การสนทนาระหว่างผู้โดยสารและคนขับรถแท็กซี่ วารสารกัลยาณมิตร ปี 2531 ฉบับที่ 12 หน้า 99
หน้าที่ 99 / 124

สรุปเนื้อหา

ธันวาคม ๒๕๓๑ อดทน “ใช่” เขากล่าวด้วยเสียงสูงและแผ่วเบา “ฉันต้องการรถแท็กซี่” แล้วเขาก็รออยู่ด้วยความ คนขับรถมองดูเขาอย่างไม่รู้จะไว้ใจ ถามว่า “ท่านจะไปไหน” ที่นั่งตอนท้ายกับเขาด้วย “จะต้องการให้นำมาไว้ที่นี่ไหม” คนขับรถเสนอ ที่วางกระเป๋าด้วยความเอื้อเฟื้อ “อ๋อ ไม่ต้องหรอกน่ะ” เขาตอบอย่างเร็วทันควัน แล้วก็ทำท่าเหมือนกับจะขอโทษที่ได้พูดรุนแรงไป “ฉันจะ รักษามันไว้เอง ขอบใจ” “ท่านอยากจะไปที่ไหนบ้าง” คนขับรถถามด้วย น้ำเสียงที่ไม่แสดงว่ามีความสนใจแต่อย่างใด “ฉันอยากจะไปดูต้นไม้ใหญ่ๆ ที่ปลูกอยู่ในบริเวณ ทำเนียบขาว และต้นไม้แก่ ๆ อันสวยงามปลูกเป็นแถว อยู่ตามถนน และอ้อต้นเชอร์รี่อ่อนที่ส่งมาจากประเทศ ญี่ปุ่น ฉัน อา ปากของคนขับรถอ้าออก “ต้นไม้หรือ นั่นหมดแล้ว หรือที่ท่านอยากจะดูต้นไม้หรือ” “เปล่า ไม่ใ

หัวข้อประเด็น

- การสนทนาระหว่างผู้โดยสารและคนขับรถแท็กซี่

ข้อความต้นฉบับในหน้า

ธันวาคม ๒๕๓๑ อดทน “ใช่” เขากล่าวด้วยเสียงสูงและแผ่วเบา “ฉันต้องการรถแท็กซี่” แล้วเขาก็รออยู่ด้วยความ คนขับรถมองดูเขาอย่างไม่รู้จะไว้ใจ ถามว่า “ท่านจะไปไหน” ที่นั่งตอนท้ายกับเขาด้วย “จะต้องการให้นำมาไว้ที่นี่ไหม” คนขับรถเสนอ ที่วางกระเป๋าด้วยความเอื้อเฟื้อ “อ๋อ ไม่ต้องหรอกน่ะ” เขาตอบอย่างเร็วทันควัน แล้วก็ทำท่าเหมือนกับจะขอโทษที่ได้พูดรุนแรงไป “ฉันจะ รักษามันไว้เอง ขอบใจ” “ท่านอยากจะไปที่ไหนบ้าง” คนขับรถถามด้วย น้ำเสียงที่ไม่แสดงว่ามีความสนใจแต่อย่างใด “ฉันอยากจะไปดูต้นไม้ใหญ่ๆ ที่ปลูกอยู่ในบริเวณ ทำเนียบขาว และต้นไม้แก่ ๆ อันสวยงามปลูกเป็นแถว อยู่ตามถนน และอ้อต้นเชอร์รี่อ่อนที่ส่งมาจากประเทศ ญี่ปุ่น ฉัน อา ปากของคนขับรถอ้าออก “ต้นไม้หรือ นั่นหมดแล้ว หรือที่ท่านอยากจะดูต้นไม้หรือ” “เปล่า ไม่ใช่เท่านั้น” ผู้โดยสารยิ้ม “ยังมีไม้พุ่มที่ งาม ๆ อีกมาก และ สวนสัตว์ด้วย เราต้องไม่พลาด สิ่งเหล่านั้น” “อืม” คนขับรถอุทานออกมา เขายักไหล่ ปล่อยวาง สายตาของเขามองกวาดไปข้างหน้า และหยุดดู ความรู้สึกรับผิดชอบหมด (เพราะการที่ผู้โดยสารจะไปดู ยอดโดมสีขาวของรัฐสภาอยู่ขณะหนึ่ง “ฉันจะไป-อ้า-ที่” เขายังคำพูดไว้ แล้วควัก เอานาฬิกาแบบเก่าเรือนใหญ่ออกมาจากกระเป๋า “ฉันมีเวลาอีกมาก และสำหรับฉัน” เขามองดู คนขับรถด้วยสีหน้าที่แปลก “นี่เป็นเหตุการณ์อย่างพิเศษ ทีเดียว จะต้องไม่ให้เวลาเสียไปเปล่าโดยไร้ประโยชน์ พลางมองดูไปรอบ ๆ ตัว “นี่เป็นเมืองที่สวยงาม และ เราก็มีนามเหมือนกัน เมืองนี้กับฉัน ฉันจะเที่ยวชมเมือง จะพาฉันไปรอบ ๆ ได้ไหม” แทนที่คนขับรถจะตอบคำถามของเขา กลับถาม ขึ้นว่า “ชื่อของท่าน คือ วอชิงตัน หรือ” “ชื่อของฉัน คือ ยอร์ช วอชิงตัน คาร์เวอร์” เขาตอบ อย่างง่ายดาย “นั่นเป็นชื่ออันเกรียงไกรเอาการ” คนขับรถแท็กซี่ อะไรนั้น แม้จะไร้สาระอย่างไรก็ตาม ไม่ใช่เรื่องที่คนขับรถ จะไปยุ่งเกี่ยวด้วย) แล้วเหยียบคันเร่งน้ำมันอย่างหนัก ขอย้อนไปกล่าวถึงเหตุการณ์ที่สถานีรถไฟยูเนียน อีก ก่อนเจ้าหน้าที่สองคนแห่งสหสมาคมผู้ปลูกถั่วลิสง ก้าวเดินไปมาในห้องพักผู้โดยสารอย่างร้อนใจ คนหนึ่งพูดว่า “เพราะเหตุนี้ฉันจึงได้ขึ้นรถไฟ ขบวนเช้ามืดมาจากนิวยอร์ค ฉันแน่ใจว่าจะพบเขาในเมื่อ เขามาถึงที่นี่ การที่เราจะชี้แจงแก่เขาว่าจะต้องพูดอะไร บ้างนั้นนับว่าสำคัญทีเดียว เขาจะรู้อะไรในเรื่องภาษี ศุลกากร” “ท่านคิดบ้างหรือไม่ว่าเขาอาจไม่ได้มา” ชาย คนที่สองพูดในขณะที่กำลังเฝ้าดูอยู่ตรงทางเข้าประตู “ถ้าเขาไม่ได้มา เราก็คงจะต้องเลิกล้มเรื่องกัน เพราะถ้าไม่มีเขา เราก็เอาชนะเรื่องภาษีนั้นไม่สำเร็จได้ วิจารณ์ สายตาพลางจับอยู่ที่รองเท้ามีรอยขาดของ นั่น! มีคนผิวดำอยู่ที่โน่นน่ะ ท่านคิดไหมว่า ” ชาย ผู้โดยสาร แล้วกล่าวว่า “ตกลง” คนขับรถก้าวขึ้นไปนั่ง บนที่ของคนขับและว่า “เที่ยวดูเมืองราคาชั่วโมงละ สามดอลล่าร์” คนขับรถตกใจจริง ๆ เมื่อเห็นยอร์ช วอชิงตัน คาเว่อร์ ค่อย ๆ ยกเอากระเป๋าไม้ใบใหญ่ขึ้นไปวางอยู่บน คนที่หนึ่งพูดในขณะที่กำลังตรวจดูฝูงคนด้วยสายตา อย่างถี่ถ้วน “ฉันจะรู้จักเขาได้อย่างไร” เป็นคำถามอย่างรู้สึก ท้อใจ “นั่นน่ะ คนขนของมาแล้ว เขาอาจจะ" “นาย” คนขนของมีอาการหอบ “ฉันแน่ใจว่า กัลยาณมิตร ๙๗ Kalyanamitra.org
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More