ข้อความต้นฉบับในหน้า
นั้นอยู่ เป็นลูกตาที่อยู่ห่างกันมากและลุกวาวรุ่งโรจน์
อย่างแปลกประหลาด
บุรุษผิวดำจะมีส่วนทราบในความคิดคำนึงของ
นักเดินทางด้วยก็หาไม่ เขาได้หลบออกไปจากฝูงชน
ยกหมวกแก๊ปขึ้นสวมอีกโดยรู้สึกไม่สบายใจ และรวบเสื้อ
คลุมให้กระชับร่างอันแบบบางของเขา เสมือนกับจะอาศัย
ความคุ้มครองของการหุ้มห่อด้วยผ้า ที่กร่อนขาดนั้น
ต่อมาสายตาของเขาก็พลันสุกใสขึ้น ในเมื่อเขาแลเห็น
คนสวมหมวกแก๊ปแดงกำลังรีบเดินมาทางที่เขายืนอยู่
แต่คนขนของตั้งศีรษะตรงเหมือนกับกำลังมองหาใครสัก
คนหนึ่งชะเง้อมองดูฝูงชนไปโดยทั่ว จึงไม่แลเห็นบุรุษ
ผิวดำนั้น จนกระทั่งได้ยินเสียงสั่น ๆ ร้องเรียกคนขนของ
จึงได้หยุด
“นี่เธอจะช่วยยกกระเป๋าใบนี้ได้ไหม”
อันน่าสมเพชด้วยดี พลางสังเกตเห็นกางเกงที่ไม่เหมาะสม
และตำรวจร้องเตือนว่า “ระวังตัวหน่อยคนแก่ ๆ นั่น”
เขารีบข้ามถนนอันเป็นทางยวดยานเดิน โดยมิได้
โดยมิได้เหลือบชมเฉลียงทางเดินอันเป็นแนวยาวแบบ
คนขนของตอบรับการร้องเรียกของผู้มีรูปร่าง ระเบียงนั้นเลย รถแท็กซี่คันหนึ่งได้ห้ามล้ออย่างแรง
และไม่เป็นรูปเป็นร่าง รองเท้าก็ขาดและมีโคลนเล็กน้อย
เข้าไปติดอยู่ในรอยพับ
คนขนของได้ตอบอย่างสุภาพว่า
“เสียใจคุณพ่อฉันอยากจะช่วย แต่มีผู้ใช้ให้ฉัน
มาพบกับคนสำคัญมากคนหนึ่ง เป็นนักวิทยาศาสตร์
ใหญ่โต เดินทางอันแสนไกลมาจากทัสคีดี ฉันไม่อาจจะ
พลาดเขาได้”
เอาใจใส่ต่อเสียงเตือนนั้น สายตาของเขาพลางจับอยู่ที่
อนุสาวรีย์สูงเด่นประกอบด้วยพื้นที่บริเวณสีเขียว และตั้ง
อยู่บนถนน ณ ที่กว้างอันมีทัศนียภาพสวยงามน่าชม
ปีนั้นบรรยากาศในกรุงวอชิงตันได้เปลี่ยนไปเป็น
ฤดูใบไม้ผลิเร็วกว่าธรรมดา ขณะนี้อยู่ใน พ.ศ. ๒๔๖๔
(ค.ศ. ๑๙๒๑) เป็นปีหนึ่งที่มีงานนักขัตฤกษ์ ภายหลัง
“ฉัน-ฉัน” ชายเสียงสูงนั้นเริ่มกล่าว แต่คน วันสงบศึกแห่งมหาสงครามครั้งแรกไม่นานนัก ผู้คนยัง
ขนของได้ผลุนผลันหายเข้าไปในฝูงชนเสียแล้ว ครั้นแล้ว มีความรื่นเริงเบิกบานที่การสงครามได้เสร็จสิ้นลงอยู่
เขาก็ยิ้มยิงฟัน ความรู้สึกขบขันผ่านดวงหน้าไปแวบหนึ่ง
หนวดหยิมกระดิกชั่วนิดเดียว แล้วก็หัวเราะหึ ๆ
“ทีนี้ ฉันหวังว่าผู้มารับจะไม่ต้องเสียเวลาไป
มากมายในการค้นหานักวิทยาศาสตร์ใหญ่โตคนนั้น”
เขากล่าวพึมพำออกมาเบา ๆ แล้วหัวเราะหึ ๆ อีก
เมื่ออาการประหม่าของเขาหายไปแล้ว เขาก็ยก
กระเป๋าขึ้นหิ้ว แล้วเดินอย่างรวดเร็วไปตามพื้นหิน รู้สึกว่า
หย่อมหิมะมีอยู่ตามรอยระแหงของพื้นดิน แต่
สีเขียวของใบพืชน้อย ๆ ได้โผล่ออกมาพ้นพื้นโคลน
ขณะที่ชายผิวดำก้าวขึ้นบันไดอัฒจันทร์ของวงเวียน
ดูเหมือนเขาจะค่อยแข็งแรงขึ้น เสื้อคลุมอันหลวมโพรก
เพรกของเขาสะบัดลมพลิ้ว เขาถอดหมวกแก๊ปออก หงาย
ศีรษะไปข้างหลัง สูดลมหายใจเข้าจนลึก ราวกับว่าจะ
ขยายปอดที่อึดอัดอยู่นาน เขารู้สึกว่าการได้ออกมา
ย่างก้าวของเขาค่อนข้างแปลกผิดธรรมดาอยู่บ้าง คล้าย ข้างนอกอีกครั้งหนึ่งนี้เป็นการดียิ่งที่ได้มาอยู่ใต้ท้องฟ้า
กับว่าเขากำลังปะทะกับกระแสลมที่พัดอย่างแรงมาจาก
ข้างนอก เขาเอนตัวไปข้างหน้าเล็กน้อย เท้าลื่นนิดหนึ่ง
เสมือนยังไม่เคยเดินบนพื้นแข็งและเรียบลื่นนั้น ถึงกระนั้น
เขาก็ยังเดินไปได้อย่างง่ายดาย ผ่านกลุ่มชนออกไปทาง
ประตูกลาง แสงแดดยามรุ่งอรุณได้ส่องไปทั่วกรุงวอชิงตัน
เขาก้าวออกจากขอบทางมุ่งผ่านทางเดินของยวดยานไป
๙๖ กัลยาณมิตร
สีเขียวครามของพระเจ้า
ขณะนั้นคนขับรถแท็กซี่ผิวดำคนหนึ่ง อยู่ที่อัฒจันทร์
ของวงเวียนทางอีกฟากหนึ่ง ได้แลเห็นเขา จึงร้องว่า
“ไปแท็กซี่ไหมครับ”
แต่เมื่อคนโดยสารเข้าไปหา หน้าของคนขับรถ
ก็ซีดลง และหันไปเสียทางอื่น
Kalyanamitra.org
ธันวาคม ๒๔๓๑