ข้อความต้นฉบับในหน้า
อำลาญาติโยมกลับวัด ฉันภัตตาหารแล้วก็อำลาสหธรรมิก
อันมีท่านวิชชานันทะเป็นประธาน ท่านแสดงความ
ประหลาดใจมากที่เห็นอาตมาจะจากไปอย่างกะทันหัน
เพราะท่านเข้าใจว่า อาตมาจะอยู่จำพรรษากับท่านที่นี่
ท่านได้พยายามขอร้องให้อาตมาอยู่กับท่านต่อไป โดย
ให้เหตุผลว่า “ถ้าท่านไปเสียผมก็ขาดที่ปรึกษาธรรมไป
เพราะผมเรียนรู้จากตำรา แต่ท่านเรียนรู้จากการปฏิบัติ
จึงรู้แจ่มแจ้งผิดกัน ต่อไปนี้เกิดความสงสัยขึ้นมาไม่รู้จะ
หันหน้าไปปรึกษากับใคร เสียดายจริง ๆ”
“อตฺตา หิ อตฺตโน นาโถ” อาตมาตอบท่าน
วิชชานันทะด้วยพุทธภาษิต แล้วก็กล่าวคำอำลาเป็น
ครั้งสุดท้าย
อาตมาสะพายบาตรแบกกลดเดินทางผ่านทุ่งนา
ป่าไม้ไปเรื่อย ๆ อย่างไม่มีจุดหมายปลายทางตามที่เคย
ปฏิบัติมา จุดหมายปลายทางของอาตมาก็คือป่าช้าหรือ
ราวป่าใกล้ ๆ หมู่บ้านที่อาตมาเห็นว่าควรจะหยุดพัก
สำหรับวันนั้นไม่มีการตั้งจุดหมายไว้ล่วงหน้า เพราะ เปล่า ๆ โดยไม่ได้ทำประโยชน์ตนและประโยชน์
การตั้งจุดหมายไว้ล่วงหน้า เป็นการสร้างเงื่อนไขบังคับ ท่าน จงทำเวลาทุก ๆ นาทีให้เป็นประโยชน์ ถ้าทำ
ตัวเองโดยไม่จำเป็น ทำให้เกิดความกังวลใจเกี่ยวกับ ทางกายไม่ได้จงทำทางวาจา ถ้าทำทางวาจาไม่ได้
ระยะทาง เกี่ยวกับเวลา เกรงว่าจะไปไม่ถึงจุดหมาย จงทำทางใจ คือคิดนึกในสิ่งที่ดีมีประโยชน์ พระอาจารย์
ตามเวลาที่กำหนดไว้ ทำให้เสียอิสรภาพและความ เคยแนะว่า ถ้าไม่มีอะไรจะทำทางกาย วาจา ใจ และ
สุขสบายทางใจ เพราะเหตุนี้อาตมาจึงไม่ตั้งจุดหมาย ไม่อยากทำอะไร จงหยิบเอาหนังสือสุภาษิตขึ้นมาเปิด
ไม่กำหนดระยะทาง ไม่นับเวลานาที แต่เดินไปเรื่อย อ่าน พบสุภาษิตบทใด ให้อ่านทบทวนสุภาษิตบทนั้น
ดุจปุยเมฆที่ล่องลอยไปในน่านฟ้า
จนจำได้ แล้วพิจารณา จะทำให้เกิดความรู้ความ
เข้าใจเกี่ยวกับชีวิตได้มาก เพราะสุภาษิตแต่ละบท
ของตนเอง และของคนอื่นพิจารณาดูอย่างละเอียดถี่ถ้วน
เป็นเวลานานจนแน่ใจแล้วว่าเป็นความจริงแท้ จึงผูก
ในเวลาบ่าย อาตมาพบตัวเองอยู่บนถนนลาด
ยางสายหนึ่ง จึงตัดสินใจเดินตามถนนสายนั้นมุ่งหน้า นั้น นักปราชญ์ได้คิดแต่งขึ้นจากประสบการณ์
สู่ทิศใต้ แสงแดดในตอนบ่ายร้อนระอุพอดู แต่ก็ยังเย็นกว่า
ไฟกิเลสที่เผาลนจิตใจของมนุษย์ ความร้อนทำให้เกิด
ความกระหายน้ำ แต่มองไม่เห็นที่ที่พอจะได้น้ำมาดื่ม เป็นสุภาษิตไว้สอนคนรุ่นหลัง สุภาษิตต่าง ๆ แม้จะเป็น
ทำให้เห็นชัดขึ้นว่าความกระหายน้ำเป็นทุกข์ชนิดหนึ่ง ความสั้น ๆ แต่ก็บรรจุเอาความจริงของชีวิต ของสังคม
แต่ก็ยังดีกว่าความกระหายใจของมนุษย์ด้วยอำนาจ มนุษย์ และของโลกไว้ได้ทั้งหมด ฉะนั้น เมื่อพบสุภาษิต
ใด ๆ อย่ามองข้ามไป ให้นำมาพิจารณาอย่างละเอียด
อาตมาได้หยุดพักที่ใต้ร่มไม้ข้างถนน เพื่อให้ขา จะได้ความรู้เท่ากับอ่านหนังสือเล่มใหญ่ทีเดียว ตั้งแต่
ที่เริ่มเจ็บปวดเพราะการใช้งานหนักได้พักผ่อน ขณะที่ นั้นมา อาตมาจึงสนใจสุภาษิตต่าง ๆ ได้ถือสมุดบันทึก
นั่งพักก็มิได้ปล่อยเวลาให้ผ่านไปโดยไร้ประโยชน์ เพราะ เล่มเล็ก ๆ ไว้กับตัว พบสุภาษิตดี ๆ ไม่ว่าของชาติใด
อาจารย์ของอาตมากำชับหนักหนาว่า ทรัพย์สมบัติ ภาษาใดเป็นต้องจดใส่สมุดพกนั้นไว้ทันที ว่าง ๆ ก็นำมา
ทุกชนิดในโลก แม้จะสูญหายไปแล้ว ยังมีหวังได้ อ่านและพิจารณา วิธีอ่านก็ไม่จำเป็นเปิดตั้งแต่หน้าแรก
กลับคืนมา แต่เวลาแห่งชีวิตที่ผ่านไปแล้ว ไม่มีทาง เปิดหน้าไหนพบสุภาษิตอะไรก็อ่านและพิจารณาสุภาษิต
ได้กลับคืนมา ฉะนั้น อย่าปล่อยเวลาให้ผ่านไป
ตัณหา
๑๐๒ กัลยาณมิตร
นั้น
Kalyanamitra.org
ธันวาคม ๒๔๓๑