ถ้าเมื่อใดกายนี้ไม่ประ กอบด้วยอายุ ไออุ่น และวิญญาณ เมื่อนั้น ย่อมหนักกว่า กระด้างกว่า ไม่ควรแก่การ งาน" (วิธีการอย่างนี้เป็นการทดลองทาง ฟิสิกส์ เปรียบเหมือนเราเอาตราชั่ง ชั่งก้อนเหล็ก ที่กำลังเผาไฟลุกโชติช่วงอยู่ แล้วจดน้ำหนัก ไว้ ครั้นเหล็กเย็นสนิทก็ชั่งอีกครั้งจะพบว่า เหล็กที่ร้อนจะเบากว่าเหล็กที่เย็น) พระเจ้าปายาสินักทดลองในยุคนั้น ทดลองเอาจริงเอาจังขนาดเอาคนไปต้ม ไปฆ่า แต่ปัญญาของท่านไม่พอ จึงสรุปเอา ง่าย ๆ ว่า ตายแล้วไม่เกิด แม้พระกุมารกัสสปะ เถระจะแก้ให้จนหมด สงสัยในเรื่องเหล่านั้น แล้ว พระเจ้าปายาสิก็ยังไม่ยอม ทรงตั้งปัญหา ถามต่อไปอีกว่า “ท่านกัสสปะ มีคราวหนึ่ง ข้าพเจ้าสั่ง ให้ลงโทษโจรผู้ร้าย ซึ่งมีความผิดขั้นร้ายแรง มาก โดยได้สั่งให้เจ้าพนักงานค่อย ๆ เอา มีด เชือดผิวหนังของโจรร้ายทีละน้อย ๆ ส่วนสายตาก็พากันจ้องมองดู โดยหวัง ว่าบางทีจะได้เห็นชีวะของเขาออกไปบ้าง แต่พวกเราก็ต้องผิดหวัง เพราะไม่ได้เห็นชีวะ ของเขาออกมาเลย ถึงกระนั้นก็ยังไม่สิ้นความ พยายาม ได้สั่งให้ค่อย ๆ เชือกหนัง เฉือนเนื้อ ตัดเอ็น ตัดกระดูก ตัดเยื่อในกระดูกของเขา ด้วยความหวังว่าจะได้เห็นชีวะของเขาออก มา แต่พวกข้าพเจ้าก็ต้องผิดหวังอีกตามเคย เพราะมิได้มีโอกาสเห็นชีวะของโจรร้ายนั้น มันออกมาเลย ด้วยเหตุผลดังกล่าวมานี้ จึง ทำให้ข้าพเจ้าเข้าใจว่าโลกหน้าไม่มี สัตว์ผู้ผุด เกิดไม่มี กรรมดีกรรมชั่วไม่มีผล” พระกุมาร กัสสปะ ถวายพระพรพระเจ้าปายาสิว่า “มหาบพิตรเบื่อที่จะฟังถ้อยคำของ อาตมภาพหรือยัง?” “ยังไม่เบื่อพระคุณเจ้า ข้าพเจ้าใคร่จะ ฟังคำกล่าวแก้ในข้อข้องใจที่ได้กล่าวมา พระกุมารกัสสปะเถระจึงถวายพระพร ว่า “มหาบพิตร จงตั้งพระทัยสดับให้ดี กาลครั้งหนึ่ง ฤาษีบูชาไฟท่านหนึ่ง อาศัยอาศรมมุงด้วยใบไม้อยู่ที่ชายป่าใหญ่ วันหนึ่งมีหมู่เกวียนเดินทางมาพักอยู่ในที่ใกล้ ๆ อาศรมนั้นและพักอยู่คืนหนึ่ง รุ่งเช้าจึงเดินทาง ต่อไป ฝ่ายฤาษีผู้บูชาไฟจึงคิดว่า หมู่เกวียนที่ มาพักอยู่นั้น ถ้าไปแล้วคงจะทิ้งอุปกรณ์อะไร ๆ ที่เป็นประโยชน์แก่เราบ้างกระมังจะต้องไป สำรวจดู คิดฉะนี้แล้ว จึงรีบมุ่งหน้าเดินทางไปยัง สถานที่ที่หมู่เกวียนพัก ครั้นไปถึงก็ได้เห็น ทารกน้อยศีรษะโล้นคนหนึ่ง ถูกเขาทิ้งให้นอน กัลยาณมิตร ๙๑ Kalyanamitra.org
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More